สืบเนื่องมาจากนักฟุตบอลทีมหนึ่งในอังกฤษ มีการถ่ายคลิปขณะมีอะไรกับหญิงไทย เผอิญว่าผมอ่านการแก้ปัญหาโสเภณีในสวีเดน เห็นว่าน่าสนใจ เลยนำมาถ่ายทอดต่อไป เพื่อจะนำไปสู่การคิดแก้ปัญหาในเมืองไทยได้บ้างครับ

จะมีสำนวนซ้ำๆซากๆคร่ำครวญว่า โสเภณีจะอยู่กับพวกเรา แน่นอนว่ากิจการโสเภณีเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จ ในเวลาเพียงแค่ 5 ปี สวีเดนได้ลดจำนวนโสเภณี ในเมือง Stockholm โสเภณีข้างถนนได้ลดลงประมาณ 2 ใน 3 และจำนวนลูกค้าของโสเภณีได้ลดลงเหลือเพียง 20 % นอกจากนี้ยังมีเมืองต่างๆในสวีเดนไม่เหลือโสเภณีอีกเลย โดยส่วนใหญ่ โสเภณีพวกนี้จะอยู่ในรูปของซ่องของชาวสวิส และสถานที่อาบ อบ นวด ซึ่งแพร่หลายใน 30 ปีสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 เมื่ออาชีพโสเภณีในสวีเดนถูกกฎหมาย

นอกจากนี้ผู้หญิงชาวต่างชาติ ที่ถูกซื้อขายเพื่อการค้ากามก็หลายเป็นศูนย์ รัฐบาลสวีเดนได้คาดหมายกันไว้ว่า ใน 2-3 ปีนี้ จะมีหญิงและเด็กหญิงประมาณ 200-400 คนจะถูกค้าขายเพื่อการค้ากามในสวีเดน เมื่อเทียบกับการมีผู้หญิงจำนวน 15,000 – 17,000 จะถูกซื้อขายกามในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน

สวีเดนมีสูตรพิเศษอะไรในการจัดการกับเรื่องนี้ น่าแปลกใจเหลือ สวีเดนไม่มียุทธศาสตร์อะไรที่มีลักษณะพิเศษใดๆเลย จริงๆแล้ว หลักเกณฑ์แบบกำปั้นทุบดินก็สุดแสนที่จะง่าย และดำรงอยู่ในสามัญสำนึก เหมือนกับการถามวา "ทำไมคนอื่นๆถึงไม่เคยลองสิ่งนี้มาก่อนหละ"


การวางรากฐานกฎหมายปี 1999 ของสวีเดน


ในปี 1999 หลังจากหลายปีที่ทำการวิจัย และศึกษา กฎหมายของสวีเดนมีดังนี้ 1. การขายทางเพศ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย 2. ลดโทษการซื้อทางเพศลง เหตุผลเบื้องหลังกฎหมาย เห็นได้ชัดเจนถึงการศึกษาวรรณกรรมเกี่ยวกับกฎหมายของรัฐบาล ซึ่งมีเนื้อหา ดังนี้

"โสเภณีในสวีเดน จะถูกถือว่า เป็นเรื่องความรุนแรงของผู้ชายที่มีต่อผู้หญิงและเด็กๆ นอกจากนี้เป็นที่รับรู้กันว่า ความรุนแรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการขูดรีดกับผู้หญิงและเด็กๆ รวมทั้งสามารถก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอย่างนัยสำคัญด้วย ความเท่าเทียมกันทางเพศสภาพ (gender equality) จะไม่สามารถมีได้ เพราะผู้ชายซื้อบริการทางเพศ และขูดรีดผู้หญิงและเด็กๆ โดยการทำให้พวกนี้เป็นโสเภณี"

นอกจากจะมียุทธวิธีทั้งสองข้อนี้แล้ว จะมีอันดับสามที่ถูกทีว่าเป็นแก่นในการอนุญาตให้มีโสเภณีในประเทศได้ก็คือ จะมีกองทุนที่เป็นบริการทางสังคม ที่ครอบคลุม และใหญ่โตมาก ซึ่งมีมุ่งหมายในการช่วยเหลือโสเภณีในการเลิกอาชีพ และมีทุนพิเศษในการให้การศึกษาในโรงเรียนของรัฐ ดังนั้น ยุทธวิธีที่มีลักษณะพิเศษจำเพาะของสวีเดน ก็คือ จะถือว่า การมีโสเภณีคือการทำความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่งผู้ชายที่ซื้อบริการทางเพศจะถือว่าถูกขูดรีด และถูกทำโทษ และโสเภณี จะถูกถือว่าเป็นเหยื่อ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือ และต้องได้รับการศึกษาในโรงเรียนของรัฐ เพื่อที่จะต่อสู้กับอคติของผู้ชายที่มาในประวัติศาสตร์ได้

ปัญหาอุปสรรคในตอนต้น


ถึงแม้ว่าจะมีการวางแผนนี้ของประเทศก่อนให้กฎหมาย ก็มีปัญหาอุปสรรคบางประการให้แก้ไข 1. ช่วง 2-3 ปีแรก ในแผนการนี้ ก็ไม่มีสิ่งใดเห็นได้ชัดเจนนัก ตำรวจจับผู้ซื้อและโสเภณีน้อยมากในประเทศ ซึ่งก็เป็นเหมือนช่วงๆที่ผ่านๆมา จะมีการพูดทำนองว่า "เห็นไหมหละ โสเภณีจะอยู่ที่นี่ และจะอยู่ตลอดไป"

แต่เพื่อความปลอดภัยในการคิดเบื้องหลักแผนการ สวีเดนต้องใจใส่ต่อไป พวกเขาบ่งชี้ และแก้ปัญหา ประเด็นก็คือการบังคับใช้กฎหมายไม่ทำหน้าที่ของมัน ตำรวจโดยพวกเขาเองจะต้องถูกฝึกแบบลึกซึ้งและจะต้องสนใจต่อสิ่งที่สาธารณะ และต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โสเภณีคือรูปแบบของความรุนแรงของผู้ชายที่มีต่อเพศหญิง ผู้กดขี่หรือผู้ซื้อจะต้องถูกทำโทษ และโสเภณีหรือเหยื่อ จะต้องได้รับความช่วยเหลือ รัฐบาลสวีเดนได้สร้างกองทุนขนาดมหึมา และตำรวจหรืออัยการ ตั้งแต่คนที่สูงที่สุดจนมาถึงเจ้าหน้าที่ต้องรับการฝึกฝน และมีสารที่ชัดเจนว่าประเทศต้องมีธุรกิจในการช่วยเหลือพวกโสเภณี

ในทุกวันนี้ทั้งประชาชนชาวสวีเดนมีการสนับสนุนนโยบายของรัฐอย่างท่วมท้น (80% ตามโพลของรัฐ) และตำรวจรวมทั้งอัยการต่างก็สนับสนุนกฎหมายนี้อย่างหมดจิตหมดใจ การบังคับใช้กฎหมายของสวีเดนต่างก็พบว่า การอนุญาตให้มีโสเภณีได้ประโยชน์อาชญากรรมทางเพศทุกอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระตุ้นให้ประชาชนลบหรือละทิ้งองค์ประกอบทางอาชญากรรมที่จัดเป็นระบบ ซึ่งได้แพร่กระจายไปสู่ประเทศอื่นๆ ที่การมีโสเภณีถูกกฎหมายและถูกควบคุม


บางส่วนมาจาก

Marie De Santis (1015). Sweden's Prostitution Solution: Why Hasn't Anyone Tried This Before?

http://esnoticia.co/noticia-8790-swedens-prostitution-solution-why-hasnt-anyone-tried-this-before