พระแท้ในตลาดก็มีเรื่อยๆ ทั้งในตลาดพระแท้ และตลาดพระหลง

แต่ถ้ามองตลาดออกจะพบพระแท้บ่อยมากขึ้นครับ

ผมประมวล และเรียกหลักการนี้ว่า "หลักห้าพลัง"

แกนกลางของหลักห้าพลังคือ "ดูเป็น"

ทั้งระดับพระใหม่ พระเก่า ทั้งเนื้อ และพุทธศิลป์

ที่อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นมากกว่า คนขาย

ถ้าดูเป็นเท่าหรือน้อยกว่าคนขายเมื่อไหร่ จะลำบากหลายเรื่องครับ

โดยเฉพาะราคาและการต่อรอง

และคนขายพระส่วนใหญ่จะพยายามขายพระเก๊ก่อนพระแท้

และมักสร้างนิทานประกอบการขายมากมาย ที่นักเล่นพระระดับ “ใช้หูดูพระ จะชอบฟัง บางท่านติดกันงอมแงม นับได้ว่า ไม่มีนิทานเล่าให้ฟัง ไม่ซื้อเลยละครับ

พลังที่สองคือ "การเห็นทาง" 

ที่จะทำให้เสียเวลาน้อยลง ในการเดินตลาด มีทางเลือกมากขึ้น เพื่อประกอบกับ พลังที่สาม "กำลังซื้อ" หนุนกันกับพลังที่หนึ่ง "ดูเป็น" และพลังที่สอง "เห็นทาง"

ปรับให้ลงตัวมากเท่าไหร่ก็จะหยิบพระได้ง่ายและมากขึ้นเท่านั้น

พลังที่สี่ "ดูเป็นมากกว่าคนขาย" นั้น

คือการพัฒนาความรู้ให้สามารถแซง และนำคนขาย โดยอาศัยหลักการที่ถูกต้อง ตามหลักวิชาการสาขาต่างๆ

เลิกใช้หูดูพระ หันมาใช้ตาและสมองแทน ก็จะชนะได้โดยง่าย

ที่เราจะต้องฟังเขาพูดอย่างเข้าใจมากกว่าคำพูดที่เขาพูดมาทั้งหมด ประเมินคำพูดที่เขาพูดมาน่าจะแปลว่าอะไร มีสาระ หรือไร้สาระ มากกว่าการนำคำพูดเขามาใช้เฉยๆ

พลังที่ห้า "มือไวกว่าเซียน"

คือการอ่านเกมของคู่แข่งในตลาดได้ ว่าเขาจะให้ราคาเท่าไหร่ เราต้องเกทับนิดหนึ่ง พอชนะทั้งเงินและชนะใจคนขาย

พึงทราบว่าเซียนจริงๆเขาจะซื้อพระไม่แพง

คนซื้อพระแพงคือ "หมูสนาม" (ในสายตาเซียน) แบบที่สอง (แบบที่หนึ่งคือ ชอบซื้อพระเก๊)

จึงอย่าเกทับแรงจนเป็นเข้าระดับหมูสนาม เซียนเดินตอนไหน เราต้องเดินก่อนให้ได้ ทั้งเวลาและบารมี

บารมีสำคัญกว่าเวลา เพราะคนขายจะเกรงบารมีมากกว่า จะรอให้เราเลือกก่อน ถ้าเราสร้างบารมีได้แล้ว มือเราจะไวกว่าเซียน ไม่วาเราจะไปตลาดตอนไหนก็ตาม

นี่คือเกณฑ์ของหลักการ "ห้าพลัง" ในการเดินตลาดพระครับ

ฝึกฝนจนชำนาญแล้วท่านจะได้พระแท้ๆมาตามใจปรารถนาแน่นอน รับประกันเลยครับ