ปิ่นกับปลื้ม..เธอสองคนพิเศษจริงๆ

ปลื้ม เรียนกับแม่ ในห้องที่มีเด็ก ป.๒ ไม่มากนัก แม่ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลื้มเห็นเพื่อนๆ ตั้งใจเรียน อ่านเขียนได้ ลายมือสวย ปลื้มซึ่งมีทักษะพื้นฐานในด้านนี้อยู่บ้าง ก็เลยอยากแข่งขันเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อน ทำให้บรรยากาศของห้องไปได้ดีทีเดียว ปลื้ม ขยัน และทำงานเร็วขึ้น มีความรับผิดชอบในตนเองมากขึ้น

ปิ่นมาเข้าเรียนชั้น ป.๓ ก่อนปลื้ม พ่อกับแม่ปิ่น มีบ้านอยู่ในตลาด ปิ่นเคยเรียนที่โรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ หรือโรงเรียนดีศรีตำบลนั่นเอง ครูประจำชั้น บอกว่า ปิ่นไม่อ่านไม่เขียน เรียนช้า ไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้ ไม่ชอบเล่นกับเพื่อน เพราะ เข้ากับเพื่อนไม่ได้ ลงท้ายก็คือ เป็นเด็กพิเศษ

แม่ปิ่นรับไม่ได้ กับคำว่า เด็กพิเศษ หรือเด็กพิเศษเรียนร่วม โดยมีครูพิเศษดูแลใกล้ชิด วินิจฉัยแบบคัดกรองหรือไม่ แม่ของปิ่นไม่อยากรู้ แค่อยากจะบอกครูว่า ครูช่วยดูแล อย่ารังแกข่มเหงจิตใจลูกสาว เพราะปิ่น ผู้เป็นลูกสาว เป็นเด็กปกติ

ปลื้ม เป็นลูกครูในโรงเรียน เดิมเรียนอยู่ที่เดียวกับปิ่น แม่ของปลื้มย้ายลูกมาเข้าเรียน ป.๒ สาเหตุที่ย้ายมาเพราะครูบอกปลื้มดื้อและซนมาก อ่านเขียนเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อน ทำงานอะไรจะใช้เวลานานๆ เหมือนไม่ค่อยสนใจเรียน พอครูลงมือทำโทษบ้าง ก็วุ่นวายถึงพ่อแม่ เป็นเรื่องขึ้นมาทันที ที่สำคัญก็คือ ครูประจำชั้นคนเก่าของปลื้มบอกกับครูผู้เป็นแม่ปลื้มว่า ปลื้มมีลักษณะหลายอย่าง ค่อนไปทางเด็กพิเศษมาก

แม่ปลื้มปฏิเสธเสียงแข็ง ฉันเลี้ยงของฉันมา และฉันก็เป็นครู ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเด็กพิเศษเป็นอย่างไร ลูกฉันเป็นเด็กปกติ ๑๐๐% ว่าแล้วก็ย้ายลูกมาเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก

ผอ.เฝ้าดูปิ่นกับปลื้ม..มาหลายเดือน ไม่เคยฟันธงลงไปว่าปิ่นกับปลื้มเป็นเด็กพิเศษตามคำเล่าขาน ทั้งที่พบว่าเด็กสองคนสมาธิสั้นมาก แต่ด้วยระบบตรวจคัดกรองและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางของเรายังไม่เป็นระบบ ครูพิเศษก็ไม่มี หากตัดสินใจฟันธงลงไปโดยไร้เหตุผลทางวิชาการ ผู้ปกครองก็จะรับไม่ได้และเสียใจอีก

โชคดี ปิ่น..ได้อยู่กับครูประจำชั้นที่ใจดี ไม่มีการตี หรือว่ากล่าวตักเตือน ดูแลปิ่นให้อ่านและเขียนอย่างใกล้ชิดและมีคำชมทุกวัน ครูฝากเพื่อนๆของปิ่น ให้รักและช่วยดูแลปิ่น ให้ปิ่นเข้ากลุ่มด้วย และทำกิจกรรมต่างๆพร้อมๆกับเพื่อน ไม่มีอะไรพิเศษแตกต่าง ครูของปิ่น จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอาการที่เศร้าซึมเรียกความสนใจของปิ่น จะสอนเด็กไปตามปกติ ต่อเมื่อเวลาผ่านไปก็จะเข้าไปถามเพื่อแก้ปัญหาและให้กำลังใจอยู่เสมอ

