ไก่ทอดเทพา

จากการประชุมของสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลาในการประชุม เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2558 ที่มติเรื่องการสร้างชุมชนเข้มแข็งและการฝึกอาชีพ ในเรื่องไก่ทอดเทพา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะคู่มากับเมืองเทพาจะสูญหาย เพราะคนในรุ่นปัจจุบันไม่สืบต่อ และวิทยาลัยชุมชนสงขลามีที่ตั้งอยู่ที่อำเภอเทพา น่าจะรับภารกิจในการธำรงรักษา มติมี่ประชุมจึงมอบหมายให้ท่านเฉลิมพล ทิพย์มณี กรรมการวิทยาลัยชุมชนสงขลาในฐานะเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเทพา เป็นประธานคณะทำงานให้นายชิต สง่ากุลพงศ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา (เคยจัดมหกรรมไก่ทอดหาดใหญ่ ในสมัยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา จนดังระดับชาติมาแล้ว) เป็นกรรมการ และนายชัยวุฒิ บุญวิวัฒนาการ กรรมการตัวแทนหอการค้าจังหวัดสงขลา เป็นคณะทำงาน โดยมีผู้อำนวยการวิทยาลัย นิยม ชูชื่น เป็นกรรมการเลขานุการ คณะทำงาน ทางคณะทำงานได้นัดประชุมในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ณ สำนักงานวิทยาลัยชุมชนสงขลา ที่อำเภอเทพา โดยนำแม่ค้าไก่ทอดมาเข้าร่วมประชุมด้วย ประวัติของไก่ทอดเทพาเป็นของคู่มากับทางรถไฟสายกรุงเทพมหานคร - สุไหงโกลก เนื่องจากอำเภอเทพาอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ สมัยก่อนรถไฟ(เป็นรถไฟจริงๆคือหัวรถจักรไอน้ำ) ต้องแวะพักที่สถานีเทพาเพื่อเติมฟืนเติมน้ำ โดยแวะพักไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง และรถไฟไม่ว่าขาขึ้นหรือขาล่องก็จะมาหิวข้าวแถวนี้พอดี ด้วยภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นก็เอาไก่บ้านมาทำแกงเขียวหวานไก่(โดยเอาหนังไก่ กระดูกไก่่ ตีนไก่ และปีกไก่มาทำแกงเขียวหวาน) ส่วนเนื้อไก่จะสับเป็นชิ้น ๆ ตัวหนึ่งสับได้ประมาณ 8 ชิ้น มาหมัก(ผู้เขียนเข้าใจว่าสมัยแรกๆน่าจะหมักเกลือ และน้ำปลาที่ทำจากปลาของปากน้ำเทพา เพราะเทพาจะขึ้นชื่อเรื่องกะปิเทพาอีกเรื่องหนึ่ง) จากนั้นนำมาทอด โดยกรรมวิธีการทอดจะทอด 3 กะทะ กะทะแรกเป็นการไล่น้ำ้จากตัวไก่ กะทะที่สองเพื่อความสุก กะทะที่สามเนื้อไก่จะแห้งและเป็นสีเหลืองทอง (ไก่ทอดเทพาจะไม่เหมือนไก่ทอดหาดใหญ่เพราะไก่ทอดหาดใหญ่จะทอดพร้อมหนัง แต่ไก่เทพาจะถอดหนังไก่ออก) เนื้อไก่ที่แห้งทานกับข้าวราดแกงเขียวหวานจะเข้ากันอย่างดีและเอร็ดอร่อยมาก สอบถามได้ความว่ายุคแรกๆคนจะลงจากรถไฟมาแย่งซื้อข้าวใส่กะทงใบตองราดแกงเขียวหวานไก่ และไก่ทอดเป็นที่ครึกครื้น โดยมีช้อนสังกะสีแถมไปพร้อมกะทงข้าว เมื่อคนทานในรถไฟเสร็จก็จะโยนทั้งหมดออกนอกรถ ขบวนรถจะมีนกเอี้ยงบินตามขบวนรถเพื่อจิกกินเศษอาหาร ใบตองก็ย่อยสลายได้ ส่วนช้อนสังกะสีจะมีเด็กๆเดินตามรางรถไฟเก็บช้อนมาขายคืนร้านค้าเพื่อรียูส วิวัฒนาการต่อๆมาแม่ค้าจะหาบข้าวแกงขายกับขบวนรถไฟ ปัจจุบัน รถไฟเข้าสถานีทั้งขาขึ้นและขาล่อง 13 ขบวนแต่จอดรถเพียง 1 - 2 นาที ทำให้แม่ค้าขายของได้น้อยลง มีแม่ค้าบางคนที่ส่งลูกหลานขึ้นไปขายบนขบวนรถแล้วไปลงสถานีข้างหน้าขึ้นขบวนต่อไป ไปและกลับก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนแม่ค้าที่ขายตามสถานีบางคนขายมาตั้งแต่รุ่นแม่(ประมาณปี 2475 ที่ขบวนรถไฟผ่านมาทางสถานีเทพา) แม่ค้าบางท่านขายมาตั้งแต่อายุ 13 ปี หลังจากถอดความรู้กับบรรดาผู้ขาย ทางวิทยาลัยชุมชนสงขลาได้ตกลงจะเขียนตำนานไก่ทอดเทพาโดยใช้นักเขียนในท้องถิ่นเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราว เอาผลิตภัณฑ์ไก่ทอดเทพาของแม่ค้าทั้งหลายบรรจุถุงสูญญากาศ(เป็นเครื่องมือที่วิทยาลัยชุมชนสงขลามีอยู่แล้ว) ทดสอบเชิงวิจัยเบื้องต้นถึงอายุการเก็บรักษา และนำมาอุ่นโดยเตาไมโครเวฟ หรือเตาอบไฟฟ้าธรรมดา เพื่อยืดอายุเป็นของฝาก ทางเทศบาลตำบลเทพาจะทำการพัฒนาหีบห่อ หรือกล่องบรรจุภัณฑ์ และหาสถานที่บนถนน สงขลา-เทพา-ปัตตานี เป็นจุดพักรถเพื่อขายผลิตภัณฑ์ เพิ่มเติม โดยรักษาเอกลักษณ์การขายที่สถานีรถไฟเทพาเอาไว้ วิทยาลัยชุมชนสงขลา จะทำงานต่อหากไก่ทอดเป็นที่นิยมหากระบวนการเลี้ยงไก่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการทำไก่เทพา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงการแปรรูป

ในภาพเสื้อเหลืองผอ.นิยม ชูชื่นถัดมาผู้เขียน ถัดมาคุณชิต สง่ากุลพงศ์ และท่านนายกฯเฉลิมพล ทิพย์มณี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คนอาศัยอาณาจักรศรีวิชัย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบไก่เทพา

อร่อยมาก

ท่าน ผอ นิยมสบายดีนะครับ

ผมเคยไปช่วย ผอ จัดค่ายด้วย

มี ผอ เนือบ ด้วย

ทั้งสองท่านสบายดีครับ จะเรียนท่านให้ครับท่าน อ.ขจิต