เทคนิคที่ 6 กลุ่มบุรพบท (Prepositional cluster)

Rutherford (1987) นิยาม กลุ่มบุรพบทไว้ว่า ประโยคที่เป็นกระดูกสันหลัง ประกอบไปด้วยกริยาที่ถูกมองข้าม (unmarked verb) และ คำนามวลีที่เกี่ยวเนื่องกัน (associated noun phrases) ผู้เรียนจะได้รับวาทกรรม (discourse) และภาระงานก็คือ การเรียงลำดับกลุ่มให้เป็นประโยคที่มีการเรียบเรียงมาเป็นอย่างดี และจะทำเช่นนั้นได้ ต้องไม่เกินบริบทที่กำหนดไว้ เช่น

Round the corner came a boy.

Ride- he (boy)- bicycle

กลุ่มที่ได้ควรจะเป็น He was riding a bicycle.

ผู้เรียนต้องค้นหาเองว่านามวลีอะไร ที่เกี่ยวข้องกับประธาน, รูปแบบที่ต้องใช้, และชนิดของคำกริยาและองค์ประกอบต่างๆ

เทคนิคที่ 7 การเชื่อมประโยค (Sentence combining)

บุคคลที่อภิปรายเรื่องการเชื่อมประโยค ก็คือ Jame (1994) และ Zamel (1990) การเชื่อมประโยคเคยใช้ และกำลังใช้ในภาระงานก่อนการเขียน (pre-writing task) การเชื่อมประโยคนี้เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการสอนในเรื่องความเกาะเกี่ยวกันของประโยค (cohesion) ผู้เรียนบางคนชอบเขียนประโยคแบบหลวมๆ (a string of loosely-connected sentence) เช่น นักเรียนระดับประถมมักจะเขียนว่า I have a cat. My cat is black. She has white paws. My cat has green eyes. แต่ว่าประโยคทั้ง 4 ประโยคนั้น สามารถเชื่อมต่อให้เป็นประโยคเดียวก็คือ I have a black cat with white paws and green eyes.

การเชื่อมประโยค จะทำให้นักเรียนตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งสามารถจะมารวมกันได้ การเชื่อมประโยคนี้จะครอบคลุมทั้งไวยากรณ์ภาษาอังกฤษจำนวนมาก เริ่มตั้งแต่ การประสานกัน (coordination conjunction เช่น and, but, or ) จนถึงการสานกัน (subordination conjunction เช่น after, although, now that) และเครื่องหมายคำเชื่อมอื่นๆ

ในบางครั้งก็มีชื่อเรียนกิจกรรมนี้ว่า การใส่ (packing) และ การถอด (unpacking) ซึ่งหมายความว่าการเชื่อมประโยค 1 หรือ มากกว่า 1 ให้กลายเป็น 1 ประโยค หรือถอดคำบุรพบทในประโยคแบบซับซ้อน (complex sentence)

หนังสืออ้างอิง

James M. Bourke. (2014). A Rough Guide to Language Awareness.