ฟ้าหลังฝน.....(๒)

ปีไหนน้ำท่วม.ยิ่งหนักหนาสาหัส ผมนอนผวาหลายคืน เมื่อรู้สึกว่าแพลอยไปลอยมาได้ พ่อบอกไม่ต้องกลัว พ่อเอาเชือกผูกแพพันไว้ที่ต้นก้ามปูแล้ว แม่ต้องอธิบายว่าเป็นเรื่องปกติ ที่พื้นดินที่แพตั้งอยู่มีน้ำท่วมถึง เมื่อมีคลื่นลมก็ย่อมซัดแพเป็นธรรมดา แต่ผมกลับคิดว่าไม่ธรรมดาหรอกแม่.. ถ้าเชือกขาดล่ะ

ในยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ..อันเกิดจากฝนฟ้ากระหน่ำ ซ้ำเติมด้วยพายุฤดูร้อนที่พัดอื้ออึงไปทั่วบริเวณบ้านสวน ผมไม่สามารถจะหลับตาลงได้ เหมือนเป็นโรคประจำกายที่ไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตผม..ภาพแห่งความคิดคำนึง..ถึงเรือนแพหลังนั้น ยังติดตาตรึงใจไม่รู้ลืม.....

แพพักที่เป็นบ้านของผม..ถูกลากขึ้นบนฝั่ง ด้วยรถสิบล้อ ลำตัวของแพพ้นน้ำและตั้งอยู่ตรงโค้งน้ำพอดี แต่ขนานไปกับฝั่งคลอง มองดูเด่นเป็นสง่า เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้สัญจรไปมายิ่งนัก แล้วยิ่งพ่อชอบปลูกต้นไม้ มีไม้ประดับอยู่ริมคลอง มองเห็นกิ่งก้ามปูแผ่ผงาด ให้ร่มเงาเขียวครึ้ม เสริมส่งบ้านแพให้ดูไม่โทรมจนเกินไป

เรือนแพประยุกต์คงสภาพ..อยู่ไม่นาน หลังคาสังกะสีที่ไม่มีฝ้าเริ่มรั่ว ฝนตกคราใด เป็นต้องเอาขันมารองน้ำ พ่อตัดสินใจรื้อหลังคาครั้งใหญ่ และต่อเติมด้านข้างให้เป็นครัวกว้างขึ้น หลังคาครัวมุงด้วยตับจากเพื่อคลายร้อน เมื่อแพถูกขยับขยาย มองมาแต่ไกล..จึงเริ่มใหญ่โตคล้ายบ้านเข้าไปทุกที

หน้าแล้ง น้ำลด มองเห็นตลิ่งที่สูงชันชัดเจน บ้านผมจึงเหมือนอยู่บนโคกสูง บางวันลมแรงจัด ผมยังกลัวลมจะพัดบ้านคว่ำตกคลอง ต้องปลอบใจตัวเองว่า ตรงส่วนที่เป็นครัวมีเสาครัวยึดไว้และขวางทางไม่ให้แพต้องเคลื่อนที่เร็ว

คราวนี้..หน้าน้ำหลาก ไหลจากปทุมธานี ทุกคลองซอยปล่อยน้ำมาเร็ว น้ำจึงไหลเชี่ยวหน้ากลัว ยิ่งบ้านผมอยู่ตรงโค้งที่เป็นคุ้งน้ำ เป็นส่วยปลายของคลองชลประทาน น้ำจึงไหลแรงเพื่อไปลงประตูระบายที่เลยบ้านผมไปนิดเดียว เศษไม้ ขอนไม้ ผักตบชวา ที่นอนหมอนมุ้งและหมาเน่าลอยเกลื่อน บางครั้งมาติดค้างข้างบ้าน ทำให้ผมต้องเขี่ยทิ้งอย่างทุลักทุเล..ที่เขี่ยไม่ได้ แต่ต้องวิ่งหนีก็คือ..งูเห่า ที่ลอยคอมากับน้ำ ผมเห็นจนชินตา..แต่ก็กลัวทุกครั้ง

ปีไหนน้ำท่วม.ยิ่งหนักหนาสาหัส ผมนอนผวาหลายคืน เมื่อรู้สึกว่าแพลอยไปลอยมาได้ พ่อบอกไม่ต้องกลัว พ่อเอาเชือกผูกแพพันไว้ที่ต้นก้ามปูแล้ว แม่ต้องอธิบายว่าเป็นเรื่องปกติ ที่พื้นดินที่แพตั้งอยู่มีน้ำท่วมถึง เมื่อมีคลื่นลมก็ย่อมซัดแพเป็นธรรมดา แต่ผมกลับคิดว่าไม่ธรรมดาหรอกแม่.. ถ้าเชือกขาดล่ะ และครัวที่ต่อเติมมัน ไม่ได้ยึดตัวแพแต่อย่างใด แค่ต่อออกไปเฉยๆ... มันสามารถลอยแยกตัวออกจากกันได้..นะแม่...

ผ่านหน้าน้้าไปได้อย่างขวัญหนีดีฝ่อ..ตอนนั้น..ผมเข้าสู่ช่วงวัยประถมตอนปลาย เรียนอยู่วัดท่าเกวียน ผมเรียนเก่ง..ลายมือสวย แม่ก็ชื่นชม สมกับเป็นลูกข้าราชการ..แต่ผมไม่เคยเอาที่ ๑ มาฝากแม่ ได้แค่ที่ ๓ ทั้งตาปี เพราะเพื่อนที่เป็นหลานครูใหญ่ (ประสิทธิ์ ชูช่วย) เขาเก่งจริงๆ คนที่สอบได้ที่ ๒ คนนี้ทั้งเก่งและขยัน(วรศักดิ์..เปา ขวัญเจริญทรัพย์) เราสามคน พร้อมใจกันไปสอบเรียนต่อ มศ.๑ สายวิทย์..ที่โรงเรียนปากเกร็ด....

๕ ปี ที่เรียนมัธยมปากเกร็ด ไม่มีปีใดเลย ที่ผมจะมีผลการเรียนออกมา..ดี แม่เริ่มหมดความคาดหวังในตัวผม แต่แม่ไม่พูดอะไร พ่อก็ไม่สนใจ ต่อเมื่อ..แม่พายเรือข้ามคลองไปซื้อข้าวสารและน้ำมันก๊าดบ้านฝั่งตรงข้าม..แม่จะกลับมาพร้อมคำพูดเปรยๆว่าลูกบ้านโน้น(วิเชษฐ์ - สายชล ขุนอินทร์)เขาขยันช่วยงานบ้าน เรียนก็เก่ง...พี่สาวผมฟังแล้วเดินหนี แต่ผมจะตั้งใจฟังแม่และยืนเจ็บปวดอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลย....

นึกย้อนไปในวันนั้น กับคำพูดของแม่...ผมพยายามคิดว่า แม่ใช้จิตวิทยาอะไรหรือเปล่า แต่ทำไมผมไม่ฮึกเหิมเลย เจ็บจนร้องไห้..ทำอะไรไม่ได้ก็เบนเข็มไปเรียนวิทยาลัยครูพระนคร.. สอบแข่งขันเข้าไปเรียนวิชาเอกภาษาไทย....

มรสุมชีวิตครอบครัว เข้ามาพลิกผัน แม่ต้องค้าขายหารายได้ช่วยพ่อ ส่วนพ่อก็ต้องย้ายไปสู่ตำแหน่งที่ดีกว่า ผมต้องไปเช่าบ้านอยู่ที่ปากเกร็ด และสุดท้ายปลายทาง..ผมก็สมหวัง ได้อยู่บ้านพักของพ่อที่รอคอยมานาน..เป็นห้องแถวไม้สองชั้น ณ ชลประทานบางบัวทอง...อยู่กันแบบแออัด..มีทั้งขโมย คนเมา นักศึกษาและกรรมกร นอนหลับไม่สนิทสักคืน..จนต้องตื่นมาเขียนฝันที่ข้างฝา......กู..จะมีบ้านเป็นของตนเอง..ให้ได้

จึงต้องต่อสู้และฝ่าฟัน..จนจบ ป.ตรี ได้สอบบรรจุ วันที่ได้รับหนังสือให้ไปรายงานตัวเข้ารับราชการครู ผมดีใจที่สุดในชีวิต เอาหนังสือเรียกตัวให้แม่ดู แล้วกราบแม่...ผมทำสำเร็จแล้วครับแม่...ในใจก็อยากบอกแม่ว่า ผมมั่นใจแล้วนะครับ..ว่าผมก็ทำได้ และเป็นก้าวแรก ที่ผมจะต้องทำสำเร็จเรื่อยไป...แม่มองหน้าผมแต่ไม่พูดอะไร น้ำตาแม่ไหล... เหมือนจะเข้าใจในความมุ่งมั่นพยายามของผม...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

บ้านทุ่งดินดำ/๑๒ เมษายน ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ยิ่งอ่านยิ่งได้ความรู้กว่าประสบความสำเร็จไม่ใช่ง่ายเลยครับ

สุดยอดมากๆ

เขียนเมื่อ 

เป็นประสบการณ์ชีวิตที่น่าประทับใจนะคะ มาถึงตรงนี้ได้นี่ต้องภูมิใจสุดๆ ชื่นชมท่านผอ.ชยันต์นะคะ

ขอบคุณครับท่านอาจารย์...

</strong>

เขียนเมื่อ 

รวมเล่ม ๆๆๆๆๆๆๆๆ