เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2558

3 พฤษภาคม 2558

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2558 เช้าผู้บัญชาการทัณฑสถานหญิงธัญบุรีมาพบเพื่อหาแนวทางเปิดเรียน ปวช.ให้กับน้กโทษหญิงในเรือนจำ. ซึ่งเคยทำข้อตกลงกับโรงเรียนเอกชนและเปิดสอนไปบางวิชาแล้ว แต่สำนักงานคณะกรรมการบริหารการศึกษาเอกชน ชี้แจงว่าไม่อาจกระทำได้ ส่งผลให้ผู้เรียนคาราคาซังอยู่ เคยติดต่อวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานีแก้ปัญหาให้ก็ไม่มีผลในทางปฏิบัติ แนะนำให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์หารือกับกระทรวงศึกษาธิการ. บ่ายประชุมคณะกรรมการลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา. ตั้งแต่มีพรบ.ลูกเสือ ฉบับใหม่ไม่เคยประชุมกรรมการใดๆที่จ้ดตั้งขึ้นตาม พรบ.นี้เลย. สาระการประชุมเป็นรายงานประจำปีที่ดูแลัวไม่ถูกต้องครบถ้วน. แต่ก็พอขายผ้าเอาหน้ารอดไปได้ เย็นเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ ดร.ปราโมทย์ ภูมิจันทร์ อดีตผอ.รร.คุณหญิงส้มจีนที่วัดดาวเรือง.

วันอังคารที่ 28 เมษายน 2558. วันนี้เดินทางเข้า สพฐ. แต่เช้าเพราะได้รับหนังสือจาก เลขาธิการ กพฐ. ให้ไปร่วมแก้ปัญหากรณีผลการสอบผู้อำนวยการโรงเรียนและรองผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีข่าวทางสื่อมวลชนว่า มศว.ออกมารับผิดว่าข้อสอบผิดพลาดไปจำนวนหนึ่ง. ท่านเลขาธิการ กพฐ. คงต้องการความเห็นในฐานะที่ผมเรียนจบมาทางกฎหมายปกครองว่าจะแก้ไขอย่างไร. ก่อนการประชุมได้แวะเยี่ยม ผอ.สพร. คุณสมยศ ศิริบรรณ ได้ข้อมูลพอเป็นแนวทาง แต่ข้อเท็จจริงต้องฟังจากฝั่ง มศว. ผู้ดำเนินการออกข้อสอบและประมวลผลคะแนน. ประชุมร่วมกัน 1 ชั่วโมง ได้ข้อสรุปว่า มศว.ต้องไปทำความจริงให้ปรากฎ และส่งผลให้ สพฐ.ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 อยู่ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกับท่านเลขาธิการ กพฐ. ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยคำนึงถึงประการแรก ความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางปกครอง หมายความว่าประกาศผลต้องมาจากคะแนนที่ถูกต้อง ประการที่สอง ประโยชน์สาธารณะ แปลว่าต้องบรรลุวัตถุประสงค์ในการเลือกคนดีมีฝีมือเข้าเป็นผู้บริหาร และประการที่สาม ต้องคำนึงถึงความเชื่อโดยสุจริตของความคงอยู่ของคำสั่งทางปกครอง หมายความว่าต้องไม่ให้ผู้ถูกกระทบเสียหายเกินจำเป็นจากการเปลี่ยนแปลงคำสั่งทางปกครอง. บ่ายกลับเข้าเขตเพราะนัดประธานเครือข่ายหารือเรื่องการศึกษาดูงานกระบี่ ตรังและสตูล. กำหนด28-30 พฤษภาคม 2558

วันพุธที่ 29 เมษายน 2558. วันนี้มีภารกิจนอกสำนักงาน เข้ากระทรวงแต่เช้า และออกสืบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับมอบหมายมานานจะได้สรุปเสียที เหลืองานในฐานะ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ พิจารณารางวัลระดับชาติ ว.13 ที่จะประชุมชี้ขาดแบบมาราธอนอีกรอบระหว่างวันที่ 18- 20 พฤษภาคม 2558 ขณะนี้เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน ก.ค.ศ. ทำกันแบบหามรุ่งหามค่ำ บทเรียนที่ผ่านมาเราขาดตัวกรองในระดับเขตและส่วนราชการ ทุกรายชื่อและผลงานถูกส่งมายัง ก.ค.ศ. ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่า ก.ค.ศ. แกล้งครูจนตกไปร้อยละ80 ให้ผ่านเพียง ร้อยละ 20 ความจริงคนส่วนใหญ่ผลงานไม่เข้าเกณฑ์มาแต่ต้น นี่คือปัญหา มีผู้สอบค้ดเลือกได้ในตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนหารือมาว่า เมื่อปฏิทินกำหนดให้ผู้มีอำนาจออกคำสั่งบรรจุแต่งตั้งครั้งแรกในวันที่ 4 พฤษภาคม 2558 ถ้าทำไม่ได้เกิดผลอะไรไหม. เลยอธิบายให้ฟังเสียยกใหญ่ความว่า ระยะเวลาต่างๆ ที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้แก่ “ภายใน....วัน นับแต่..." หรือ “ไม่เกิน....วันนับแต่..." เมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของสภาพบังคับตามกฎหมายของระยะเวลาที่กำหนดไว้ สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ระยะเวลาเร่งรัด และระยะเวลาบังคับ การแบ่งแยกประเภทของระยะเวลาที่กำหนดในกฎหมายดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากในการใช้เป็นหลักเกณฑ์พิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง เพราะระยะเวลาทั้งสองแบบมีผลต่อสภาพบังคับที่เป็นเงื่อนไขของความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองที่แตกต่างกันในทางตรงกันข้ามกัน ทั้งนี้จะขออธิบายระยะเวลาบังคับก่อนเมื่อเข้าใจเรื่องระยะเวลาบังคับแล้วจะเข้าใจระยะเวลาเร่งรัดต่อไป

1. ระยะเวลาบังคับ

ระยะเวลาบังคับ (délai imperatif) หมายถึง ระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้อยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายนั้นต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ภายในระยะเวลานั้น หากไม่กระทำการภายในกำหนดจะมีผลทางกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำนั้น กล่าวคือ การไม่ปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนด กฎหมายได้กำหนดสภาพบังคับในเหตุความไม่ชอบด้วยกฎหมายของการกระทำนั้น หากไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งตามระยะเวลาที่กำหนดจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจไม่มีอำนาจตามกฎหมายได้อีกต่อไปหรือมีผลให้สิทธิต่างที่กำหนดไว้แก่บุคคลนั้นสูญสิ้นไปหรือไม่อาจก็ตั้งสิทธิได้

การกำหนดให้มีระยะเวลาบังคับตามกฎหมายนั้น มีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการคือ

วัตถุประสงค์ประการแรก เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการหรืองดกระทำการใดอย่างในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งให้เสร็จเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อให้มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจกระทำการใดตามกฎหมายที่กระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพภายในกรอบระยะเวลานั้น ด้วยหลักการนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักความมั่นคงแน่นอนในนิติฐานะ ความเห็นคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 331/2556 คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่แต่งตั้ง (เลื่อน) ข้าราชการ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายซึ่งมีผลกระทบต่อสถานสภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ได้รับแต่งตั้ง จึงเป็นคำสั่งทางปกครอง และโดยคำสั่งดังกล่าวได้ก่อตั้งสิทธิแก่ผู้ได้รับการแต่งตั้งที่จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น จึงเป็นคำสั่งทางปกครองที่ให้ประโยชน์แก่ผู้รับคำสั่ง การเพิกถอนจะต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุเพิกถอนตามที่กำหนดในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แต่เมื่อนับระยะเวลาที่ผู้มีอำนาจเพิกถอนได้รู้เหตุความไม่ชอบด้วยกฎหมายจนถึงเวลาที่จะกระทรวงหมาดไทยทำการเพิกถอนเป็นเวลาล่วงเลยระยะเวลาเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ประโยชน์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งดังกล่าวได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความที่ควรบอกให้แจ้ง หรือข่มขู่หรือชักจูงใจโดยการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจึงไม่อาจเพิกถอนคำสั่งข้างต้นได้

วัตถุประสงค์ประการที่สอง เพื่อให้การบริหารงานภาครัฐมีประสิทธิภาพสำเร็จลุล่วงภายในระยะเวลาที่กำหนด ด้วยหลักการนี้กฎหมายมักจะกำหนดให้บุคคลหรือเอกชนกระทำการหรืองดเว้นกระทำอย่างใดหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด หากบุคคลนั้นไม่ได้กระทำการภายในกำหนดก็จะสูญสิ้นสิทธิที่มีอยู่หรือไม่อาจก่อตั้งสิทธิที่จะมีขึ้นได้ ซึ่งมีผลต่ออำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย หากบุคคลได้กระทำการล่วงเลยระยะที่กำหนดไว้แม้เจ้าหน้าที่ของรัฐจะรับไว้ก็ตาม แต่ก็ไม่มีอำนาจพิจารณา เช่น กรณีกฎหมายกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองภายในกำหนดกี่วัน การที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ไม่ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนด ส่งผลให้ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะได้การพิจารณาอุทธรณ์ ในกรณีที่ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลา เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจจะทำการสั่งใดในอุทธรณ์ที่ยื่นมานั้นได้ หรือการที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นคำขออนุญาตหรือยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ใดที่กฎหมายก่อตั้งให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดส่งผลให้บุคคลนั้นไม่อาจได้รับสิทธิที่กฎหมายก่อตั้งได้ เป็นต้น

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.23/2547 กรณีที่ข้าราชการที่มีสิทธิรับบำนาญถึงแก่ความตาย บุคคลที่ข้าราชการผู้ตายแสดงเจตนาระบุให้มีสิทธิรับเงินช่วยพิเศษจะต้องขอรับเงินช่วยพิเศษภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้แสดงเจตนาถึงแก่ความตายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 25 ประกอบมาตรา 42 แห่ง พ.ร.ฎ. การจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 ซึ่งแม้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีจะไม่มีหน้าที่โดยตรงตามกฎหมายในเรื่องการแจ้งสิทธิดังกล่าว แต่การที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้พยายามติดต่อผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินช่วยพิเศษหลายครั้งผ่านทางญาติและทางโทรศัพท์ แต่ไม่อาจติดต่อผู้ฟ้องคดีได้ ถือได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้กระทำการโดยชอบตามสมควรแล้ว และมิใช่เป็นกรณีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าส่วนราชการที่ผู้ตายสังกัดอยู่จะสามารถผ่อนปรนเรื่องการขอรับเงินช่วยพิเศษเมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายได้ก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ตายถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2539 ผู้ฟ้องคดีได้ทราบถึงการตายดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2540 แต่เพิ่งมายื่นขอรับเงินช่วยพิเศษเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2543 ซึ่งล่วงพ้นระยะเวลาถึงสามปี จึงไม่มีเหตุอันควรผ่อนปรนให้ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับเงินช่วยพิเศษเป็นกรณีพิเศษได้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีคำสั่งไม่อนุมัติการจ่ายเงินช่วยพิเศษให้แก่ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยมากแล้วระยะเวลาบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้ในกฎหมายฉบับนั้นมักจะกำหนดให้มีวัตถุเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนควบคู่กับเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภาครัฐในการคุ้มครองประโยชน์มหาชนเสมอ จากเจตนามรณ์หรือวัตถุประสงค์ของระยะเวลาบังคับดังกล่าว จะส่งผลให้ระยะเวลาบังคับเป็นเงื่อนไขความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำนั้นจะเห็ ระยะเวลาที่กำหนดไว้ แม้ว่ากฎหมายจะไม่ได้เขียนไว้โดยชัดแจ้งว่าให้มีผลสภาพบังคับอย่างไร ก็มิได้หมายความว่าระยะเวลาที่กำหนดจะมิใช่เป็นระยะเวลาบังคับทุกกรณี จำต้องพิจารณาพิเคราะห์ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นๆ ประกอบด้วยจึงจะชี้ชัดได้ว่า ระยะเวลาที่กำหนดไว้เป็นระยะเวลาบังคับหรือไม่

2. ระยะเวลาเร่งรัด

ระยะเวลาเร่งรัด (délai indicatif) หมายถึง ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดกำหนดให้ผู้อยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายนั้น กระทำการหรืองดกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่มิได้กำหนดผลว่าถ้าหากไม่กระทำหรืองดเว้นกระทำการใดภายในระยะเวลาที่กำหนดจะส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายอย่างไร กล่าวคือ ไม่มีสภาพบังคับของกฎหมายใดๆ ว่า หากไม่กระทำหรืองดกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้แล้ว จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นไม่มีอำนาจกระทำการต่อไปหรือบุคคลนั้นสูญสิ้นสิทธิหรือไม่อาจก่อตั้งสิทธิได้

ระยะเวลาเร่งรัดในแง่ผลสภาพบังคับจึงมีความหมายตรงกันข้ามกับระยะเวลาบังคับนั้นเอง จากความหมายของระยะเวลาเร่งรัดดังกล่าว การที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เพื่อให้เกิดการเร่งรัดในกระบวนการดำเนินการตามกฎหมายระบุให้เสร็จภายในระยะเวลาที่รวดเร็วตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้จะไม่กระทำการภายในกำหนดก็ไม่ส่งให้การกระทำนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลของโดยสภาพการบริหารงานภาครัฐหรือเพื่อโดยสภาพของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชนตามที่กฎหมายกำหนดไม่อาจจะกระทำให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้

กำหนดระยะเวลาเร่งรัดที่กฎหมายกำหนด ส่วนมากมักจะกำหนดกรอบระยะเวลาที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินกระบวนพิจารณาทางปกครองให้แล้วเสร็จภายในกำหนด เช่น กฎหมายกำหนดเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ทำการพิจารณาอุทธรณ์ให้เสร็จภายในระยะเวลา 90 วัน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะพิจารณาสั่งอุทธรณ์เกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด ก็ไม่ส่งให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้นเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือ แม้แต่ในกรณีการออก “กฎ" หรือกฎหมายลำดับรองที่ล่วงเลยระยะเวลาที่กฎหมายแม่บทกำหนดให้กฎภายในระยะเวลาที่กำหนด ก็ไม่มีผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของกฎนั้น เป็นต้น

คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 1657/2556 ส่วนที่พระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ.2553 กำหนดให้สรรหาคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน เป็นเพียงระยะเวลาเร่งรัดให้คณะกรรมการสรรหาฯ ดำเนินการ มิได้เป็นระยะเวลาบังคับเด็ดขาดให้คณะกรรมการฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวแต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.265/2555 มาตรา 46แห่งพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. 2545 บัญญัติให้แจ้งผู้ถูกลงโทษภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ออกคำสั่ง ก็เป็นเพียงระยะเวลาเร่งรัดให้ผู้ออกคำสั่งปฏิบัติเท่านั้น หาได้เป็นเหตุทำให้คำสั่งดังกล่าวสิ้นผลตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ระยะเวลาเร่งรัดนอกจากจะพบในกฎหมายที่กำหนดไว้แล้ว ยังอาจพบได้จากคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของผู้มีบังคับบัญชากำหนดให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่ง หรือคำสั่งคณะกรรมการให้ดำเนินงานอย่างใดอย่างหนึ่งภายในกำหนด เช่น คำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนวินัยทำการสอบสวนวินัยข้าราชการภายในระยะเวลา 180 วัน หากทำการสอบสวนวินัยแล้วเสร็จเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในกำหนด ก็ไม่ส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งทางวินัยข้าราชการนั้น จะเห็นได้ว่า ระยะเวลาเร่งรัดไม่ได้เป็นเงื่อนไขความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองแต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.210/2552 ประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล จังหวัดขอนแก่น เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 3 เมษายน 2545 คำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกง ที่ 13/2546 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลงวันที่ 26 มีนาคม 2546 แก้ไขโดยคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกง ที่ 53/2546 ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2546 จึงชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นที่สอง ระยะเวลาการดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวนตามที่กำหนดในประกาศดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงระยะเวลาเร่งรัดเพื่อมิให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการล่าช้าจนทำให้ผู้ถูกสอบสวนเดือดร้อนเสียหายหรือสิทธิของบุคคลดังกล่าวถูกกระทบกระเทือนเกินควรแก่กรณีเท่านั้น

แต่การกระทำการใดหรือการดำเนินการตามระยะเวลาเร่งรัด แม้ว่าจะล่วงเลยระยะเวลาที่กำหนดไว้ก็ตามก็จะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร (délai raisonnable) ด้วย หากเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการใดหรือดำเนินการใดล่วงเลยระยะเวลาอันสมควรก็จะเป็นเงื่อนไขก่อให้เกิดสิทธิแก่ผู้อยู่ใต้บังคับของกฎหมายหรือกระบวนการพิจารณาทางปกครองนั้นฟ้องร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้พิจารณาหรือดำเนินการให้เสร็จภายในกำหนดระยะเวลาได้ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ในกรณีที่มีการกระทำทางปกครองที่เกินระยะเวลาอันสมควร และกระทบสิทธิต่อบุคคลอยู่ตกภายใต้บังคับของการกระทำทางปกครองนั้น ก็อาจเป็นเหตุให้เพิกถอนการกระทำทางปกครองได้ ถ้าการกระทำทางปกครองได้ดำเนินการด้วยความล่าช้าอันส่งผลให้เป็นการสร้างชั้นตอนเกินความจำเป็นหรือสร้างภาระเกินสมควร โดยเฉพาะอย่างการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการล่วงเลยระยะเวลาเร่งรัดที่เกินระยะอันสมควรไปมากย่อมแสดงให้เห็นได้เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต เช่น กฎหมายสภาวิชาชีพให้สภาวิชาชีพยื่นยันมติเดิมที่ถูกสภานายกพิเศษยับยั้งไว้ภายใน 30 วัน แต่ไม่ดำเนินการปล่อยเวลาให้ล่วงเลยระยะเวลาออกไปเป็น 2- 3 ปี แล้วจึงหยิบยกเรื่องขึ้นมายื่นยันมติ โดยไม่มีเหตุพิเศษรองรับย่อมถือว่าเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต เป็นต้น จะเห็นได้ว่า แม้ว่าระยะเวลาเร่งรัดจะมิได้เป็นระยะเวลาบังคับที่เป็นเงื่อนไขความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครอง แต่การไม่ดำเนินการตามระยะเวลาเร่งรัดจนล่วงเลยระยะเวลาพอสมควรก็ส่งให้การกระทำทางปกครองนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยเหตุเป็นการสร้างขั้นตอนหรือภาระเกินสมควรแก่ประชาชนหรือไม่สุจริต

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 260/2546 (ประชุมใหญ่) แม้การอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ก.ตร. ซึ่งเป็นขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายของฝ่ายปกครองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจฯ ประกอบกับ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฯ แม้พระราชบัญญัติดังกล่าว มิได้มีบทบัญญัติใดที่กำหนดระยะเวลาบังคับให้ ก.ตร. ต้องพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยของผู้ฟ้องคดีให้แล้วเสร็จเมื่อใดก็ตาม แต่การที่ ก.ตร. มิได้พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร ผู้ฟ้องคดีย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน. 2558 เช้าคุยกับรองฯสมบัติ จันทร์มีชัย เรื่องการเตรียมการสอบภาค ข. ท่านรองฯประพฤทธิ์ บุญอำไพ บอกว่าเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองติดต่อแล้ว ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับรองว่า สายที่ผ่านเขตเป็นสายเดียวกับที่ผ่านโรงพยาบาล ไม่ปล่อยให้ดับนาน เครื่องปั่นไฟจึงไม่จำเป็น ก็ยอมเพราะประหยัดเงินเป็นอีกหมื่น ตรวจงานก่อสร้างหลังคาโรงรถ.มีคนงานสองสามคน งานจึงช้ากว่าใจคิด ผิดกับงานตกแต่งห้องประชุชั้น 3 ดูเข้มแข็งรวดเร็ว บ่ายเดินทางไปเป็นประธานงานพระราชทานเพลิงศพ ดร.ปราโมทย์ ภูมิจันทร์ ที่ว้ดดาวเรือง.ชีวิตคนไม่แน่นอน เขาเป็นผู้บริหารหนุ่ม เพิ่งจบปริญญาเอก การบริหารโรงเรียนถือเป็นเลิศคสหนึ่ง จนผมเคยให้ความดีความชอบสองขั้น. ทำโรงเรียนสว่างราษฎร์บำรุงให้เป็นโรงเรียนจิ๋วแต่แจ๋วมาแล้วทั้งผลการเรียนและสภาพแวดล้อม. พอขยับมาโรงเรียนใหญ่ คุณหญิงส้มจีน แถวคลองหลวง กำลังวางระบบไปได้ดีก็ถูกโรคร้ายโจมตีแบบไม่เตือนล่วงหน้า ขอให้ดวงวิญญานไปสู่ที่สุคติเถิด. เย็นกลับเข้าเขต ขึ้นไปห้องประชุมชั้น 3 เพื่อให้นโยบายกับทีมงานออกข้อสอบภาค ข. การสอบแข่งขันบรรจุครูที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2558 มีคนเหลือเข้าสอบภาคนี้เพียง 45 คน. นโยบายคือออกข้อสอบอย่างดีที่ไม่มีคนตกอีกแล้ว.

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม. 2558 เช้าเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพราะรับปากกรรมการสมาคมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทยว่าจะไปช่วยเสนอความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา. ที่โรงแรมตรัง กำลังเป็นประเด็นร้อนเพราะมีผู้เสนอรื้อโครงสร้างการศึกษาใหม่ จะให้โรงเรียนไปสังกัดท้องถิ่น รื้อเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อคนจะรื้อบ้านแบบไม่จ่ายค่าเวนคืนเจ้าของบ้านก็มีสิทธิ์วิตกกังวล กระแสต่อต้านจึงก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แม้จะอยู่ในยุค ม.44 ก็ไม่ควรประมาท เรือลำใหญ่จมเพราะรูรั่วเล็กๆ ถ้าไม่รีบอุด. การประชุมเป็นกลุ่มขนาดเล็ก เป็นผอ.เขต รุ่นใหม่ รุ่นเก่ามีสองคน คือ ผมกับ ผอ.วินัย ศรีเจริญ จากสพป.สมุทรสงคราม เราเรื้อเวทีมานาน จึงให้ความเห็นแบบประสบการณ์เดิม. บ่ายมีราชการที่ ก.ค.ศ. จึงกลับเข้าเขตเย็น เชิญ ผอ.กลุ่มมาสอบถามความพร้อมในการสอบภาค ข. ทราบว่าพร้อมแล้ว การทำข้อสอบที่ห้องประชุมชั้น 3 ก็ราบรื่นดี ไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจการณ์จาก สพฐ. เข้ามา. พรุ่งนี้ใช้โรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาสเป็นสนามสอบ คงเรียบร้อยเพราะใช้มาทุกครั้งก็ไม่มีปัญหา ส่วนการตรวจข้อสอบจะประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนคณะราษฎร์บำรุง เพราะต้องการความเชื่อถือได้

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอแสดงความยินดีกับท่าน ผอ กำจัด คงหนู บอร์ด ชพค ชุดใหม่ ด้วยค่ะ