วันนี้คุยเรื่อง มรกต(Emerald) เป็นอัญมณีใน ตระกูลเบริล (Beryl) ซึ่งเป็นอัญมณีตระกูลเดียวกันกับอะความารีน (Aquamarine) จึงมี ความแข็ง 7.5 โมส์ (Moh) มีความวาวแบบแก้วมรกต เป็นอัญมณีที่มนุษย์รู้จักมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ มีหลักฐานบันทึกไว้ว่า พระนางคลีโอพัตรา เคยเป็นเจ้าของเหมืองมรกตใกล้ทะเลแดงในอียิปต์ และจากการขุดค้นทางโบราณคดี พบว่ามีการแกะสลักมรกตเป็นรูปตัวด้วงและแมลงมีปีกต่าง ๆ ด้วยค่ะ จากหลักฐานหลายๆ อย่าง ทำให้เห็นว่า มรกตเป็นอัญมณีอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมานาน เนื่องจากมีความสวยงาม ราคาสูง และหายาก
มรกต เป็น แร่เบริล(Beryl) ชนิดหนึ่งที่มีสีเขียว มีองค์ประกอบเป็นเบริลเลียมและอะลูมิเนียม สีเขียวเกิดจาก ธาตุโครเมียมหรือวาเนเดียม หรือทั้งสองธาตุ บางแหล่งอาจเกิดจากธาตุเหล็ก
มรกตมีลักษณะโปร่งแสงถึงโปร่งใส มีความแข็ง 7.5 – 8.0 แต่ มีความเปราะและแตกง่าย มีความถ่วงจำเพาะ 2.68 – 2.78 สีเขียวที่เรียกว่า สีมรกตนั้น ... ควรเป็น สีเขียวปานกลางถึงสีเขียวสด จนถึงสีเขียวแกมฟ้า มีโทนสีสว่างปานกลาง
มรกตมากจากภาษากรีก ว่า "SMARAGDOS" หมายถึง สีเขียว
ภาษาอังกฤษ สมัยกลางเรียกว่า "ESMERALDE"
คนโบราณเชื่อว่า มรกตสามารถขจัดปัดเป่าปัญหาต่างๆ ช่วยรักษาโรคปัญญาอ่อน ช่วยรักษาสายตา และช่วยให้ผู้สวมใส่ล่วงรู้อนาคตได้
แหล่งมรกต ได้แก่ โคลัมเบีย แซมเบีย บราซิล ซิมบับเว อัฟกานิสถาน และรัสเซีย มรกตที่มีราคาค่อนข้างสูงและมีคุณภาพดีมักมาจากโคลัมเบีย มรกตในท้องตลาด
แหล่งมรกตที่เก่าแก่ที่สุดของโลก คือ เหมืองคลีโอพัตรา ในประเทศอียิปต์ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นเหมืองร้างและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
แหล่งมรกตสำคัญของโลกในปัจจุบัน ... อยู่ที่เหมือง มูโซ ในประเทศโคลัมเบีย ซึ่งทำเป็นเหมือนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 .... ส่วนแหล่งสำคัญอื่นๆ ได้แก่ บราซิล มาดากัสการ์ ซิมบับเว แทนซาเนีย แซมเบีย ไนจีเรีย ไซบีเรีย สเปน ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และออสเตรเลีย
โดยทั่วไปมักผ่านการแช่น้ำมันหรือสารอินทรีย์บางชนิด เพื่ออำพรางตำหนิรอยร้าวภายในและเพิ่มสีให้ดูสวยงาม ... ทั้งนี้ไม่ว่ามรกตจะมาจากแหล่งใดก็ตาม ก็ย่อมมี ทั้งคุณภาพสีที่ดี มีความสวยงามและคุณภาพต่ำปะปนกันไปอย่างไรก็ดีมรกตชั้นดีคุณภาพสูงและราคาแพงควรมีลักษณะดังนี้
1. มีสีเขียวสด
2. มีความใส มีมลทนน้อย หรือมีรอยแตกร้าวน้อย
3. ไม่มีคราบสีเหลือง น้ำเงิน หรือ ขาวปน (แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับรสนิยมของแต่ละบุคคล)
มรกต มักนิยมเจียระไนเป็นรูปแปดเหลี่ยมที่เรียกว่า เหลี่ยมมรกต (Emerald cut) เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว มรกต ... เป็นอัญมณีที่มักมีตำหนิมลทิน .... มีรอยร้าวมากและมีความเปราะสูง นอกจากนี้มรกตยังมีค่าดัชนีหักเหของแสงค่อนข้างต่ำ จึง ต้องเจียระไนเป็นเหลี่ยมมรกต (8 เหลี่ยม) ซึ่งจะทำให้ประกายความสวยงามของสีมากกว่าการเจียระไนแบบอื่นๆ โดยมั่วไปมรกตนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ จำพวก แหวน สร้อยข้อมือ สร้อยคอ จี้ ต่างหู โดยมักใช้ร่วมกับอัญมณีอื่นๆ เช่น เพชร โทแพซ หรือทับทิม เพราะมีสีสันที่สดใสตัดกับ สีเขียวของมรกตได้เป็นอย่างดี
