แอปเปิลต้องกินทั้งเปลือกจะยับยั้งเซลล์มะเร็งได้


ตามที่มีข่าวองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา แจ้งให้ทางการประเทศไทยติดตาม และตรวจสอบแอปเปิลนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่มีการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคลิสเทริโอซิส ซึ่งถึงแม้ว่าแอปเปิลลอตดังกล่าวจะไม่มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยา ศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า

เชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส เป็นอันตรายต่อเด็กแรกเกิด หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทั้งนี้ 10 ปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการเก็บตัวอย่างผักและผลไม้มาตรวจหาเชื้อชนิดนี้ แต่มีการส่งนมและเนยแข็งมาตรวจปรากฏว่า พบเพียงเนยแข็ง 1 ตัวอย่าง

ขณะเดียวกันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มีการเฝ้าระวังและสุ่มตรวจผัก

พบว่า มีเพียง 2.1% ที่พบเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส

นอกจากนี้ยังตรวจพบในเนื้อสัตว์ด้วย แต่ไม่ต้องตกใจเพราะไม่มีใครรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ๆ

สำหรับการตรวจผลไม้ ตามกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ตรวจหาเชื้อชนิดนี้ การตรวจแอปเปิลของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงเป็นการตรวจหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งก็พบในปริมาณไม่มาก โดยในปี 2556 ตรวจทั้งสิ้น 158 ตัวอย่างพบเพียง 2 ตัวอย่างเท่านั้น ส่วนปี 2557 ตรวจทั้งสิ้น 137 ตัวอย่าง พบเพียง 2 ตัวอย่างเช่นกัน ดังนั้นก่อนรับประทานแอปเปิลควรล้างทำความสะอาดก่อน สารเคมีกำจัดศัตรูพืชก็จะหมดไป รู้แบบนี้แล้วท่านผู้อ่านคงสบายใจได้ โดยสิ่งที่ควรระมัดระวังคือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากกว่า ซึ่งแม้จะพบการปนเปื้อนน้อยมากในแอปเปิลก็ตา

คราวนี้มาถึงคุณค่าทางโภชนาการของแอปเปิลกันบ้าง

หลายคนที่รับประทานแอปเปิลมานานอาจจะไม่รู้ว่า

แอปเปิลสีต่าง ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

รศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า

แอปเปิลสีเขียวและสีแดง รวมไปถึงแอปเปิลสีต่าง ๆ จะให้คุณค่าสารอาหารพอ ๆ กัน

แต่แอปเปิลสีเขียวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า โดยสารดังกล่าวพบมากในเปลือกแอปเปิล

ซึ่งเป็นการวิจัยในหลอดทดลองพบว่าช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

การรับประทานแอปเปิลควรรับประทานทั้งเปลือก

ถ้าปอกเปลือกออกสารพฤษเคมีต่าง ๆ ที่มีอยู่จะหายไป

ดังนั้นถ้ารับประทานแอปเปิลแบบปอกเปลือกจะไม่ได้สารพฤกษเคมีซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ถ้ารับประทานทั้งเปลือกควรล้างให้สะอาด เพราะถ้าล้างไม่สะอาดจะได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช วิธีการ คือ ล้างน้ำสะอาด และน้ำแช่เกลือก็เพียงพอแล้ว



ขนาดและราคาของแอปเปิลนั้น คุณค่าทางโภชนาการไม่แตกต่างกัน

เพราะจากการวิจัยแอปเปิลลูกละ 5 บาท กับลูกละ 150 บาท

สารอาหารไม่แตกต่างกันเลย แต่รสชาติความอร่อยต่างหากที่แตกต่างกัน

เมื่อเปรียบเทียบแอปเปิลกับผลไม้ไทย พบว่า ผลไม้ไทยมีโปรแตสเซียม และแมกนีเซียมสูง แต่ในแอปเปิลมีโปรแตสเซียม และแมกนีเซียมต่ำกว่า ดังนั้นอาจจะดีสำหรับคนไข้บางประเภท เช่น คนที่เป็นโรคไต แต่ถ้าพูดถึงคุณค่าสารอาหารแล้ว ถือว่าแอปเปิลมีน้อยกว่าผลไม้ไทยอยู่มาก โดยเฉพาะผลไม้ไทยมีวิตามินสูงมาก ในขณะที่แอปเปิลแทบไม่มีเลย


ส่วนที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า

แอปเปิลเป็นสุดยอดผลไม้ที่ช่วยลดน้ำหนักและลดความอ้วนนั้น

ข้อมูลดังกล่าวอาจจะไม่จริงทั้งหมด คือ

ถ้าต้องการลดความอ้วน ควรลดอาหารในมื้อหลักลงโดยเฉพาะแป้ง

ถ้ารับประทานอาหารไม่ถูกสัดส่วน และไม่ได้ลดอาหารมื้อหลักลงยังไงก็อ้วน

แต่ถ้าต้องการลดน้ำหนักต้องลดอาหารที่ให้พลังงานลง และควรรับประทานผักผลไม้ให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย สามารถรับประทานแอปเปิลได้โดยไม่มีข้อยกเว้น โดยควรรับประทานผลไม้หลากหลายชนิดไม่ยึดติดกับเฉพาะแอปเปิลเท่านั้น เพราะผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นส้มสายน้ำผึ้ง ส้มโอ ทุเรียน ล้วนมีฤทธิ์ต่อต้านเซลล์มะเร็งเช่นเดียวกัน


( ขอบคุณ แอปเปิลป้องกันมะเร็ง จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ )



แอปเปิลผลไม้ที่หาได้ไม่ยากสำหรับผู้ที่อยู่ในเมือง มีหลายพันธุ์หลายสีให้เลือก เมืองไทยเราผลไม้อุดมสมบรณ์ตลอดปี ไม่มีแอปเปิลก็มีผลไม้อื่นแทนได้นะคะ แต่ผู้ที่จะเลือกแอปเปิลเพื่อป้องกันหรือยับยั้งเซลล์มะเร็งก็ต้องกินทั้งเปลือกนะคะ ถึงจะได้ผลดีต่อสุขภาพ

แอปเปิลนอกจากยับยั้งมะเร็งแล้ว ยังช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด

ช่วยให้นอนหลับ แก้ท้องผูก บำรุงปอด ทำให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ ได้ด้วยนะคะ


ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ ๒๕๕๘



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อสุขภาพดี



ความเห็น (0)