เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อ.จัน ไปเป็นวิทยากรต่างจังหวัดผมเลยต้องเลี้ยงเจ้าต้นไม้คนเดียว ตกเย็นผมไปรับเจ้าต้นไม้จากโรงเรียนก็พาไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งที่เปิดใหม่ใกล้ๆ โรงเรียนเพื่อจะได้ไม่ต้องทำอาหารเย็นให้วุ่นวาย

ข้างๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวมีโรงเรียนสอนพิเศษอยู่แห่งหนึ่ง ผมไม่รู้จะเรียนสถานที่นี้ว่าโรงเรียนหรือร้านดีเพราะขนาดของสถานที่ประมาณหนึ่งคูหา ติดป้ายหน้าร้านใหญ่โต ด้านในตกแต่งเหมือนกับเป็นร้านขายของ

ผมกับเจ้าต้นไม้นั่งที่โต๊ะหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวทำให้ผมได้สังเกตโรงเรียนสอนพิเศษไปพลางๆ ระหว่างกินโดยไม่ได้ตั้งใจ

ผมเห็นพ่อแม่ขับรถมาส่งลูกที่โรงเรียนสอนพิเศษนี้เป็นระยะ เด็กที่มานั้นก็มาในชุดนักเรียนเลย แสดงว่ารับมาจากโรงเรียนก็มาส่งที่โรงเรียนสอนพิเศษนี้ทีเดียว ผมไม่รู้ว่าเด็กจะต้องเรียนที่โรงเรียนสอนพิเศษนี้ไปถึงกี่โมงเพราะผมคงไม่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวรอดูจนถึงขนาดนั้น แต่เดาว่าคงไม่น้อยกว่าทุ่มสองทุ่มแน่ๆ

คิดแล้วก็สงสารเด็ก เพราะเด็กในวัยรุ่นระดับมัธยมนั้นควรจะได้ใช้เวลาในช่วงเย็นๆ หลังเลิกเรียนทำกิจกรรมต่างๆ ตามความสนใจของตน ควรจะได้เป็นเวลาในการค้นหาตัวเองและได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่ต้องเรียนในห้องเรียน

แต่บ้านเราเมืองเราไม่ได้มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับการเรียนรู้ในลักษณะนั้น ยิ่งกว่านั้นเรากลับอยู่กับความเชื่อที่ว่าการเรียนตามหลักสูตรเพื่อสอบให้ได้คะแนนดีๆ นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด การศึกษาที่เราพยายามสร้างกันคือกระบวนการผลิตหุ่นยนต์ที่มีชีวิตเพื่อออกมารับใช้เจ้านายเพื่อได้รับส่วนแบ่งรางวัลตามความสามารถและความซื่อสัตย์ของหุ่นยนต์แต่ละตัว

ผมเห็นคนหลายๆ คนที่เรียกตามมาตราฐานสังคมว่าคนประสบความสำเร็จนั้นกลับมีชีวิตไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่ทำตามโปรแกรมสำเร็จรูป เห็นแล้วก็สงสัยว่าเขาเคยมีเวลาคิดบ้างไหมว่าที่จริงแล้วเขาต้องการอะไรในชีวิตนอกจากการทำตามคำสั่งที่เขียนไว้โดยสังคม

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปในแวดวงการศึกษาว่าการเรียนในรูปแบบแบบเรียนพิเศษที่เน้นการฝึกความเร็วในการแก้โจทย์ซ้ำๆ นั้นยิ่งทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนแคบลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันความสามารถในการแก้โจทย์ได้เร็วนั้นมีประโยชน์เฉพาะในการสอบ ในวันที่ผู้เรียนพ้นจากชีวิตที่มีเพื่อการสอบแล้ว ทักษะชีวิตที่จะทำอย่างอื่นด้วยตัวเองนั้นแทบจะไม่มีเลย แต่เราก็ยังมีระบบการศึกษาที่เน้นการแก้โจทย์ซ้ำๆ ในกรอกแคบๆ โดยแข่งกันที่ความเร็วเหมือนเดิม

มาถึงวันนี้ผมคิดว่าผมโชคดีที่ไม่ได้เรียนพิเศษในตอนเด็กๆ เพราะผมเติบโตมาในต่างจังหวัด ผมเลยมีโอกาสพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ยึดติดอยู่กับกรอบระเบียบ ทักษะนี้ทำให้ผมเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ในทุกวันนี้เพราะโลกในปัจจุบัน "ความคิด" กลับกลายเป็นของราคาแพงและหายากขึ้นเรื่อยๆ

ผมตั้งใจจะไม่ให้เจ้าต้นไม้ต้องเรียนพิเศษที่ไหนเป็นอันขาด ผมจะพยายามให้เขาได้มีโอกาสพัฒนาความคิดของเขาให้ได้เต็มที่ ผมเชื่อว่าเมื่อเขาได้พัฒนาความคิดเป็นของตัวเองได้แล้ว การจะฝึกทักษะทำโจทย์เร็วนั้นถ้าเขาเห็นความจำเป็นเขาก็ทำของเขาเองโดยที่เราไม่จำเป็นของควบคุม แล้วในโลกที่ความรู้ทุกอย่างอยู่ที่ปลายนิ้วและในโลกที่ความรู้ต่างๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็วภายในพริบตา ความคิดที่จะแสวงหาความรู้ได้ด้วยตัวเองนั้นสำคัญกว่าการมีความรู้จากการสอนของคนอื่นครับ