มรกต ถือเป็นอัญมณีประจำเดือนพฤษภาคม และมีความยิ่งใหญ่ในสมัยโรมันโบราณ โดยนักธรรมชาติโรมที่ชื่อไพลนี มีอายุในช่วง ค.ศ. 23-79 ... เป็นผู้ศึกษาก้อนหินที่มีสีเขียว ซึ่งในความเห็นของเขา สีเขียวของมรกตมีประโยชน์ที่สุดในบรรดาหินมีค่าสีเขียวทั้งหมดและเขายังเป็นผู้จัดให้มรกตอยู่ในกลุ่มของเบริล ในขณะที่คนอื่นเข้าใจว่ามรกตเป็นหินมีค่าประเภทหนึ่งที่แยกออกมา ความคิดของไพลนีได้ถูกพิสูจน์ว่า...ถูกต้องใน ศตวรรษที่ 19 ... มรกตเป็นสัญลักษณ์ของ ความอุดมสมบูรณ์ ร่ำรวย ร่มเย็น นอกจากนี้ มรกตเป็นแร่ธรรมชาติที่ช่วยบำรุงสายตา และเชื่อกันว่ายังช่วยส่งเสริมการมองเห็น ภาพแห่งอนาคต
ส่วนในเรื่องของความรักนั้น มรกตหมายถึง ความจริงใจของคำมั่นสัญญา มักใช้เป็นของขวัญสำหรับการแต่งงานในปีที่ 20 และ 35 สาเหตุที่ทำให้ มรกตเป็นอัญมณีแห่งความรัก นั่นก็เพราะ มรกตยังเป็นอัญมณีที่เทพธิดาวีนัส เทพธิดาแห่งความรักโปรดปราน .... จึงเชื่อกันว่ามรกตมีพลังอำนาจทำให้คู่รักมีความซื่อสัตย์ต่อกันและเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความรักที่จริงใจ
มรกต คือ สีที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต ... สีแห่งความอุดมสมบูรณ์ จึงเชื่อกันว่ามรกตนำมาซึ่งโชคลาภ ความร่ำรวย ชาวเปรู ในสมัยก่อนนับถือมรกตเป็นอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่ามีอำนาจปกป้องคุ้มครองผู้สวมใส่ให้พ้นจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้ ... ด้วยความศรัทธาของชาวเปรู พวกเขาได้สร้างศาลเจ้าที่เก็บมรกตจำนวนมากเพื่อสักการะบูชาอัญมณีชนิดนี้
สีของมรกต ... เป็นสีที่เย็นตา ... จึงมีผลดีต่อสายตา นะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://swhappinessss.blogspot.com/ และ http://th49.ilovetranslation.com/ และ http://th.wikipedia.org/ และ www.petchchompoo.com และ market.onlineoops.com และ bluediamond9.comwww.tiewrussia.com
สรุปได้ว่า .... มรกต(Emerald) เป็นอัญมณีใน ตระกูลเบริล (Beryl) มีค่าความแข็ง 7.5 โมส์ (Moh) มีความวาวแบบแก้ว ... ซึ่่งต่างกับ หยกชนิดเจไดต์ มีความแข็ง 6.5-7 Moh' scale นะคะ ... และอยู่คนละตระกูลนะคะ ... เป็นการอยากที่จะศึกษาเรียนรู้ สืบค้นและเปรียบเทียบ เรื่องของ หิน หรืออัญมณี แต่ละประเภท แต่ละตระกูล ของผู้เขียน นะคะ "รู่ไว้ใช่ว่า...ใส่บ่าแบกหาม" นะคะ
ขอบคุณค่ะ
20 มีนาคม 2558











-สวัสดีครับพี่หมอ
-ตามมาอ่านบันทึกทรัพย์ในดิน
-บันทึกนี้ทำให้นึกถึงบล๊อกเกอร์คนเก่งนามว่า"เขียวมรกต"นะครับ
-ขอบคุณครับ
งามตาอย่างยิ่ง นับเป็นมณีอันมีค่าควรเมือง...ขอบคุณค่ะ..
สีเขียวสดมากๆ
ชอบใจสีครับ
ขอบคุณค่ะ ได้ไอเดีย มีเม็ดจิ๋วอยู่ 6 เม็ดได้จากจันทบุรี 10 ปีแล้วน่าจะ 2 พันกว่าบาท
น่าจะทำแบบนี้ได้นะคะ