ปิ่น..จากที่พูดน้อยและเบามาก ครูให้เรียนรู้การเล่นเมโลเดียน ตอนนี้เริ่มเป่าเป็นเพลง มีท่าทีที่ร่าเริงมากขึ้น พูดเสียงดังชัดเจน และมั่นใจตนเอง

ปลื้ม เรียนกับแม่ ในห้องที่มีเด็ก ป.๒ ไม่มากนัก แม่ดูแลอย่างใกล้ชิด ปลื้มเห็นเพื่อนๆ ตั้งใจเรียน อ่านเขียนได้ ลายมือสวย ปลื้มซึ่งมีทักษะพื้นฐานในด้านนี้อยู่บ้าง ก็เลยอยากแข่งขันเรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อน ทำให้บรรยากาศของห้องไปได้ดีทีเดียว ปลื้ม ขยัน และทำงานเร็วขึ้น มีความรับผิดชอบในตนเองมากขึ้น

ปลื้มมาอยู่กับแม่ ไม่มีเด็กคนไหนรังแกปลื้มเหมือนโรงเรียนเก่า ปลื้มมีความสุขกับการเรียน อยากเรียนเมโลเดียน เหมือนรุ่นพี่ แม่ก็ซื้อให้และปลื้มก็เป่าได้เป็นเพลง จึงดูภูมิใจไม่ใช่น้อย

ผม..ลืมไปแล้วว่าปิ่นกับปลื้ม มีข้อมูลเดิมจากโรงเรียนเก่าว่าเป็นเด็กพิเศษ มารู้อีกที ที่โต๊ะอาหาร วันที่เลี้ยงขอบคุณครูที่ร่วมงานผ้าป่าการศึกษาของโรงเรียน ในร้านอาหาร..ปลื้มสั่งอาหารอย่างฉะฉาน และนั่งทานอย่างเรียบร้อยและเงียบสงบ จนข้าวหมดไป ๔ จาน ตามด้วยของหวาน ที่ผู้เป็นแม่ลุ้นให้ปลื้มทานเยอะๆ จะได้หลับสบาย ไม่เคยห่วงลูกว่าจะเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ในเมื่ออยู่ป.๒ แต่น้ำหนักมากกว่า ๕๐ กก.

ปิ่น..นั่งทานอย่างเอร็ดอร่อย และคุยให้ครูฟังว่า แม่พาไปทานที่ไหนบ้าง ร้านอาหารร้านไหน มีอะไรอร่อยบ้าง ท้ายที่สุด ปิ่นบอกครูว่า ครูคะหนูอยากสั่งอาหารไปฝากแม่ค่ะ ...และเศษอาหารที่เหลือหนูเอาไปฝากแมวที่บ้านได้ไหมคะ...

ครับ ..ปิ่นกับปลื้ม..เด็กสองคนนี้ มีอะไรที่พิเศษจริงๆ..... ผมเชื่อแล้ว

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

</span></strong>

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

"ในร้านอาหาร..ปลื้ม สั่งอาหารอย่างฉะฉาน และนั่งทานอย่างเรียบร้อยและเงียบสงบ จนข้าวหมดไป ๔ จาน ตามด้วยของหวาน ที่ผู้เป็นแม่ลุ้นให้ปลื้มทานเยอะๆ จะได้หลับสบาย ไม่เคยห่วงลูกว่าจะเป็นโรคอ้วนหรือไม่ ในเมื่ออยู่ป.๒ แต่น้ำหนักมากกว่า ๕๐ กก..."

This is a cause for concern as too much carbohydrates may be a factor in the boy's 'special child' conditions. Mother and child should come to a more active life style.

เขียนเมื่อ 

อยากให้มี"เด็กพิเศษ"ที่มีคนเข้าใจและให้โอกาสแบบนี้เยอะๆจังนะคะ เพราะเด็กทุกคนเขา"พิเศษ"ในแบบของตัวเองอยู่แล้ว

เขียนเมื่อ 

เด็กพิเศษ....มักมีความ...พิเศษ....บางอย่าง โดดเด่นในตัวเอง ที่สูงกว่าเด็กปกติ หากครูเข้าใจ เด็กเหล่านี้ จะกลายเป็นเด็กเก่ง และมีความสามารถมากมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองในอนาคค