GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิ่งมาราธอน (2)

เสน่ห์ของการแข่งวิ่งมาราธอน อาจจะอยู่ที่การแข่งขันกับตัวเองมากกว่าแข่งกับคนอื่น

วิ่งมาราธอน (2)

               เราไม่ค่อยเคยเห็นภาพของคนที่วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนสุดท้ายเลยใช่ไหม

               หรือเพราะเราไม่สนใจที่จะมอง

               คงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเรามักให้ความสำคัญกับการเป็นที่หนึ่ง และการเป็นคนแรกมากกว่า

              จนบางครั้ง การไม่ได้เป็นคนแรก กลายเป็นเรื่องที่ทำให้เป็นทุกข์ ทำให้ผิดหวัง  เป็นสิ่งผิด  และกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

              เราคงไม่เห็นเด็กนักเรียนฆ่าตัวตายเพราะสอบตก หรือสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้  ถ้ายอมรับและเข้าใจว่า การแข่งขันก็คือ การแข่งขัน (กับตัวเอง) เมื่อพลาดไป ก็เริ่มต้นใหม่ได้

              เราคงไม่เห็นคนที่เครียดจนเป็นโรคต่าง ๆ มากมายในสังคมนี้  สังคมที่วิธีการดำเนินชีวิตของคน มีแต่การแข่งขันกันเป็นที่หนึ่ง

              เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่า การที่เราเป็นที่หนึ่ง เป็นคนแรก  แต่เบื้องหลังนั้น เราอาจจะต้องเหยียบข้ามคนอื่นมาแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

              ในการแข่งขันวิ่งมาราธอน  มีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมาย  แต่ผู้ชนะเลิศจะมีเพียงคนเดียว

              แต่ทำไม เมื่อมีผู้ชนะแล้ว ยังมีผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกมากมาย ยังคงพยายามวิ่งต่อไปเพื่อเข้าถึงเส้นชัย

              บางคนรู้สึกเหนื่อยมาก จนแทบล้มความตั้งใจเข้าเส้นชัย

              หลายครั้งที่คนอื่นวิ่งแซงหน้าขึ้นไป แต่พวกเขาก็ไม่ท้อ

              มองเห็น เด็กตัวน้อย ผู้สูงอายุ คนพิการ ยังคงตั้งใจที่จะไปให้ถึงเส้นชัย โดยไม่สนใจว่าจะเข้าเส้นชัยเป็นคนที่เท่าไหร่

              ที่น่าแปลกใจคือ ผู้ที่เข้าเส้นขัยเป็นคนสุดท้าย ก็ยังยิ้มดีใจ เหมือนเป็นผู้ชนะเลิศ

              เสน่ห์ของการแข่งวิ่งมาราธอน อาจจะอยู่ที่การแข่งขันกับตัวเองมากกว่าแข่งกับคนอื่น

              ผู้แข่งขันสามารถตั้งกติกาเป็นของตนเอง คือ การเข้าถึงเส้นชัยได้ถือเป็นผู้ชนะ  โดยไม่ต้องคำนึงถึงลำดับที่

              ลองคิดดู ถ้าทุกคนคิดได้ว่า การแข่งขันในสังคม เป็นดั่งการแข่งวิ่งมาราธอนนี้

              การที่จะไปถึงจุดหมายของชีวิต ไม่สำคัญหรอกว่าใครจะไปถึงก่อนกัน

              ที่สำคัญ เรามีความพยายาม และความตั้งใจที่จะไปให้ถึงหรือเปล่า

              ไปถึงช้าหน่อย แต่ก็ไปถึง หากไม่ล้มเลิกความตั้งใจเสียก่อน

              มองเห็นเส้นชัยอยู่ไม่ไกลแล้ว และดูท่าว่า เราอาจไปถึงเส้นชัยเป็นกลุ่มท้าย ๆ และคาดว่าอาจจะไม่มีเสียงปรบมือแสดงความยินดีกึกก้องก็ได้

