ผมจะพานักศึกษา ปี ๑ สาขานิเทศศาสตร์บูรณาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไปฝึกฝนวิธีเรียนรู้สถานการณ์และปรากฏการณ์ทางสังคมจากภาคสนามและนอกห้องบรรยาย เพื่อได้วิธีเรียนรู้ อ่านสังคม และมีประสบการณ์เชิงสังคม ด้วยกระบวนการทางความรู้และการศึกษาเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ได้พัฒนาวิธีคิดวิธีมองต่อสังคมด้วยประสบการณ์ที่ประจักษ์กับของจริงด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้การศึกษาเรียนรู้จากความมีประสบการณ์ผ่านความรู้ที่ถ่ายทอดในรูปแบบอื่นๆ มีความสมบูรณ์มากขึ้น

รวมทั้งให้เป็นโอกาสได้ฝึกฝนเทคนิคและวิธีการทำงานข้อมูลในสถานการณ์จริง ที่จะทำให้มีทักษะในการคิดและสื่อสาร เช่น การถ่ายภาพเก็บข้อมูล การวาดภาพเพื่อทำงานข้อมูล การเดินสำรวจและการเป็นนักสังเกตเพื่อศึกษาและทำงานข้อมูล การตั้งคำถาม การสนทนาและสัมภาษณ์ การอภิปราย การศึกษาประวัติชุมชน การศึกษาและสร้างบทสนทนาเรื่องเล่า รวมไปจนถึงการวิเคราะห์ การเขียนถ่ายทอด การทำสื่อ การสื่อสารและนำเสนอ การรายงานและสื่อสะท้อนสถานการณ์สังคม การสะท้อนข้อมูลแก่ชุมชน

ที่สำคัญคือ การออกแบบกระบวนการ ให้นักศึกษาได้อยู่่ในบรรยากาศของการใช้ชีวิตร่วมกัน ได้ทำงานบนความแตกต่างหลากหลายเป็นหมู่คณะ ได้ระดมความคิดและพัฒนาตัวตนร่วมกับผู้อื่น ได้ทำงานเป็นทีม ได้กินอยู่หลับนอน เห็นชีวิตจิตใจผู้อื่น ได้แก้ปัญหา ได้เรียนรู้ความเสียสละ ได้ดูแลช่วยเหลือกัน ได้เผชิญความยากลำบาก และมีประสบการณ์ชีวิตที่มีความหมายในชุดเดียวกัน

การเรียนรู้และฝึกทักษะพื้นฐาน

การปูพื้นและเตรียมทักษะความพร้อม เพื่อลงไปศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเองกับของจริงภาคสนาม ให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดตามจุดหมายของการเรียนการสอนในรายวิชานี้ ผมคำนึงถึงการได้พัฒนานักศึกษาในทุกด้านให้ได้มากที่สุด ก่อนเข้าสู่กระบวนการท้องถิ่นศึกษาภาคสนาม จึงเป็นกระบวนการฝึกฝนทักษะ ทั้งกระบวนการคิด หลักปฏิบัติ สิ่งที่ควรและไม่ควรทำเมื่อไปเรียนรู้กับชุมชน เทคนิคเครื่องมือ วิธีการและระบวนการต่างๆ รวมทั้งการฝึกฝนทักษะทีม และการจัดระบบต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาดำเนินการและทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นการศึกษาเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมไปด้วย

ให้หลักเพื่อการสังเกต วิเคราะห์ และถ่ายทอดเรื่องราว ๓ ระดับ

การสังเกต การวิเคราะห์ และวิธีถ่ายทอดเรื่องราว ให้เชื่อมโยงครอบคลุม ๓ ระดับ ที่จะทำให้กระบวนการทางความรู้และกระบวนการทางความคิด ไม่หลุดแยกส่วนไปจากความเป็นจริงในวิถีชีวิต ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง ก็ไม่ทำให้กระบวนการทางการปฏิบัติและสิ่งที่อยู่ในวิถีชีวิต รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้บนวิถีปฏิบัติ ไม่หดแคบและหลุดกรอบจากการเข้าใจและเชื่อมโยงกับโลกกว้าง

จัดสถานการณ์เพื่อฝึกฝนตนเองนักศึกษา

นำสิ่งของมาจัดวางอยู่บนโต้ะหน้าห้องบรรยาย แล้วให้นักศึกษาได้สร้างความมีประสบการณ์และฝึกฝนการสังเกต การวิเคราะห์ และวิธีถ่ายทอดเรื่องราว ให้เชื่อมโยงครอบคลุม ๓ ระดับ บรรยากาศในห้องบรรยายเปลี่ยนไปสู่สภาพที่ไม่เป็นทางการและการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง นักศึกษาสามารถพูดคุย ปรึกษาหารือ ถ่ายภาพ บันทึกเสียง และเดินสำรวจรอบๆด้วยตนเอง ตามแนวคิดและวิธีการที่ต้องการ

เขียน นำเสนอในห้อง และส่งเป็นผลงานส่วนบุคคล

จากนั้น นักศึกษาทุกคนก็บันทึกข้อมูล วิเคราะห์ และเขียนรายงานถ่ายทอด ๓ ะดับ กระบวนการดังกล่าวนี้ ใช้เวลาหลังจากให้แนวคิดและวางกรอบการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติ ๑๕-๒๐ นาที จากนั้น ก็ให้นักศึกษาแต่ละคนอ่านผลงานของตนแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในห้อง ได้ความสนุกสนานและสามารถมีส่วนร่วมทางการปฏิบัติได้อย่างท่วถึงทุกคน

การสรุปและสะท้อนการเรียนรู้ที่ได้รับ

จากนั้น ก็สรุปและเสริมแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องให้เป็นการปิดท้าย เปิดประเด็นให้นักศึกษาได้อภิปราย แสดงทรรศนะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้เป็นกระบวนการในส่วนปิดท้าย ที่มีนัยสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ใน ๔ ประการ อันได้แก่ (๑) เพื่อเป็นขั้นตอนและช่วงเวลาให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะการแสดงความคิดเห็นเชิงสื่อสะท้อนความหมาย ต่อสิ่งที่ได้เรียนรู้และสิ่งที่ได้รับ (๒) เพื่อเป็นกระบวนการสำรวจและประเมินอย่างมีความหมาย ให้อาจารย์ผู้สอนสามารถสรุปผลของการจัดการเรียนการสอนและการดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ด้วยวิธีการที่เล็กน้อยแต่สื่อสะท้อนความหมายได้อย่างเหมาะสมเพียงพอ (๓) เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนสามารถเห็นประเด็นสำหรับเสริมความรู้และสร้างสาระการสรุป ให้มีความจำเพาะกับชุดประสบการณ์และความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนทักษะต่างๆของนักศึกษา ที่ปรากฏให้เห็นได้ (๔) เพื่อเป็นกระบวนการเรียนรู้และจัดโอกาสให้นักศึกษาที่มีทักษะการสร้างความรู้ขึ้นในตนเอง (Constructive Learning)ได้สร้างมโนทัศน์รวบยอดและสรุปการเรียนรู้เป็นระบบวิธีคิดเชิงหลักการ เพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆ ต่อไป.