กิจกรรมบำบัด.....กำจัด"ความเมื่อยล้า"


ได้แบบอย่าง"การบำบัดด้วยใบพลับพลึง"มาจาก"สวนสมุนไพรแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่"มาน่ะครับ....งานนี้จึงได้นำเอามาทำกิจกรรมบำบัด..กำจัดความเมื่อยล้า ณ Hi Hug House@หนองราง งานนี้...มีหนูทดลอง(ตัวใหญ่ๆ )หลายตัว 555555 เอาเป็นว่าบรรดาผู้ทดลองใช้บริการกิจกรรมบำบัดต่างก็ยกนิ้วให้....เยี่ยม ๆ ๆ คร้าบ!!!!!!!!!!

-หลังจากพาท่านผู้อ่านไป"ปีนเขาตาพวง....ดูบ่อลิง...เลาะกิ่วช้างข้าม"กันแล้ว.....มาวันนี้จะชวนทุกท่านไปพักผ่อนกับ"กิจกรรมบำบัด...กำจัด"ความเมื่อยล้า"กันต่อครับ.....ด้วยเมื่อก่อนหน้านี้ผมมีโอกาสได้ไปใช้บริการบำบัดความปวดเมื่อยด้วยการ"ตอกเส้น" ณ สวนสมุนไพรแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ มาน่ะครับ....ไปคราวนั้นผมได้เห็นถึงวิธีการนำเอาสมุนไพรพื้นบ้านมาใช้ในการบำบัดความปวดเมื่อย ซึ่งเป็นสมุนไพรที่เรารู้จักกันดีในนามว่า"ใบพลับพลึง" เพียงแต่ว่าจะมีใครบ้างที่นำมาใช้อย่างจริงจัง....เมื่อได้ใช้บริการแล้วรู้สึกติดใจ....งานนี้ผมจึงต้องขอนำเอามาทำใช้เองบ้างก็น่าจะดี....และเพื่อเป็นการ"บัดบัดความเมื่อยล้า"จากการปีนเขาเก็บผักหวาน ในช่วงบ่าย ๆ ของวันเดียวกัน(28/03/2558)ผมจึงได้จัดเตรียมสมุนไพรเพื่อใช้ในการทำ

"กิจกรรมบำบัด....กำจัด"ความเมื่อยล้า"ณ Hi Hug House@หนองราง คร้าบ!!!!!!!!

1.วันนี้"พี่จรรยา"ได้เก็บ"ใบพลับพลึง"มาฝากผมครับ...."พี่จรรยา"เก็บมาจากเขตอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย...ซึ่งในวันนี้เรามีนัดกันเพื่่อไปปีนเขาเก็บผักหวาน..เมื่อมีโอกาสเหมาะ ๆ เช่นนี้ผมจึงได้"ใบพลับพลึง"เป็นของฝากจากกัลยาณมิตรมา 1 กระสอบ 555 เมื่อได้ใบพลับพลึงแล้ว ผมก็ให้คนข้างกาย(มดตะนอย)เป็น"นางแบบ"และช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ทำ"กิจกรรมบำบัด"ในครั้งนี้ครับ....อิๆ

2.อุปกรณ์ในการทำกิจกรรมบำบัดในวันนี้...ไม่มีอะไรมากมายครับ....มีเพียงแคร่ไม้ไผ่,เตาอังโล่,และก็หมอน วิธีการคือนำใบพลับพลึงที่ล้างให้สะอาดแล้วมาปูบนเคร่ไม้ไผ่ให้เต็มพื้นที่ และก่อไฟในเตาอังโล่ เสร็จแล้วก็นำเอาเตาไปไว้ใต้แคร่...เพียงเท่านี้เราก็ได้"สถานที่สำหรับ"บำบัดความเมื่อยล้า"แล้วล่ะครับ......

3.ปล่อยให้ไฟจากเตาลนใบพลับพลึงให้พออุ่น ๆ ได้ที่....ก็ได้เวลาที่จะทำกิจกรรม"บำบัด"แล้วล่ะครับ....ด้วยสรรพคุณของสมุนไพร"ใบพลับพลึง"ที่เรารู้กันมาว่าช่วยบำบัดความปวดเมื่อย ใช้โดยการนำเอาใบไปลนไฟให้ร้อนแล้วนมาประคบส่วนที่ปวดเมื่อยก็จะทำให้คลายความเมื่อยล้าได้...งานนี้"คุณมดตะนอย"จึงได้ทำการ"บำบัดความปวดเมืิ่อย"ให้กับ"แม่นันทา สืบวงศ์"ก่อนเป็นคนแรก....ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็น"สิริมงคล"หรือเรียกง่าย ๆ ว่า"เจิม"อ้อ.....หากจะบอกแบบขำๆ ก็คือ"เป็นหนูทดลอง"นั่นเองคร้าบ 55555

4.คนต่อไปก็เป็น"คุณ Tommy"แฟนของ"พี่จรรยา"ครับ....คนนี้ถือว่าเป็น"แขกคนพิเศษ"อีกคนหนึ่ง ที่ผมภูมิใจนำเสนอวิธีการ"บำบัดด้วยสมุนไพรไทย" "คุณ Tommy"มาอยู่ประเทศไทยได้พักใหญ่ๆ ดังนั้นจึงสือสารกันด้วย"ภาษาไทย"ครับ 55 แต่น่าเสียดายที่วันนี้"คุณ Tommy"กับ"พี่จรรยา"ต้องรีบกลับไปทำธุระต่อ งานนี้จึงได้ทดลองบำบัดไม่นานมากนัก....แต่ก็ได้รับการยืนยันว่า"เยี่ยม!!!!!"ครับ ฮ่า ๆ

5.คนต่อไปก็คือ"คุณรัตน์"ครับ....คนนีี้เธอบอกว่ามีอาการเมื่อยล้าและปวดศรีษะบ่อยๆ งานนี้จึงได้ทำการบำบัดอาการปวดด้วยการนำเอาใบพลับพลึงลนไปมาพันรอบศรีษะ ใบพลับพลึงอุ่น ๆ ทำให้เธอได้ผ่อนคลายไปได้มากทีเดียวครับ...และเธอก็ยืนยันว่า"เยี่ยม!!!!"เช่นกันคร้าบ!!!!!

6.อีกคนหนึ่งที่ต้องทำการ"บัดบัดความเมื่อยล้า"ก็คือ"มดตะนอย"ครับ....งานนี้เธอมี"น้ำสมุนไพรตะไคร้,ใบเตย อุ่นๆ "มาดื่มด้วย หลังจากปีนเขาและได้จัดเตรียมกิจกรรมบำบัดและให้บริการบรรดาสมาชิกครบทุกคนแล้ว...พอได้เวลาเธอจึงทำการ"บำบัด"ด้วยล่ะครับ....ที่สำคัญเธอได้บอกว่า"มันเยี่ยมมากๆ และก็ สู้ ๆๆ "คร้าบ 5555555

7.สำหรับตัวผมเอง ได้ข้อมูลมาว่า"ใบพลับพลึง"นอกจากจะนำมาบำบัดความปวดเมือยได้แล้ว ยังสามารถนำมากำจัดไขมันส่วนเกินได้....งานนี้ผมจึงได้ทำการ"สลายไขมัน"ด้วยใบพลับพลึงคร้าบ 555555 ว่าแต่จะกำจัดได้จริงหรือไม่นั้น ขออุ๊บเอาไว้ก่อน 555 คงไม่มีอะไรจะกำจัดไปได้หมดหากเราไม่"ปรับเรื่องพฤติกรรมการบริโภคและพฤติกรรมการออกกำลังกาย"ใช่ไหมล่ะครับ 555 อ้อ.....งานนี้"คุณมดตะนอย"ได้นำ"ใบพลับพลึงมาพันรอบท้องด้วย เพราะเขาบอกเอาไว้ว่าจะช่วยบำบัดและลดอาการปวดท้องจากการเป็นประจำเดือนได้ด้วย....ใบพลับพลึงอุ่น ๆ แบบนี้....สบายท้อง....สบายพุง....55555

8.เรามาดูข้อมูลเกี่ยวกับ"สมุนไพรพื้นบ้าน"นามว่า"ใบพลับพลึงกันต่อดีกว่านะครับ....ต้องขอบอกก่อนว่า"ต้นพลับพลึงที่เห็นในบันทึกนี้ได้เอามาจาก Internet นะครับ...ข้อมูลเกี่ยวกับ"ต้นพลับพลึงและสรรคุณด้านสมุนไพร ติดตามได้จากที่นี่ครับ ต้นพลับพลึงและสรรคุณทางสมุนไพร

9.และนี่ก็คือ"กิจกรรมบำบัด....กำจัด"ความเมื่อยล้า"ด้วยสมุนไพรไทย ๆ ครับ.....ณ ตอนนี้ผมได้"ต้นพลับพลึง"มาปลูกไว้ที่ไร่แล้ว 2 ต้น คาดว่าอีกไม่นานคงจะมี"ใบพลับพลึง"มาทำกิจกรรมบำบัดแบบนี้บ่อย ๆ ครับ.....เกี่ยวกับสมุนไพรไทย ๆ ผมว่า"ไม่ลองใช้ด้วยตัวเอง"ก็จะไม่รู้ว่า"มีคุณค่าและใช้ได้จริง ๆ "หรอกนะครับ....เอาเป็นว่าหากท่านใดสนใจจะมา"ปีนเขา....เก็บผักหวาน"และ"บำบัดความเมื่อยล้า ด้วยสมุนไพรแบบไทย ๆ ก็สมารถติดต่อมาได้นะครับ....ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ...

อ้อ.......งานนี้บริการด้วยใจ......ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นคร้าบ!!!!!55555

สำหรับวันนี้....

สวัสดีครับ

เพชรน้ำหนึ่ง

03/04/2558

ปล.-ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องสมุนไพรไทย"ใบพลับพลึง จาก ใบพลับพลึงและสรรคุณทางสมุนไพร มา ณที่นี้ด้วยนะครับ

-ขอขอบคุณสวนสมุนไพรแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่เป็นแบบอย่างในการใช้สมุนไพรบำบัดความปวดเมื่อย....ด้วยนะครับ...




ความเห็น (22)

เคยเห็นเมื่อสมัยตอนเด็กๆเวลามีคนตกต้นไม้หรือร่างกายได้รับการกระทบกระทั่ง ผู้เฒ่าผู้แก่จะใช้วิธีนี้ค่ะ แถวบ้านเขาเรียกว่า "ย่าง" เพื่อให้เลือดลมไหลสะดวก คลายปวดเมื่อยค่ะ จะมีใบพลับพลึง ใบหนาด และใบอะไรอีกจำไม่ได้ค่ะ ก็ถือว่าเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผล เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านจริงค่ะ

ที่นี่ไม่มีต้นพลับพลึง..แงๆๆๆๆๆ

กลับมาอีกรอบค่ะ..ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเป็นวิทยาทานกันค่ะ

กรณีที่เราปวดเมื่อย หรือฟกช้ำ บางจุดหรือบางส่วนของร่างกาย โดยที่เราไม่ต้องนอนบนแค่เหนือเตาไฟ มีวิธีง่ายๆและได้ผลค่ะ เคยเห็นคุณแม่ทำบ่อยค่ะ ใช้ก้อนอิฐมอญ(อิฐดินสีแดง)ไปเผาไฟให้ร้อนและเอามาพันด้วยใบพลับพลึงไปวางบริเวณที่เราปวดเมื่อยหรือฟกช้ำ ใบพลับพลึงจะร้อนอยู่ได้นานกว่าเราลนไฟแล้วมาพันค่ะ

เคยได้ยินได้ฟังการบำบัดความปวดเมื่อยด้วยใบพลับพลึง (วิรงรอง) มานานแล้ว

แต่...ยังไม่เคยทดลองใช้...เคยใช้แต่กาบต้นวิรงรองมาทำเป็นดอกกุหลาบ

เป็นดอกไม้ตกแต่งงานต่าง ๆ อย่างเช่น หน้าหีบศพ จ้าา ขอบคุณข้อมูล

และภาพ (ยึนยัน) ที่นำมาแบ่งปันกันจ้าาา



ลุงวอรอ ไปชั่งหัวมันอยู่จ้าาา


นางแบบสวย (น้องมดตะนอย)

เด็กๆ ยายเอาใบพลับพลึงอังไฟพออุ่นมาพันแขนขาเวลาไปซุกซนเป็นจ้ำเขียวจ้า แต่ไม่เคยนอนปิ้งแบบนี้สักที กลัวสุก..อิ..อิ..

