ช่วยแม่..ขายมะม่วง

สมัยนั้นขายดีมาก ผลไม้ได้ราคาดี คนกรุงเทพชอบของสวนที่สวยงาม และรสชาติดี ไม่มีการต่อราคา จำได้ว่าเขียวเสวยลูกใหญ่มาก บางลูกครึ่งกิโลกว่า แต่แม่จะขายเป็นลูกๆ ลูกละ สิบกว่าบาท กล้วยน้ำว้าลูกใหญ่ก็ขายดี บางหวีก็ได้เกือบสิบบาท ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าเยอะแล้ว

ชีวิตในวัยเด็กของผม มีหลากหลายรสชาติ แต่ถ้าถามว่าอยู่ในระดับใด ตอบได้เลยว่า ค่อนข้างจะยากจน และขัดสนพอประมาณ อยู่ในท่ามกลางความยากลำบาก..แต่ตอนนั้น..ถึงแม้ชีวิต..จะขาดแคลนหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ..ได้รับความรักความอบอุ่นจากครอบครัว...

พ่อ..รับราชการเงินเดือนน้อย สิ้นเดือน ต้องเอาไปจ่ายค่ากับข้าวที่ไปเซ็นร้านค้าไว้ ต้องใช้หนี้สหกรณ์ ถูกหักเงินเดือนในระบบ จ่ายค่าแชร์ และอื่นๆจิปาถะ แทบจะไม่เหลือให้แม่..ได้ชื่นใจจากการ..นับเงินเดือน..แต่พ่อกับแม่ก็กัดฟันสู้... พวกเราลูกๆก็ไม่สร้างปัญหาให้ยุ่งยากใจ

ตอนนั้น..ผมอยู่ประตูน้ำพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี..ผมเรียนอยู่ชั้นประถมฯ ประมาณ ป.๖ - ป.๗ จำได้ว่า แม่ปรับเปลี่ยนอาชีพ จากแม่บ้าน ไปเป็นแม่ค้า..เพื่อหารายได้เพิ่มมาจุนเจือครอบครัว แม่บอกว่าไม่มีประสบการณ์ด้านค้าขายเลย แต่ถ้าไม่ทำ..ก็ไม่มีกิน

โชคดีที่เรามีครอบครัวอุปถัมภ์ ทั้งคุณครูสุวัฒน์ ที่สอนอยู่โรงเรียนวัดท่าเกวียนที่ผมเรียนอยู่เป็นสามีของป้าอำไพ ทั้งสองคนเป็นคนดีมีฐานะ มีสวนมะม่วงหลายสิบไร่ แต่ใช้ชีวิตพอเพียงไม่ฟุ้งเฟ้อ มีลูก ๕ คน ลูกทุกคนเมื่อกลับจากโรงเรียน จะเข้าสวนช่วยแม่ถางหญ้าและเก็บผักผลไม้.... ป้าอำไพ ปัจจุบันเข้าสู่วัย ๘๐ ปี คุณครูสุวัฒน์ ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว หลังเกษียณอายุราชการได้ ๑๐ ปี

แม่เล่าให้ฟังว่า..เข้าไปซื้อกล้วยจากป้าอำไพ ได้คุยกันถึงเรื่องชีวิตที่แม่ไม่คิดยอมแพ้ ประหยัดอดออมไม่ยอมกู้หนี้ยืมสินให้มากเกินตัว ป้าอำไพสงสาร จึงอยากช่วยแม่ ด้วยมีมะม่วงเป็นจำนวนมาก บางครั้งป้าก็ขายไม่ทัน ถ้าแบ่งขายให้แม่โดยคิดราคาไม่แพง ก็จะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แม่ก็มีรายได้เพิ่ม ป้าก็ไม่ต้องหลังขดหลังแข็งกับการทำมะม่วงกวน...

มะม่วงของป้าอำไพ..มีหลายสายพันธุ์ ทั้งอกร่อง น้ำดอกไม้ ทองดำ ฟ้าลั่น หนองแซง แต่ที่มีมากที่สุดในสวน และมากที่สุดในย่านนั้น คือมะม่วงเขียวเสวย เมื่อถึงฤดูมะม่วง ทุกอย่างจะออกผลพร้อมกัน ป้าจะให้แม่ไปช่วยเก็บด้วย ผมเคยไปช่วยแม่เก็บมะม่วงหลายครั้ง ในช่วงเลิกเรียนและเสาร์อาทิตย์

แม่จะเตือนผมอยู่สองเรื่อง เวลาเก็บมะม่วงอกร่องต้องเบามือ เพราะต้องเอาไปบ่ม เดี๋ยวมันจะช้ำ และเตือนให้ระมัดระวังอย่าซน เมื่ออยู่ในบ้านป้า ซึ่งหลังใหญ่มาก ผมไม่กล้าซน เพราะผมกลัวคุณครูสุวัฒน์จะดุเอา

ผมช่วยแม่เก็บมะม่วงเขียวเสวย ตอนนั้นต้นไม่สูงมากนัก ถ้าสูงเกินก็จะใช้ตะกร้อสอย บางทีก็เจอลูกสุกปากตะกร้อ ป้าบอกกินได้รสชาติจะหวานมัน แต่ผมก็เกรงใจไม่กล้ากิน สายตาจดจ่ออยู่แต่ลูกมะม่วงและต้องคอยมองซ้ายมองขวา เพราะโคนต้นมะม่วงหญ้าจะรกมาก ผมกลัวงูซึ่งมีอยู่ชุกชุม อยู่ตามรูในท้องร่องสวน เวลาเดินข้ามท้องร่องก็ต้องระวัง ไม้ที่พาดไว้สำหรับเดินข้าม เป็นไม้ไผ่ลำใหญ่ลำเดียว ต้องทรงตัวให้ดี ไม่เช่นนั้นตกน้ำแน่

แม่..จะรับมะม่วงป้าอำไพไม่ต่ำกว่าร้อยลูก ทั้งมะม่างสุก ส่วนใหญ่จะเป็นอกร่อง และมะม่วงเขียวเสวย วันไหนมะม่วงน้อย แม่ก็จะเอากล้วยน้้าว้าติดไปด้วย มีคนสั่งซื้อทั้งมะม่วงและกล้วยเป็นจำนวนมากทุกวัน

สมัยนั้นการเดินทางยังลำบาก ในวันหยุดผมจะรับอาสาช่วยแม่ตลอด ยกเข่งมะม่วงและกระจาดกล้วยลงเรือหางยาว ไปขึ้นท่าเรือปากเกร็ด จากนั้นก็ขึ้นรถเมล์สาย ๓๒ ปลายทางบางประกอก แต่แม่จะยกของลงขายแถวๆบางขุนพรม ก่อนถึงสนามหลวง

ผลไม้ขายดีมาก ได้ราคาดี คนกรุงเทพชอบของสวนที่สวยงาม และรสชาติดี ไม่มีการต่อราคา จำได้ว่าเขียวเสวยลูกใหญ่มาก บางลูกครึ่งกิโลกว่า แต่แม่จะขายเป็นลูกๆ ลูกละ สิบกว่าบาท กล้วยน้ำว้าลูกใหญ่ก็ขายดี บางหวีก็ได้เกือบสิบบาท ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าเยอะแล้ว

ช่วงนั้นแม่ขายผลไม้ได้เงินดีทุกวัน ผมดีใจที่เห็นแม่ยิ้ม เวลานับเงิน ไม่มีของเหลือกลับบ้าน ก่อนเข้าบ้านแม่จะเอาเงินไปจ่ายให้ป้าอำไพเป็นค่ามะม่วง และบอกป้าตรงๆเลยว่า ขายได้เท่าไหร่ รายได้ของแม่จะมีตั้งแต่ ๒๐๐ - ๕๐๐ บาท ต่อวัน

บางวันก็เหนื่อยกับการที่ต้องวิ่งหนี ตำรวจเทศกิจ ตอนหลังแม่เปลี่ยนที่ขาย มาขายที่สนามเป้า ใกล้ๆช่อง ๕ ซึ่งในซอยแถวนั้น จะมากด้วยคนมีฐานะดี และชอบผลไม้สวน ผมยังเคยขายต้นมะม่วงเขียวเสวย ต้นละเป็นร้อย..เขาก็ซื้อกัน เพราะตอนนั้นยังหายาก..บางทีมีเงินทอนเขาก็ไม่รับ หยิบยื่นให้ผมอย่างเอ็นดู

ผมไม่เคยอาย..ที่จะขายมะม่วงช่วยแม่ แต่ผมต้องเรียนหนังสือ และแม่ก็สงสารผมที่เห็นผมหน้าซีดเซียวทุกครั้งที่ไปช่วยแม่..ผมเมารถเมล์ครับ เมาตั้งแต่ ๕ กิโลเมตรแรก บางวันก็แค่กระอักกระอ่วน เวียนหัว บางวันก็อาเจียนจนขมคอ นึกโมโหรถเมล์ว่ามันจะเบรคไปถึงไหน ผมหัวทิ่มหัวตำ พอลงรถก็เหมือนขึ้นสวรรค์.. มีแรงยกเข่งขายมะม่วงและกล้วยได้ทั้งวัน

วันนี้..ผมได้เป็นครู มีอาชีพถ่ายทอดความรู้ ผมจึงกล้าพูดกล้านำเสนอ ประสบการณ์ค้าขาย สอนให้กล้าแสดงออก ผมจึงนำมาปรับใช้กับนักเรียน ให้เขามีทักษะในการขาย รู้จักพูด อภิปรายและตอบคำถาม ตลอดจนเห็นคุณต่าของเงิน.. และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เหมือนผม..ที่เริ่มต้นพอเพียง ตั้งแต่วันที่ช่วยแม่..ขายมะม่วง....

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณบันทึกดีๆ ขอบคุณประสบการณ์อันมีค่าที่ไม่ใช่ทุกคนจะมีได้และเห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ของสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเล่าต่อค่ะ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยครับ

ไม่เคยขายมะม่วงครับ

ผมรับจ้างขึ้นมะพร้าว

ขายฮอร์ล แฮก ยาอมยาดม ยาหม่อง หมากฝรั่งซิกแคส ไหมพี่

555