เลียบเลาะตู้หนังสือนายแผ่นดิน (๑๓) : เพื่อนแพง

ฉันไม่ได้รักพี่ลอเพราะพี่ลอไม่มีเจ้าของ ฉันไม่ไดรักพี่เพราะเหตุอะไรทั้งนั้น ฉันรักพี่เพราะว่าฉันเกิดมาสำหรับพี่ ถ้าเพื่อนเขาเป็นคนดี แม้ว่าฉันจะตกเป็นน้อย ใช้ฉันให้ไถนาอย่างควายฉันก็ไม่ปริปาก

ไม่ได้เขียนถึงเรื่องราวหนังสืออันเป็นที่รักมาซะนาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอ่านหนังสือน้อยลง หรือไม่ก็อ่านไม่จบเรื่องสักที เลยไม่ค่อยพึงใจหยิบจับมาเขียนสื่อสาร-

ช่วงนี้ยอมรับว่ากำลังติดตามละคร "เพื่อนแพง" ทางช่องสถานีหลากสี พอละครเริ่มออกฉายก็ถือโอกาสรื้อค้นตู้หนังสือของตนเองยกใหญ่เพื่อดูว่าหนังสือเรื่องสั้นที่ว่านี้สงบนิ่ง หรือโลดเต้นอยู่ ณ มุมใดของตู้หนังสือ




ยอมรับว่าผมชอบดูหนัง ฟังเพลง และอ่านหนังสือในแนวออกไทยเดิม-ลูกทุ่งๆ เพราะยิ่งดูยิ่งอ่านยิ่งทำให้เราได้สูดกลิ่นความเป็นรากเหง้าตัวเองได้อย่างน่าชื่นใจ เป็นการสูดสัมผัสอย่างอิ่มสุข แต่หาใช่จ่อมจมและปฏิเสธความเป็นยุคสมัยของวันนี้

ผมจำได้แม่นยำว่าซื้อหนังสือเล่มนี้เมื่อวันที่ วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๓๗ - เป็นการซื้อแถวตลาดจตุจักร ซึ่งเป็นช่วงที่ออกฝึกงานที่กรุงเทพมหานคร หนังสือที่ว่านี้จัดพิมพ์สองเวอร์ชั่นในเล่มเดียวกันที่มีทั้งบทภาพยนตร์และเรื่องสั้นที่เขียนโดย "ยาขอบ" และจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แสงแดด (พิมพ์ครั้งแรก : สิงหาคม ๒๕๒๖)



และนี่คือส่วนหนึ่งที่ผมอ่านและหลงรักในถ้อยคำอันใสซื่อ เที่ยงตรง หนักแน่น เด็ดเดี่ยวของตัวละครในชื่อ "เจ้าลอ-อีนังแพง" ผู้ซึ่งบูชารัก และไม่ได้เอาความรู้สึกอันเกี่ยวโยงกับรักมาล้อเล่น-ทิ้งๆ ขว้างๆ

"... พระองค์นี้ปลดออกจากคอพ่อเมื่อพ่อแกสิ้นใจแล้ว ถ้าไม่นับอย่างพระ ก็จะต้องนับถืออย่างของรักของพ่อ เพราะฉะนั้นเพื่อนเอ๋ย ถ้าพี่พูดสิ่งใดต่อหน้าพุทธรูปนี้ ก็เหมือนยืนพูดต่อหน้าพระและต่อหน้าพ่อทั้งสองสถาน เพื่อนต้องการให้พระที่คอเป็นพยานคำของฉันหรือ ถ้ากระนั้นฉันจะกล่าวคำมั่นต่อหน้าสิ่งที่ฉันเคารพ เพื่อนของฉันจะได้สบายใจ ข้าพเจ้ารักเพื่อนคนเดียว ได้ยินไหมเล่าน้องรัก พี่พูดต่อหน้าพระว่าพี่รักเพื่อนคนเดียว นอกจากแม่เพื่อนแล้ว ก็ขอให้ข้าพเจ้ามีอันเป็นฉิบหายตายโหงไปเถิด..."



"... ฉันไม่ได้รักพี่ลอเพราะพี่ลอไม่มีเจ้าของ ฉันไม่ไดรักพี่เพราะเหตุอะไรทั้งนั้น ฉันรักพี่เพราะว่าฉันเกิดมาสำหรับพี่ ถ้าเพื่อนเขาเป็นคนดี แม้ว่าฉันจะตกเป็นน้อย ใช้ฉันให้ไถนาอย่างควายฉันก็ไม่ปริปาก..."



"... เห็นไหมเพื่อน ว่าน้ำใจแพงมันเป็นของวิเศษแก่ฉันสถานไร ความซื่อของมัน ถ้อยคำที่ออกจากปากอย่างโง่เง่าไม่มีจริตใส่ไคล้ว่าพูดฟังกันเพราะๆ นี้กินใจฉันอย่างที่สุด แล้วฉันก็ปลงใจแน่ว่า ให้ไฟนรกลุกขึ้นมาเห็นอยู่ตรงหน้า ให้ความฉิบหายตายโหงทุกๆ ประการมาสุมอยู่บนหัว ให้สบถสาบานไว้หน้าพระสักร้อยครั้งก็ชั่งมันเถิด ชาติหน้าฉันจะไปตกนรกร้อยกัลป์แสนกัลป์อย่างไรนั่นยอมแล้ว แต่ในชาตินี้ในชาติที่ได้มาพบแพงก็จะขอเป็นผัวมัน รักมันให้สมกับที่มันรักฉันให้จงได้..."




ครับ, เรื่องสั้น "เพื่อนแพง" แท้จริงไม่ใช่แค่นิยายรักน้ำเน่าธรรมดาๆ หรอกนะครับ ขณะหนึ่งก็มีกลิ่นอายวิถีวัฒนธรรมความเป็นสังคมไทยในยุคสมัยนั้นแจ่มชัดอยู่มากโขเลยทีเดียว



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ถ้าหาก "แพง" หมายถึง มีคุณค่า

เพื่อนแพงคนนี้คงมีคุณค่าเหนือสิ่่งใด

ผมแค่คิดเล่น ๆ ครับ ไม่อิงความหมายที่แท้จริงอย่างแน่นอน ;)...

เขียนเมื่อ 

...เพื่อนแพง...ฉากชีวิตบางตอนบางแง่มุม...ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถ่ายทอดได้อย่างน่าทึ่งนะคะอาจารย์

เขียนเมื่อ 

เมื่อคืนก็ดู แต่ไม่ได้ดูเนื้อหาเท่าไหร่ ดูภาพ บรรยากาศ เพราะชอบดอกบัวสีชมพูที่อยู่ในฉากบ้านกระท่อมน้อยนั่น อิอิ

-สวัสดีครับ

-ดูเมื่อวันก่อนตอนหนึ่ง....สนุกดีครับ

-บรรยากาศท้องไร่ท้องนา...ของชอบอยู่แล้ว อิๆ

-ปีก่อนนักแสดงหญิงคนนี้แสดงเรื่อง"เรือนกาหลง"

-ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ..อิๆ

-ขอบคุณครับ