น้องสองคนสบายดีนะคะ

จได้ว่าสมัยโบราณ

คน สว ใช้แบบนี้

เป็นภูมิปัญญาที่น่าสนใจมาก

ขอบคุณมากๆครับ

-สวัสดีครับคุณ ส.รตนภักดิ์

-ด้วยความยินดีที่มาเยี่ยมเยียนครับ

-เห็นทีจะต้องเก็บรวบรวมภูมิปัญญาดีๆ แบบนี้ไว้ให้มาก ๆ แล้วล่ะครับ

-สวัสดีครับคุณอร วรรณดา

-เป็นภูมิปัญญาที่ทราบมานาน จนได้มีโอกาสได้ลองกับตัวเอง แต่ก็ยังต้องหาคำแนะนำเพิ่มเติมเพราะว่าภูมิปัญญาเหล่านี้ล้วนแต่มีเทคนนิคและวิธีการดี ๆ ซ่อนอยู่มากมายครับ

-ขอบคุณที่มาเพิ่มเติมข้อมูลครับ

-สวัสดีครับพี่หมอเปิ้น

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนบันทึกนี้นะครับ

-กลับมาถึงบ้านด้วยความปลอดภัยครับ

-สวัสดีครับยายธี

-หากมีโอกาสต้องมาที่ไร่เกษตรนะครับ....ตอนนี้ปลูกไว้หลายต้น 55

-ต่างแดนคงจะมีสมุนไพรดี ๆ เช่นกัน..นะครับ


-สวัสดีครับคุครูมะเดื่อ

-ชื่อเพราะนะครับ"วิรงรอง"

-เป็นสมุนไพรที่แก้ปัญหาปวดเมื่อยได้ดีครับ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ

-ขอเคลียร์งานแป๊บ..อิๆ

-สวัสดีครับพี่หมอ nui

-ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ

-ไม่สุกนะครับ 555

-ต้องมาลองปิ้งที่บ้านไร่ครับ อิๆ

-สวัสดีครับครูขจิต

-เป็นภูมิปัญญาที่ใช้ได้ดีและอยากจะรวบรวมไว้ในบันทึกครับ

-หากมีเวลามาเยี่ยมบ้านนาบ้างเน้อ..พี่เน้อ...

-ขอบคุณคร้าบ...

เป็นกิจกรรมบำบัดผ่อนคลายด้วยสมุนไพรไทยของเราที่น่าสนใจอย่างยิ่งค่ะ

ไม่มีอะไรมากมายครับ....มีเพียงแคร่ไม้ไผ่,เตาอังโล่,และก็หมอน
...

ไม่มีอะไรมาก แต่มากด้วยภูมิปัญญา ครับ


-สวัสดีครับป้าใหญ่

-เป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายได้ดีเลยล่ะครับ

-ปวดเมื่อยคราวใด..ต้องหาพลับพลึงมาประคบ อิๆ

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจครับ

-สวัสดีครับอาจารย์แผ่นดิน

-เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาและเราเป็นผู้สานต่อภูมิปัญญาน่ะครับ

-สมนุไพรไทย ๆ มีมากมายต้องลองและเชื่อมต่อภูมิปัญญาสู่ลูกหลานต่อไปครับ

-ขอบคุณครับ

-สวัสดีครับ

-มาทำตี้บ้านไร่ได้เด้อ

-ยินดีต้อนฮับครับ...

มหัศรจรรย์พลังใบไม้อังไฟ

บำบัดได้หลายอาการเลยนะคะ ยิ่งหน้าหนาวเหมาะเลย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี