จากพิธีกรรมผ่าจ้านช้าง สู่วัฒนธรรมฝึกคนเพื่อให้เป็นมนุษย์เศรษฐกิจ


วันนี้วันแรงงาน มีวาทกรรมเท่ห์ ๆ ว่า "แรงงานนั้นเป็นผู้สร้างโลกนี้"
ไม่รู้ว่าใครสร้างวาทกรรมนี้ นายทุน หรือ กรรมกร จึงมิอาจทราบได้
แรงงานแต่เดิมมีตั้งแต่ยุคบุพกาล เชลยที่แพ้จากการต่อสู้จึงต้องนำ
มาใช้แรงงานเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงพัฒนาการให้เป็นทาส ที่สามารถ
ซื้อขายแรงงานด้วยเงินได้ จนมาถึงระบบทุน ที่แรงงานถูกจูงใจด้วยเงิน
แต่อย่างไรก็ตามมีคำถามว่า "มีการฝึกคนให้เป็นมนุษย์เศรษฐกิจได้อย่างไร

ก่อนที่จะไปดูมนุษย์เศรษฐกิจ ไปดูเรื่องการฝึกช้าง โดยเฉพาะพิธีกรรม
ที่เรียกว่า การผ่าจ้านช้าง ปกติช้างก็อยู่ในป่ามีความเป็นอิสระอยู่ในตัว คนได้
มองเห็นประโยชน์ที่จะนำเอาช้างมาใช้ประโยชน์เป็นแรงงาน จึงได้เอาช้างมาฝึก
เพื่อให้ประโยชน์แก่มนุษย์ การเอาช้างมาฝึกแต่แรกเขามีพิธีกรรมคือ "ผ่าจ้าน"
ผ่าจ้าน คือ แยกลูกช้างออกจากแม่ช้าง และพยายามบังคับควบคุมด้วยการให้
รางวัลคืออาหาร และลงโทษด้วยตะขอ จนสามารถเอาช้างมาทำงานรับใช้
มนุษย์ได้ ซึ่งปกติกว่าจะนำเอาช่างให้เชื่องและเชือฟังคนฝึก ต้องผ่านการลงโทษ
อย่างรุนแรง ซึ่งคลิปที่เอาลงนี้เบามาก ๆ ยังมีอีกหลายคลิปที่แสดงถึงความโหดร้าย
ทารุณกว่าที่ช้างจะกลายเป็นแรงงาน ช้างบางตัวเสียชีวิตไปก่อน บางตัวบาดเจ็บมาก
ต้องฝึกอย่างหนักเพื่อโชว์ในธุรกิจของมนุษย์ เช่นวาดภาพ เล่นฟุตบอล เพื่อความ
บันเทิงของมนุษย์ นอกจากนั้นแล้วการใช้แรงงานในการขนของ ลากไม้ นำนักท่องเที่ยว
ไปเที่ยว และใช้แรงงานเกินกำลังเพื่อธุรกิจทำกำไรสูงสุด นำไปสู่การทารุณกรรมช้าง

แล้ว กระบวนการกลายเป็นมนุษย์เศรษฐกิจ ก็คล้าย ๆ กับการทำผาจ้านช้างนั่นแหละ
กระบวนการแยกคือ กระบวนการแยกลูกออกจากแม่จากครอบครัวเสียก่อน เป็นอันดับแรก
เพื่อมาฝึกให้เป็นแรงงานที่ดีในระบบทุนนิยม ผ่านกระบวนการให้รางวัลและการลงโทษ
เหมือนกัน ในยุคก่อน ๆ การฝึกคนนั้นใช้ไม้เรียว เพื่อที่จะควบคุมการลงโทษให้เบ็ดเสร็จ
สิ่งสำคัญในการฝึกมนุษย์ให้เป็นมนุษย์เศรษฐกิจก็คือ "เชื่อฟัง" การเชื่อฟัง นั้นเป็นเป้าหมาย
ไม่ว่าคนหรือช้าง เป้าหมายของช้างคือ "เชื่อฟัง" และ "ควบคุมได้ "เป้าหมายของคนคือ
"เชื่อฟัง" และ "สามารถควบคุมได้" ความแตกต่างระหว่างช้างกับคนก็คือ ช้างไม่สามารถ
หลอกคนได้ว่าพอใจหรือไม่พอใจ ช้างจะแสดงออกอย่างชัดเจน สำหรับคนแล้วสามารถ
หลอกว่าพอใจได้ ทั้งที่ไม่พอใจ ส่วนรางวัลของช้างเป็นอาหารที่ใช้ประทังชีวิต ส่วนรางวัล
ของคนมีมากหลาย เช่น จะทำใช้ชีวิตดีขึ้น มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เยอะ ๆ ได้รับการ
ยกย่อง มีเกียรติ การจูงใจหรือรางวัลทางบวกจึงมีความซับซ้อนกว่า การฝึกช้างมาก ส่วน
การใช้แรงงานของมนุษย์ในระบบอุตสาหกรรม มีการแบ่งแยกแรงงานตามที่ได้รับการฝึก
นอกจากกระบวนการฝึกให้เป็นแรงงานแล้ว การฝึกที่สำคัญของการเป็นมนุษย์เศรษฐกิจ
ก็คือ การฝึกเพื่อให้เป็นนักบริโภคที่ดี ไลฟ์สไตล์ของการบริโภค เป็นหัวใจสำคัญของระบบ
ทุนนิยม จึงสร้างวิธีฝึกที่แนบเนียนจากความเชื่อฟังจากการฝึกประจำวัน มาสู่การเชื่อฟังใน
ระบบโฆษณา เพื่อผลักดันระบบทุนนิยมให้แข็งแกร่งขึ้น และมีการฝึกเป็นแรงงานที่ดีสามารถ
ทำตามคำสั่งได้อย่างยิ่งยวด ที่เรียกว่า คุณภาพ มาตรฐาน มีเป้าหมายเพื่อจะฝึกมนุษย์เศรษฐกิจ
ได้มีศักยภาพเพิ่ม โดยเนื้อแท้แล้วก็คือการทำตามคำสั่งและข้อกำหนดอย่างละเอียด เพื่อสามารถ
ควบคุมกำไรในระบบทุนนิยมได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าในอนาคตอาจมีการกำหนดฝึกช้างแบบ "KPI"
ก็เป็นได้เหมือนกัน ถ้าทำสำเร็จกับมนุษย์ ช้างอาจเป็นรายต่อไป

จากกระบวนการกลายเป็นแรงงาน ซึ่งช้างกับคน ไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่คนมีความซับซ้อน
กว่า กระบวนการลงโทษของคนอาจจะเนียนกว่า การลงโทษช้าง แต่สุดท้าย ช้าง กับ คน ก็มีฐานะ
เท่าเทียมกันคือ "เป็นสัตว์เศรษฐกิจ" เหมือนกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

หากเราจะนำพิธีกรรมการฝึกช้างมาเทียบกับพิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน หรือ the rite of passage จะน่าสนใจมากขึ้น ทีคุณมาถามผมว่า ผมเคยอ่านงานของ Geertz เรื่อง The Integrative Revolution ไหม ผมเคยอ่านครับ เกือบ 15 ปีได้แล้วครับ ผมย้ายบ้านบ่อยก็เลยไม่ได้เก็บต้นฉบับไว้ แต่ผมได้นำบางส่วนมาเขียนบันทึกในเรื่อง การปฏิวัติแบบบูรณาการ : ชาติพันธุ์, อัตลักษณ์, และ ความเป็นชาติ ตอนที่ 1..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/583386 ครับ ขอบคุณอีกครั้งที่ได้สอบถามนะครับ

เขียนเมื่อ 

น่าสงสารช้างนะเนี่ย

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

Thanks for the viewpoint on economic animals.

Man over work animals is an exploitation (Man gets profit; Animals get food and care). Man over man is economic power (few of Man get profits; more enslaved). Sad!