ปริมาณรังสีกระเจิง

ตรวจวัดปริมาณรังสีกระเจิง เรียนรู้นอกห้องเรียน ด้วยการทำให้ดู ทำให้รู้ ทำให้เห็น

สวัสดีครับ

วันนี้ขอนำเสนอ กิจกรรมที่ผมพานักศึกษารังสีเทคนิค ชั้นปีที่ 3 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปเพิ่มพูนประสบการณ์


เริ่มต้น... ด้วยการประเมินความรู้ของนักศึกษา

สอบถาม และ ทบทวน

เรื่อง คุณสมบัติของรังสีเอกซ์ ที่นำมาใช้ ในงานรังสีวินิจฉัย มีอะไรบ้าง?

ให้นักศึกษาแต่ละคนคิด

ก่อนที่จะ คิดได้ ได้คิด T_T


คำตอบ คือ

1. รังสีเอกซ์ มีอำนาจทะลุทะลวงร่างกาย นำมาใช้ในการถ่ายภาพรังสีทางการแพทย์

2. รังสีเอกซ์ สามารถทำให้อากาศแตกตัวเป็นประจุ ซึ่งนำหลักการนี้ มาใช้เป็นเครื่องมือตรวจวัดปริมาณรังสี

3. รังสีเอกซ์ เมื่อกระทบกับสารบางชนิด สามารถทำให้เกิดการเรืองแสง ซึ่งนำหลักการนี้ไปสร้างอุปกรณ์รับรังสีและสร้างภาพ ต่อไป




ที่ต้องถาม เพื่อจะนำเข้าสู่กิจกรรมที่ทำกัน และให้เกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้

คุณสมบัติรังสี ในข้อที่ 2 คือ

รังสีเอกซ์ สามารถทำให้อากาศแตกตัวเป็นประจุ แล้วนำมาทำเครื่องวัดปริมาณรังสี

กิจกรรมที่จะพาทำ คือ

การประเมินรังสีกระเจิง จากการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องฟลูออร์โรสโคปีย์

ในห้องตรวจห้องส่องกล้อง (Endoscopy) โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


เมื่อทบทวนความรู้แล้ว

ก็... แนะนำ เครื่องมือที่ใช้ คือ เครื่องตรวจวัดรังสีชนิดอากาศแตกตัว Ionization chamber



ให้นักศึกษา ดูรูปร่างภายนอก และ ลองถ่ายภาพรังสี เครื่องตรวจวัดรังสี เพื่อดูส่วนประกอบภายใน



เปิดโอกาส เปิดเวลา เปิดพื้นที่ ให้เรียนรู้ ให้ดูข้อมูลเชิงประจักษ์



ในภาพจะเห็น จะเห็นส่วนที่เป็นกระบอกขนาดใหญ่ ภายในบรรจุอากาศ สำหรับเป็นบริเวณที่รับรังสี



เรียนรู้นอกห้องเรียน

ด้วยการทำให้ดู ทำให้รู้ ทำให้เห็น และทำให้เป็นตัวอย่าง



เมื่อนักศึกษา เข้าใจส่วนประกอบของเครื่องมือ แล้ว

ก็... แนะนำวิธีการใช้งาน เทคนิคการตรวจวัดรังสีกระเจิง เบื้องต้น


จากนั้น ก็ พาไปฝึกทักษะ ลงมือทำด้วยตนเอง ตามแผนที่วางไว้



นักศึกษาร่วมกันถ่ายรูป ไว้เป็นที่ระลึก

ฝึกซ้อม จัดท่า ก่อนทำจริง


แนวทางวิธีการตรวจ

1. เครื่องมือที่ใช้วัด คือ เครื่องวัดรังสี Ionization chamber แบบ Survey meter ระบบดิจิทัล ยี่ห้อ Victoreen

2. แบบจำลองแทนผู้ป่วย อาจใช้พื้นเตียงรองผู้ป่วย หรือ หุ่นจำลอง หรือ ใช้ผู้ป่วยจริง

3. ตำแหน่งที่วัดปริมาณรังสี โดยปกติจะวัดปริมาณรังสี ในบริเวณที่บุคลากรมีโอกาสเข้าไปทำงาน หรือ บริเวณข้างเตียงผู้ป่วยที่ระยะต่างๆ เช่น 50, 100, 200 เซนติเมตร เป็นต้น โดยจำนวนครั้งของการวัดค่า จะทำการวัด 3 ครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย

4. พารามิเตอร์ที่เลือกใช้ เช่น kV, mA, FFD รวมถึง pulse fluoroscopy ควรเลือกค่าที่ใช้บ่อยๆ หรือ ค่าที่ใช้สูงสุดในการตรวจ ก็ได้


นี่เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเสริมประสบการณ์ จากการให้ลงมือทำ ทำด้วยตนเอง เพื่อเปลี่ยนเป็นทักษะ และ ความเข้าใจ ต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เคล็ดวิชารังสีเทคนิค



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบใจการเรียนรู้แบบนี้

ได้เรียนรู้จากการปฎิบัติจริงๆเลยครับ

ขอบคุณมากครับ