กิจกรรมค่ายภาษาของมหาจุฬาฯเพื่อส่งเสริมทักษะภาษาให้แก่นักเรียนในชนบท

ผู้เขียนขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ  เนื่องจากนักเรียนมีไม่มากนัก ท่านพระอาจารย์มหาสำรวยให้นักเรียนทำกิจกรรมในช่วงเช้าเป็นกิจกรรมการแก้ปัญหา เช่น การแก้ปัญหาเรื่องเชือก การทำกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องเล่า เป็นต้น



กิจกรรมแก้ไขปัญหาเชือกดูเหมือนง่าย แต่แก้ไขยากมาก เพราะว่าต้องหาปัญหาของเชือกให้พบเสียก่อนว่าอยู่ที่ตรงไหน ก่อนทำกิจกรรมได้มีการสาธิตให้แก่นักเรียนก่อนด้วยครับ




ตอนนักเรียนแก้ปัญหา ดูเหมือนว่าจะง่าย ปรากฎว่าใช้เวลาค่อนข้างนาน ในตอนท้ายก็ช่วยกันเฉลยว่าเป็นอย่างไร  ผู้เขียนเองนั้นยแกไปทำกิจกรรมกับคุณครูในช่วงเวลาเที่ยงตรง ก่อนมาทำกิจกรรมกับนักเรียนแค่ 2 ชั่วโมง เป็นค่ายที่ใช้เวลาน้อยที่สุดเท่าที่เคยทำกิจกรรมมา  


ผู้เขียนพบว่าทั้งเจ้าหน้าที่ พระและแม่ชีท่านเก่งมาก ไปช่วยผู้เขียนทำกิจกรรมกับคุณครู โดยครูเล่นเกม ใครทำไม่ได้ให้ออกมาแนะนำตัวว่าชื่ออะไร มาจากที่ไหน จบวิชาเอกอะไร  นอกจากนี้ยังถามต่อไปว่ามีสมาชิกในครอบครัวกี่คน มีใครบ้างให้คุณครูตอบเป็นภาษาอังกฤษ


มีคุณครูท่านหนึ่งบอกว่ามีภรรยา 2 คน 555 จริงๆแล้วคุณครูจะบอกว่ามีลูก 2 คนครับ เผลอไปบอกได้ว่ามีภรรยา 2 คน555  


กิจกรรมกับคุณครูใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงแค่นั้น พอทราบพื้นฐานคุณครูว่าเป็นอย่างไร ผู้เขียนพบว่าคุณครูพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ไม่ค่อยได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษ อาจเป็นเพราะว่าไม่รู้จะพูดกับใคร ถ้าคุณครูพูดกันเองบ่อยๆ พูดกับนักเรียนบ้างต่อไปคงฝึกพูดภาษาอังกฤาได้คล่องแน่นอน 

ต่อมาผู้เขียนมาจัดกิจกรรมให้นักเรียนต่อ  ให้นักเรียนเล่นกิจกรรมการฟัง การฝึกทำท่าทางตาม เป็นทฤษฎีภาษาเรียกว่า Total Physical Response ซึงเหมาะสำหรับนักเรียนชั้นเล็กๆ ให้พระ แม่ชีและเจ้าหน้าที่ นิสิตมหาจุฬาฯเป็นพี่เลี้ยงแก่นักเรียน

ได้ผลพระอาจารย์สอนนักเรียนเอง ไม่กล้าเอารูปตอนพระอาจารย์และแม่ชีสอนนักเรียนมาให้ดู 555 กลัวโดนแซว 

กิจกรรมต่อมาเป็นกิจกรรม รถไฟให้นักเรียนออกสียงและสะกดคำว่า trainแล้วให้นักเรียนต่อกันแบบในภาพ แข่งกันทีมไหนถึงก่อนทีมนั้นชนะ 555

ในตอนสุดท้าย คณะวิทยากรถ่ายรูปร่วมกัน ผู้เขียนได้ความรู้ว่า ในชนบทถ้าครูอาจารย์มีดอกาสได้ให้นักเรียนฝึกภาษาอังกฤษบ่อยๆ นักเรียนจะมีโอกาสเก่งภาษาอังกฤษได้แน่นอน กระทรวงควรช่วยกันพัฒนาการจัดการศึกษาระดับสพฐ ซึ่งมีความสำคัญต่อการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพราะเป็นพื้นฐานให้แก่นักเรียน ควรเลิกนโยบายที่ออกมาจากส่วนกลางให้คุณครูทุ่มเทเรื่องการเรียนการสอนมากกว่า การทำกิจกรรมประเมิน กิจกรรมต่างๆของหน่วยงาน การทำผลงานที่ทำแต่เอกสารผลการพัฒนาไม่ลงไปที่นักเรียน   ผู้เขียนคิดว่าการศึกษาบ้านเราคงเป็นไปได้ด้วยดีถ้าให้ครูได้สอนนักเรียนอย่างเดียว  ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน...