ทำไมคนเราจึงเกิดมาไม่เหมือนกัน

p wisuth
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ในสมัยพุทธกาลมีพราหม์อยู่คนหนึ่งชื่อโตเทยยะเป็นคนร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติมากแต่ไม่ชอบทำบุญให้ทาน โตเทยยะเก็บสมบัติด้วยการนำไปฝังดินไว้ในที่ต่างๆเพราะในสมัยก่อนไม่มีธนาคารรับฝากเงิน พอตายลงลูกชายชื่อว่าสุภมานพก็รับมรดกของพ่อทั้งหมด ส่วนตัวของโตเทยยะเนื่องจากยังผูกพันในสมบัติจึงไปเกิดเป็นสุนัขในบ้านเดิมของตนนั่นเอง สุภมานพรักลูกสุนัขตัวนี้มากเขาให้อาหารและให้นอนบนที่นอนอันประณีตโดยไม่รู้ว่านี่คือพ่อของเขาที่ตายไป

วันหนึ่งในขณะที่สุภมานพไม่อยู่บ้าน พระพุทธเจ้าได้เสด็จบิณฑบาตผ่านไปที่เรือนนั้น เมื่อสุนัขเห็นพระองค์ก็เห่า พระองค์จึงตรัสว่า "ดูก่อนโตเทยยะ เมื่อก่อนเจ้าได้กล่าวหมิ่นเรา บัดนี้เจ้ายังเห่าเราอีก เจ้าจะไปอเวจีนรก" เมี่อตรัสจบลงสุนัขนั้นเกิดสำนึกได้ เดือดร้อนใจวิ่งหนีไปนอนที่กองขี้เถ้า แม้ใครๆจะอุ้มเอาไปนอนที่เดิมก็ไม่ยอม ยังคงคลุกขี้เถ้าอยู่เช่นนั้น เมื่อสุภมานพกลับมาเห็นดังนั้นจึงถามคนรับใช้ว่า ก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์อะไรบ้าง

เมื่อรู้ว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เรือนของตนและตรัสเช่นนั้นก็รู้สึกโกรธที่พระพุทธเจ้ากล่าวหาว่าพ่อของเขาไปเกิดเป็นหมา เขาเชื่อว่าพ่อของเขาต้องไปเกิดเป็นพรหม จึงได้รีบไปหาพระพุทธเจ้า ถามว่า "พระองค์ตรัสเช่นนี้จริงหรือ" "เรากล่าวเช่นนั้นจริง" พระพุทธเจ้าตรัสตอบ เขายืนยันนั่งยันว่าเป็นไปไม่ได้ พระองค์จึงออกอุบายให้เขากลับไปที่บ้านให้เลี้ยงดูสุนัขด้วยอาหารอย่างดี แล้วถามที่ข้างหูสุนัขเบาๆ ว่ายังมีสมบัติฝังดินไว้ที่ไหนบ้าง

สุภมานพเป็นคนไม่ศรัทธาพระพุทธเจ้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงคิดว่า "คราวนี้ถ้าไม่จริงเราจะได้ป่าวประกาศให้ทั่วเมืองว่า พระสมณะโคดมกล่าวถ้อยคำที่เป็นเท็จ และจะทำให้พระสมณะโคดมได้อับอายคนทั้งเมือง" เมื่อกลับไปแล้วเขาก็ได้ทำตามที่พระองค์บอก

ฝ่ายสุนัขเมื่อเห็นอดีตลูกชายกระทำดีต่อตนเองเช่นนั้นจึงเข้าใจว่า บัดนี้สุภมานพรู้แล้วว่าตัวเองเป็นพ่อจึงหอนขึ้น แล้ววิ่งไปที่ฝังสมบัติเอาเท้าหน้าตะกุยดินอยู่ไปมา สุภมานพรู้สึกแปลกใจแต่เมื่อตามไปดูและขุดดินลงไปก็เจอสมบัติจริงๆ เมื่อเห็นด้วยตาของตัวเองเช่นนี้ก็ต้องเชื่อ เขาทราบในเวลานั่นว่าพระสมณะโคดมมีญาณหยั่งรู้อย่างไม่ต้องสงสัยทำให้เขารู้สึกศรัทราขึ้นมาในทันที

สุภมานพไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้มาด้วยกิริยาที่เรียบร้อย หลังจากกราบทูลเรื่องราวต่างๆแล้วเขาได้ถามปัญหาที่เขาข้องใจมานานและไม่มีใครตอบปัญหานี้ได้ ปัญหาที่เขาทูลถามและพระพุทธองค์ตรัสตอบมีดังนี้

*ข้อที่๑ " ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ ทำให้พวกมนุษย์อายุยืนหรืออายุสั้น" "ดูก่อนมานพ การไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ประหัตประหาร มีเมตตาในสัตว์ทั้งหลาย กรรมเหล่านี้ทำให้อายุยืน ส่วนการฆ่า การเบียดเบียน ไม่มีเมตตาช่วยเหลือในสัตว์ทั้งหลาย กรรมเหล่านี้ทำให้อายุสั้น"

ข้อที่๒ "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ ทำให้พวกมนุษย์มีโรคน้อยหรือมีโรคมาก" "ดูก่อนมานพ การไม่เบียดเบียน ไม่แกล้ง ไม่ทรมานสัตว์ด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้มีโรคน้อย ส่วนการเบียดเบียน แกล้งและทรมานสัตว์ด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้มีโรคมาก"

ข้อที่๓ "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ ทำให้พวกมนุษย์มีผิวพรรณทรามหรือผิวพรรณผ่องใสน่าเลื่อมใส" "ดูก่อนมานพ ความไม่โกรธง่ายแม้ถูกเขาว่าหรือนินทา ไม่ผูกพยาบาท เหล่านี้ทำให้ผิว พรรณผ่องใสและน่าเลื่อมใส ส่วนความมักโกรธ ขัดเคืองใจง่าย มีพยาบาท เหล่านี้ทำให้ผิวพรรณทราม"

ข้อที่๔ "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ ทำให้มนุษย์มีศักดาน้อยหรือมีศักดามาก" "ดูก่อนมานพ การมีใจพลอยยินดี ไม่มุ่งร้ายในลาภของผู้อื่น ทำให้มีศักดามาก ส่วนการมีใจอิจฉาริษยา มุ่งร้ายในลาภของผู้อื่น ทำให้มีศักดาน้อย"

ข้อที่๕ "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอทำให้พวกมนุษย์ร่ำรวยหรือยากจน" "ดูก่อนมานพ การให้ปัจจัย๔ และวัตถุที่จำเป็นแก่สมณะและผู้ประพฤติธรรม ทำให้ร่ำรวย ส่วนการไม่ให้ ไม่เกื้อกูลดังกล่าว ทำให้ยากจน"

ข้อที่๖ "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอทำให้พวกมนุษย์เกิดในสกุลสูงหรือสกุลต่ำ" "ดูก่อนมานพ ความเคารพและความอ่อนน้อม กราบไหว้ในบุคคลที่ควรนับถือ ควรบูชา ทำให้เกิดในสกุลสูง ส่วนความเป็นคนแข็งกระด้าง เย่อหยิ่ง ไม่กราบไหว้ในบุคคลเหล่านี้ ทำให้เกิดในสกุลต่ำ"

ข้อที่๗ "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอทำให้พวกมนุษย์มีปัญญามากหรือมีปัญญาน้อย" "ดูก่อนมานพ การเข้าไปหาท่านผู้รู้คือสมณะหรือผู้ประพฤติธรรม เพื่อศึกษาว่า อะไรคือกุศล อะไรคืออกุศล อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ทำให้มีปัญญามาก ส่วนการไม่เข้าใกล้ท่านผู้รู้เพื่อศึกษาดัง กล่าว ทำให้มีปัญญาน้อย"

สุภมานพซึ่งแต่เดิมนับถือศาสนาพราหมณ์ หมดความเคลือบแคลงสงสัยในพระพุทธเจ้าและบังเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงประกาศตนเองนับถือพระรัตนตรัยตั้งแต่นั้นมา

* สรุปความ ตามจูฬกัมมวิภังคสูตร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สาระในธรรม



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบค่ะ ขอเอาไปเเชต่อนะคะ


เขียนเมื่อ 

ด้วยความยินดี