โต๊ะทาสี.. ดนตรีและ BbL

เข้าสู่เนื้อหา(DLTV)ภาษาไทย มีทั้งการอ่านและเขียนคำตามคำบอก ครูโรงเรียนวังไกลกังวล ก็มีวิธีการที่ดึงความสนใจเด็กได้ดีไม่น้อย มีนิทานเล่าให้เด็กฟัง และมีเพลงประกอบท่าทาง..ยักย้ายส่ายสะโพก ผม ซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ก็ร่วมเต้นไปกับนักเรียน..ตรงนี้ก็ยิ่งสนุกและฮากระจาย..

ผมไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ไม่คัดค้าน แบบหัวชนฝา มีโอกาสก็จะลองดู แต่ตอนนี้มีกิจกรรมอื่นที่สามารถกระตุ้นพลังสมองให้เด็กใฝ่รู้ใฝเรียน กระตือรือร้น มีความสนใจที่จะคิด วิเคราะห์และสามารถสร้างจินตนาการได้แบบไม่ยากเย็น..

กิจกรรมที่หลากหลาย นโยบายให้มา เพื่อพลิกโฉมการเรียนการสอนชั้น ป.๑..เป้าหมายคือ..คุณภาพผู้เรียน การไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าปฏิบัติไม่ได้ แล้วฝืน..จะเสียเวลา และเกิดความสูญเปล่าทางการศึกษา ดังนั้น..ครูจะต้องคิดได้เองว่า..มีวิธีอื่นไหม..ที่จะไปสู่่เป้าหมาย..ได้เหมือนกัน โดยที่ไม่ต้องเร่งทาสีโต๊ะเก้าอี้ ให้เป็นสีสดใส มองแล้วเย็นตา แต่ถ้ามองนานๆทั้งวันก็แสบตาเหมือนกัน..

สิ่งที่น่าคิด ก็คือ เราเอาวิธีการของฝรั่งมา ซึ่งเขาพร้อมทุกด้านทั้งสื่อและบุคลากร การศึกษาของเขาเจริญก้าวหน้าไปแล้ว แต่เรากลับเอามาใช้ในโรงเรียนที่มีวัฒนธรรมไทย... ในโรงเรียนวิถีพุทธ..ที่เรียบง่าย

ข้อที่ควรคิดคำนึงมาก..สำหรับโรงเรียนเล็ก ที่มีครูมีน้อย ครูหนึ่งคนสอน สองสามชั้น..ใม่สอดคล้องกับคำพูดที่ให้นิยามว่า..โต๊ะ เก้าอี้..ที่ทาสี แดง ส้ม เขียว เหลือง น้ำเงิน และชมพูเข้ม ที่กำลังเห็นอยู่ทั่วไปนั้น จะช่วยกระตุ้นต่อม..เสริมสร้างสมอง..ให้เด็กสนใจเรียนอยู่ตลอดเวลา

ผมกลับคิดว่า..ไม่ต้องสนใจตลอดเวลาก็ได้..(มั้ง) หยุดพักบ้างก็ได้ ทั้งครูและนักเรียน..ไม่ต้องสนใจอยู่ตลอดเวลา..สมองเด็กนิดเดียว ยัดเยียดอะไรกันนักหนา การเรียนรู้ต้องยืดหยุ่น ..และบูรณาการ ......นิ่ง..เงียบ ..และรู้จักรับฟัง รู้กาละเทศะ ฝึกวินัยให้มีสมาธิบ้างก็ได้..บางโรงเรียนให้เด็กใส่ชุดขาว ในบางวัน เพื่อสร้างความสงบเย็นในใจเด็ก...ไม่ใช่หรือ..แล้วจะสีสันไปทำไม คิดแบบพอเพียง..โต๊ะสีธรรมชาติ หรือสีไม้..ไม่ดีตรงไหน....ใครตอบได้

จริงๆแล้ว ขึ้นอยู่กับกิจกรรมการสอน..ที่ครูสร้างขึ้น โดยนักเรียนมีส่วนร่วมคิดร่วมทำต่างหาก ที่สร้างสมองให้เด็กคิดอย่างมีกระบวนการ..ความประทับใจใคร่รู้..จะอยู่ในความทรงจำของเด็กไปตลอด..และอยากคิดต่อยอด หรือสร้างความคิดรวบยอด และองค์ความรู้ เพื่อประยุกต์ใช้ต่อไป

จึงไม่มีวิธีการหรือกิจกรรมใด...ที่ดีที่สุด..วันนี้..ผมจึงสอนภาษาไทย..ด้วย DLTV แล้วเสริมด้วยดนตรี..ก็เห็นว่าเด็กมีอารมณ์ร่วม สนใจเรียน ให้ความร่วมมือและเรียนรู้ได้เร็ว

เริ่มต้นนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการปรบมือพร้อมกัน..ให้เข้าจังหวะ สร้างความตื่นตัว..จากนั้นผมนำอะคูเลเล่(กีตาร์ตัวน้อย) มาไล่ตัวโน้ต ..โด ที ลา ซอล ฟา มี เร โด...ดีดที่ตัวโน้ต โด ให้เด็กบอกว่า..โด ดีดที่โน็ต ที เด็กบอกว่า ที ดีดที่ตัวโน้ต ลา ให้เด็กบอกว่า ลา...จากนั้นดีดที่ตัวโน็ตตัวไหนก่อนก็ได้ ให้เด็กฟังแล้วบอกเสียงตัวโน้ตเอง...เด็กยังไม่คุ้น ก็ตอบผิดตอบถูก..แค่นี้ก็ขำกลิ้ง ..สนุกสนานกันไป

เข้าสู่เนื้อหา(DLTV)ภาษาไทย มีทั้งการอ่านและเขียนคำตามคำบอก ครูโรงเรียนวังไกลกังวล ก็มีวิธีการที่ดึงความสนใจเด็กได้ดีไม่น้อย มีนิทานเล่าให้เด็กฟัง และมีเพลงประกอบท่าทาง..ยักย้ายส่ายสะโพก ผม ซึ่งยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ก็ร่วมเต้นไปกับนักเรียน..ตรงนี้ก็ยิ่งสนุกและฮากระจาย..

ตอนท้ายชั่วโมง ผมสอนเพลงสั้น ๆ จากคำใหม่ในบทเรียน ให้นักเรียนร้องตาม..แล้วบอกนักเรียนว่า..พรุ่งนี้เราจะมาร้องประกอบดนตรีกัน..เนื้อเพลงมีว่า"..โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูของเราใจดี เด็กเด็กทุกคนที่มี เป็นเด็กดีกันทุกคน.. พวกเราร้องรำทำเพลง ครื่นเครง เราไม่สับสน เด็กเด็ก แม้จะซุกซน แต่ทุกคนก็เป็นเด็กดี..."

พรุ่งนี้..ในชั่วโมงสอน เวลาเด็กร้องจะใช้อาคูเลเล่ประกอบ ด้วยคอร์ต ง่ายๆ C AM F และ G เล่นวนไปวนมา เท่านี้เด็กก็น่าจะตื่นตาตื่นใจแล้ว ดังนั้น..ผมจึงคิดว่า วิธีการสอนแบบ BbL. จะเพื่อวัตถุใด..ที่ดูยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน.. โต๊ะทาสี กับดนตรี..ให้ประโยชน์ไม่ได้ต่างกันเลย.. ดนตรี..สนุกสนานร่าเริงและน่าสนใจกว่าด้วยซ้ำ..ก็อยู่ที่ว่าครูจะกล้าขยับขับเคลื่อน และกล้าปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างหรือไม่...เท่านั้น

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ชื่นชมค่ะ

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ

กิจกรรมและการสอนเป็น BBL ได้

ไม่ต้องมีสีโต๊ะกระตุ้นอย่างเดียว

แล้วพบกันครับ

เย้... เยี่ยมๆๆ..

เขียนเมื่อ 

ครู-คือนักออกแบบการเรียนรู้...
และการเรียนรู้ มันมีหลากมุมจริงๆ
ชื่นชมกับบันทึกนี้อย่างมากๆ ครับ