เล่าเรื่องคุณยาย..มอส

เมื่อคุณยายคิดอย่างนั้น และปล่อยปละละเลย ผมกับครูก็เลยใช้วิธีให้มอสเล่นดนตรี เพื่อฝึกความรับผิดชอบ เข้ากับเพื่อนได้ มีความภูมิใจในตนเอง และมีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น..ไม่ทันจะได้ผล คุณยายก็มาที่โรงเรียน บอกจะขอย้ายมอสไปเรียนป.๔ และอยู่กับพ่อที่เมืองนนท์ ......

คุณยาย..มอส..จริงๆแล้ว คุณยาย..ไม่ได้ชื่อมอสหรอกครับ มอส เป็นชื่อของหลานคุณยาย ตอนนั้นหลานคุณยายอยู่ชั้น ป.๓ คุณครูจึงมักเรียกยายของมอสว่าคุณยายมอส..จนติดปาก..คุณยายห่างหายจากโรงเรียนไปนานนับปีแล้ว

คุณยายชื่อเย็น ชื่อจริงว่าอะไรผมไม่ได้สนใจ ทราบแต่ว่าคุณยายมีฐานะ ค่อนข้างดี ด้วยวัย ๖๐ ปี แต่ดูจากใบหน้าและการแต่งตัวแล้ว..ไม่น่าจะถึง บ้านคุณยายมั่นคงใหญ่โต อยู่ใจกลางของหมู่บ้าน อาชีพหลักคือปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง คุณยายจะปล่อยให้งานพืชไร่เป็นหน้าที่ของสามี ส่วนคุณยายจะอาสา ออกไปเลี้ยงวัวข้างบ้าน ราวๆ ๓๐ ตัว..โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย การแต่งกายในชุดเลี้ยงวัวของคุณยายก็ไม่เหมือนชาวบ้าน คือจะแต่งสวยไว้ก่อน ด้วยเสื้อผ้าสีสดใส แต่ใส่หมวกคลุมหน้ามิดชิด ผิดกับชาวบ้านทั่วไป

เพื่อนบ้าน..ไม่ค่อยชอบนิสัยคุณยายมอส..ด้วยมองว่าคุณยายจะหยิ่ง ไม่สุงสิงกับใคร ที่สำคัญเป็นที่โจษขานร่ำลือเป็นที่รู้กัน ว่าใจคอของคุณยายอย่างกับทะเล...ที่ออกไปทาง..เค็ม..เสียมากกว่า แต่ผมก็ไม่ปักใจเชื่อ เพราะเห็นวันเด็กทีไร คุณยาย นำเงินมาบริจาคเป็นรายแรก พร้อมด้วยขนมและผลไม้มากมาย

คุณยายมีลูกสาว ๒ คน คนโต..แต่งงานมีสามีแล้วเลิกกัน มีลูกติดมาหนึ่งคน คือ มอส..จากนั้นแม่ของมอส ก็ไปแต่งงานใหม่ ปล่อยให้คุณยายเลี้ยงหลานชายสุดที่รัก..ที่ชื่อมอส..มาตั้งแต่เล็กๆ ตามใจมอสทุกอย่าง ใครแตะไม่ได้.... ยกเว้นครูที่โรงเรียน

วันเสาร์..หลังจากปิดเทอมได้ ๒ - ๓ วัน ผมไปทำงานที่โรงเรียนตามปกติ..กำลังอ่านเอกสารที่โต๊ะทำงานภายในห้องพักครู หางตามีเงาตะคุ่มๆ เงยหน้าขึ้น รู้สึกตกใจ เห็นคุณยายมายืนตรงหน้า ในมือมีซองเอกสารสีน้ำตาล ผมมองเลยไปที่ประตูก็เห็น เจ๊ยุพิน คนขายก๊วยเตี๋ยว ซึ่งเป็นกรรมการโรงเรียนด้วย ยืนยิ้มเกาะขอบประตู..."..ยาย..ให้ฉันมาเป็นเพื่อนน่ะ..ครูใหญ่..." ครับ เจ๊ แกไม่เคยมองผมเป็น ผอ.เลยสักครั้ง

"สวัสดีครับ..คุณยาย" ผมยิ้มและทักทาย คุณยายมอส..ก็ยิ้มอายๆ เหมือนจะไม่ค่อยสนิทเหมือนเมื่อก่อน คุณยายยื่นซองกระดาษให้ผม...."..ที่ฝากเจ๊ยุพินมาบอก..ว่าจะย้ายมอสมาเรียนนะค่ะ...วันนี้ฉันเอาหลักฐานมาให้ค่ะ..." "ครับ..ผมบอกครูประจำชั้น ป.๕ ให้ใส่ชื่อมอสไปแล้ว..ไม่ต้องห่วงนะครับ.."

คุณยายยกมือไหว้ขอบคุณ..แล้วเดินออกไปพร้อมเจ๊ยุพิน....ที่อุตส่าหฺ์เดินมาเป็นเพื่อน

การกลับมาของมอสครั้งนี้..ผมรับเข้าเรียนด้วยความเต็มใจและมีความสุขมาก ทั้งๆที่ครั้งหนึ่งเคยเสียความรู้สึกกับยายหลานสองคนนี้มาแล้ว..ตอนนั้น มอสอยู่ ป.๓ จำได้ว่า ตลอดปีการศึกษา ผมเชิญคุณยายมาพบที่โรงเรียนด้วยเรื่องของมอส ถึง ๓ ครั้ง...ทั้งเรื่องไม่ตั้งใจเรียน มีพฤติกรรมก้าวร้าว ชอบรังแกเพื่อน และลักขโมยอุปกรณ์การเรียนของเพื่อน...อยู่เป็นประจำ

ขอพบพูดคุยหารือกับคุณยาย ก็เพื่อหาทางแก้ไข..แต่คุณยายกลับวางเฉย มิหนำซ้ำกลับพูดให้ท้ายหลานประมาณว่า...มอส ผู้เป็นหลานรัก ที่บ้านเรียบร้อยมาก ไม่เคยรังแกใคร ที่บ้านมีของเล่นมากมาย ให้ตังค์มาโรงเรียนมากกว่า ๒๐ บาททุกวัน...

เมื่อคุณยายคิดอย่างนั้น และปล่อยปละละเลย ผมกับครูก็เลยใช้วิธีให้มอสเล่นดนตรี เพื่อฝึกความรับผิดชอบ เข้ากับเพื่อนได้ มีความภูมิใจในตนเอง และมีสมาธิกับการเรียนมากขึ้น..ไม่ทันจะได้ผล คุณยายก็มาที่โรงเรียน บอกจะขอย้ายมอสไปเรียนป.๔ และอยู่กับพ่อที่เมืองนนท์ ......

ด้วยความที่ผมเป็นห่วงมอส ก็เลยพูดทัดทานไปพอสมควร แต่คุณยายไม่ฟังเลย คุณยายมั่นอกมั่นใจในอนาคตของมอสว่าต้องไปดีแน่นอน.."ครูใหญ่ ไม่ต้องห่วง ถึงพ่อเขาจะขับแท๊กซี่ มีเมียใหม่ แต่เขาก็รายได้ดีและรักลูกเขามาก...." ครูใหญ่อย่างผมก็เลยอ่อนใจและจนปัญญา พูดไปมากกว่านี้ คุณยายก็จะหาว่าผมดีงเด็กไว้ เพราะกลัวเด็กจะลดน้อยลง..

จึงเป็นที่โจษขานกันว่า มอสได้ไปเรียนที่กรุงเทพ ไปอยู่กับพ่อแท้ๆ..แต่ขอโทษครับ มอสไปได้แค่เดือนเดียว เสียงร่ำลือเซ่งแซ่ร้านก๊วยเตี๋ยวเจ๊ยุพิน..แทบจะทุกวัน ว่ามอสถูกแม่เลี้ยงตีไม่ยั้ง..มอสสร้างวีรกรรมทั้งที่บ้านและโรงเรียน..จนพ่อทนไม่ไหวแล้ว..ตัดสินใจจะส่งกลับมาอยู่กับคุณยาย..เหมือนเดิม

ผมมาทราบอีกที..มอสก็กลับมาเรียนชั้น ป.๔ ที่โรงเรียนในอีกตำบลหนึ่ง ห่างจากบ้านเกือบ ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งผมก็ได้ทราบข่าวอีกว่า มอส อยากกลับมาที่โรงเรียนของผม แต่คุณยายเกรงว่า จะมาสร้างความยุ่งยากลำบากใจให้โรงเรียน... อีกอย่างก็คงจะอายผมด้วย

มอสไปอยู่โรงเรียนไกลบ้าน ที่ไม่คุ้นเคย และถูกเลี้ยงอย่างตามใจ ทำให้มอส..เป็นเด็กที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดของหมู่บ้าน ล่าสุด..คุณยายมอสก็คงเหลืออด สุดที่จะทนหลาน ใช้งานอะไรบ้างก็ไม่ได้ ทำท่าจะตีก็วิ่งหนี คุณยายเลยคว้าหนังสะติ๊กที่เคยใช้ยิงวัว ยิงไปที่เจ้ามอส ลูกหนังสะติ๊กกลมๆที่ปั้นด้วยดินเหนียวโดนใบหูเจ้ามอส.. จนเลือดออกซิบๆ..

วันนี้..คุณยายคงรู้แล้ว..ว่าหลานชาย ไม่ธรรมดา การกลับมาอยู่ชายคาโรงเรียนใกล้บ้าน แล้วมาช่วยกันเลี้ยงดูให้ความรักความอบอุ่นเพิ่มขึ้น ครูเองก็จะขัดเกลานิสัยให้มอสเสียใหม่ ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมดนตรีและกีฬา การกลับมาของมอส ถือเป็นโชคดี ต้อนรับปี ๒๕๕๘ เพราะมอสจะเป็นเด็กคนที่ ๖๙..ซึ่งเป็นเลขที่สวยงามมาก

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๖ เมษายน ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

ตามมาเชียร์การทำงาน

ฝนตกมากเลยนะครับ

คงชุ่มฉ่าน่าดู

การสอนเด็กให้เรียนใกล้บ้านมีความสุขนะครับ

เปิดเทอมเมื่อไรครับ

จะนำหนังสือพี่ดร.เปิ้นไปส่งเข้าห้องสมุดครับ

เปิดวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ครับ

</span></span></strong>

เขียนเมื่อ 

.....เปิดเทอมได้ห้องสมุดใหม่ให้มอส...ด้วยนะ ดีใจกับเลข ๖๙ จ้ะ

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

อยากให้ ผอ ดูรายการนี้

ผมว่า ผอ มาถูกทางแล้วครับ

เขียนเมื่อ 

มอสมีบุญมากที่จะได้มาเป็นลูกศิษย์"ครูใหญ่"นะคะ เราจะได้พลังดีๆกลับมาให้สังคมอีกคน

เขียนเมื่อ 

กลับคืนสู่รวงรัง...แห่งรักและการเรียนรู้ ครับ