              คุณจะยังคงวิ่งต่อไปกับฉันไหมคะ

              วิ่งไปกับการจัดการความรู้แบบ สคส. เพราะเราเชื่อว่า คุณกำลังแข่งกับตัวเองอยู่

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): expressionlimelightแนวคิดดีๆ
หมายเลขบันทึก: 57548
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

เข้ามาเขียนเพื่อยืนยันค่ะว่า แนวทาง KM ช่วยให้เกิดความรู้สึกของการแข่งขันกับตนเองค่ะ

เช่น เมื่อเราได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับท่านอื่นบ่อยๆ ในเรื่องราวที่เราสนใจ เราจึงเริ่มรู้สึกอยากค้นคว้าหาความรู้เพื่อมาแก้ปมประเด็นที่ค้างคาใจหรือสนใจอยากรู้เพิ่มค่ะ

คงไม่มีการแข่งขันถ้าอยู๋ในวง สคส. แต่เป้นการเดินไปด้วยกัน ไม่มีการแก่งแย่งจะเป็นที่ 1  มีแต่จะก้าวไปด้วยกันคะ...และเห็นด้วยที่แข่งกับตัวเองนี่ดีที่สุดคะพี่แกบ..อิอิอิ

เห็นด้วยนะครับ  เคยลงแข่งขันไตรกีฬามาแล้ว  ตอนนี้แข่งไม่ไหวแล้วแต่ก็ยังวิ่งอยู่  ตั้งใจจะลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนตอนอายุ 60 ปี  เอาแค่จบการแข่งขันในเวลาที่กำหนดก็ถือว่าชนะแล้ว 

จ๊ะจ๋า และ คุณหมอคะ

      วิ่งเข้าไปค่ะ ไม่ใช่เพื่อใครอื่น นอกจาก ตน และ ตน ค่ะ  ชนะตนเอง

เมื่อก่อนั่งกินเหล้าคนวิ่งผ่านเคยพูดกับเพื่อนว่า มันบ้าหรือเปล่า  วิ่งไปทำไป เหนื่อยจะตายสู้กินเหล้าไม่ได้สนุกดี

พอหนักๆเข้าพวกยุลองวิ่งดูซิวะ  เลยลองดู  แรกๆ ก็เบาๆ น้อยๆรอบหน่อยค่อยๆเพิ่ม   นานวันชักชิน  เลิกเหล้า  วันไหนไม่ได้วิ่งนอนไม่หลับ  วิ่งผ่านคนกินเหล้า  เคยพูดกับเพื่อนว่าพวกกินเหล้ามันบ้าหรือเปล่าทำลายสุขภาพก็ยังกินอยู่ได้  

ยินดีที่ได้แวะมาอ่านบทความของพี่แกบค่ะ ขออนุญาตเรียกพี่แกบนะคะ

เมื่อก่อนเริ่มวิ่งใหม่ๆ สิ่งเดียวของการวิ่งคือการแข่งขัน อยากได้รางวัล

แต่มาวันนี้ เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการวิ่งของต้นโศก ไม่ใช่เพื่อแข่งขันแล้วละค่ะ

การวิ่งมาราธอนในแต่ละครั้งมันทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น เรียนรู้และเข้าใจตนเองได้มากขึ้นค่ะ

สิ่งที่ต้องการจะได้มานั้น ไม่ได้มาด้วยการแข่งขันเสมอไปค่ะ

หากมีโอกาสลองแวะไปอ่านประสบการ์ณของนู๋ได้นะคะ http://tresbytsdk.blogspot.com

วิ่งมาแล้ว 28 ปี ประมาณ 50,000 กม. 50 ล้านก้าว โดยไม่ค่อยลงรายการแข่งขัน เคยลงไม่เกิน 10 ครั้ง แต่แข่งตัวเองมาตลอด ชนะบ้างแพ้บ้าง โดยรวมแล้วคิดว่าชนะ และตั้งใจว่าจะวิ่งให้ครบ 100,000 กม. 100 ล้านก้าว ประมาณ 2.5 รอบโลก เมื่อทำสำเร็จ มันก็เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน แม้จะเป็นความสำเร็จที่ไม่มีคนอื่นรับรู้