มีผู้ให้ความเห็นผมในบันทึก "เรื่อง OLPC ไม่เขียนไม่ได ้" ผมจึงเขียนตอบยาวมาเป็นบันทึกนี้ครับ

ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่า "เด็กไทยบ้านนอก" ที่เป็น "ตัวจริง" นั้น ขาดแคลนเทคโนโลยีครับ จะต่างกับ "เด็กไทยในเมือง" อย่างฟ้ากับดินทีเดียว

"ลูกชาวบ้าน" ต่างจังหวัดนั้น บางคนดินสอสีดีๆ สักชุดยังไม่มีเลย

ผมรู้ครับ "ผมเป็นคนบ้านนอก"

ที่จริงแล้วไม่ต้องพูดถึง "โรงเรียน" หรอกครับ "มหาวิทยาลัย" ยังมีคอมพิวเตอร์ไม่พอให้นักศึกษาใช้

แล้วไม่ต้องพูดถึง "ร้านเกมส์" ครับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น "ร้านเกมส์" ไม่ได้ไว้ให้เรียนหนังสือ มีร้านเกมส์ที่ไหนมีโปรแกรมสื่อการสอนดีๆ บริการลูกค้าบ้าง บอกผมที ผมจะไปกราบ

แต่ดูเหมือนทุกท่านจะข้องใจกับประโยชน์การใช้งานของ OLPC ใช่ไหมครับ ผมชี้แจงประเด็นนี้ก็แล้วกัน

ผมเชื่อว่าทุกท่านคงไม่ข้องใจกับ "ประโยชน์ของหนังสือเรียน" กับ "การเรียนหนังสือ" ใช่ไหมครับ

เอาล่ะ เราจะเอา "สื่อการเรียนรู้ในปัจจุบัน" เป็นจุดตั้ง

ครั้งหนึ่งในอดีตผมเดาว่าก็คงมีคนสงสัยเหมือนกันว่า "หนังสือ" มันจะมาแทนการ "ท่องจำ" ได้อย่างไร เด็กมีหนังสืออ่านก็คงไม่ต้องท่องจำกันพอดี แล้วจะได้เรียนรู้อะไรได้

ดีที่ตอนนี้ไม่มีใครสงสัยประโยชน์ของหนังสือกับแล้ว

แค่ประเทศไทยเลือกที่จะไม่ใช้ประโยชน์จากหนังสือเท่านั้นเอง ประเทศอะไรก็ไม่รู้ หาซื้อบริการทางเพศได้ง่ายกว่าหาซื้อหนังสือ

OLPC จะมีประโยชน์หรือไม่อยู่กับผู้นำไปใช้ครับ หากประเทศไหนไม่มีวิสัยทัศน์ปล่อยให้ใช้กันตามมีตามเกิด ก็เหมือน "แจกหนังสือเรียนให้เด็กแล้วให้เด็กไปพับถุงขาย" ไม่มีประโยชน์

"ผู้นำไปใช้" ต้องคิดหาประโยชน์ที่จะใช้ ต้องระดมสมองกัน ไม่ใช่เห็นว่างานหนักแล้วตั้งท่ารังเกียจไว้ก่อน อย่างนั้นเป็นเรื่องของพวกขี้เกียจ

เรื่องการใช้ OLPC นี้ต้องคิดแบบก้าวหน้าครับ ไม่ใช่คิดแบบถอยหลังอ้างอิงอยู่กับวิธีการเรียนแบบเก่าๆ

นักวิจัยด้านการศึกษา การเรียนรู้ ระบบสารสนเทศ สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ การสาธารณสุข ฯลฯ มีงานวิจัยให้ทำเยอะแยะจนนับไม่ไหว หาก OLPC มีการใช้งานทั่วโลก เพราะมันเป็น revolution ด้านการศึกษา

อย่าทำตัวเหมือนพวกเห็นว่าอินเตอร์เน็ตมีแต่รูปโป๊ 

แต่อย่างว่า บางประเทศมีพวกขี้เกียจแต่ดีแต่พูดเยอะ แล้วคนในประเทศเหล่านั้นก็เชื่อพวกคนดีแต่พูดพวกนี้กันจัง ไม่เคยคิดว่าคนที่ชอบพูดพวกนั้นไม่เคยทำงานจริงเลย ชอบลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เป็นหลัก ทำงานจริงเป็นรอง

พวกนี้ชอบใช้แต่ของคุ้นเคยที่ตัวเองเคยใช้ตอนเด็กๆ มองเทคโนโลยีในมุมจำกัด และชอบมองข้อเสียมาก่อนข้อดี พวกนี้จะไม่สนับสนุน OLPC และมองอินเตอร์เน็ตว่าเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ เพราะตามไม่ทัน และขี้เกียจจะเรียนรู้

ดีที่ประเทศไทยเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เรามีคนทำงานจริงเยอะ เพียงแต่คนทำงานจริงไม่ค่อยได้มีปากมีเสียง มัวแต่เอาเวลาไปแก้ปัญหาที่เกิดจากพวกดีแต่พูด

คนทำงานจริงจำนวนไม่น้อยเลยไม่ได้มีโอกาสรับรู้ "ความจริง" เพราะมัวเอาเวลาไป "แก้ปัญหา" ที่พวกดีแต่พูดก่อไว้

บางทีเวลามีคนที่ทำงานจริง quote คำพูดของพวกดีแต่พูด ผมบอกตรงๆ ผมจะอ้วก อยากจะถามตรงๆ ว่าที่คุณ quote คำพูดของเขานั้นคุณเคยรู้ไหมว่าเขามีประสบการณ์หรือความรู้อะไรบ้าง เลิกเป็นลูกไล่ของเขาเสียที

คุณเก่งและมีประสบการณ์ในการทำงานจริงมากกว่าเขาเยอะ เลิกยกย่องเขาเสียทีเถอะ ยกย่องตัวเองกันบ้าง มีความมั่นใจในตัวเองในสิ่งที่สะสมจากประสบการณ์การทำงานจริงของคุณกันบ้าง 

กลับมาเรื่อง OLPC กันต่อ OLPC เป็นมากกว่า "หนังสือเรียน" เพราะมันคือ "อุปกรณ์เพื่อเข้าถึงความรู้" ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล

"หนังสือ" ไม่มีความสามารถเท่า OLPC แต่ OLPC มีความสามารถเท่า "หนังสือ" และมีมากกว่าเยอะ

การมอง OLPC เป็นแค่ "เครื่องคอมพิวเตอร์" เป็นมุมมองที่จำกัดมาก ให้คิดว่า OLPC เป็น "Universal Learning Device" จะเหมาะกว่า

ในอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่มีอุปกรณ์เช่นนี้ เรื่องนี้เลยทำให้หลายคน "นึกไม่ออก" ว่า OLPC คืออะไร เลยนึกว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ก่อน อย่างน้อยก็ยังรู้จักคอมพิวเตอร์

OLPC นั้น ถ้าเปิดใจเราจะเห็นของใหม่ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ในอดีตถึงปัจจุบัน ถ้าไม่เปิดใจเราก็จะเห็นแค่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี specification "แปลกๆ"

OLPC ไม่ได้ใช้ Windows ไม่ได้เป็นเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์แบบที่เราๆ ท่านๆ เห็นกัน

เพราะ OLPC ไม่ใช่ "คอมพิวเตอร์" มันคืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้

คนที่เห็นว่า OLPC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ยังพอทำเนา ถ้าไม่ได้มีอาชีพด้านเทคโนโลยีด้วยนี่เรียกว่าไม่มีความผิดเลย เป็นความผิดของคนที่มีอาชีพด้านเทคโนโลยี (อย่างผม) ที่ต้องอธิบายให้เข้าใจ

แต่คนที่มีอาชีพด้านเทคโนโลยีที่เห็นว่า OLPC เป็น "ของเล่น" นี่แสดงว่ามีปัญหาในการเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรุนแรง

บางคนเห็นว่า OLPC เป็น "ของทันสมัย" ที่ "ฟู่ฟ่า" นี่ก็เข้าใจผิด

OLPC ไม่ใช่ "เทคโนโลยีทันสมัย" แต่เป็น "เทคโนโลยีที่พอเพียง" เพื่อการเรียนรู้ ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการเรียนการสอน

MIT Media Lab เขาเป็นที่หนึ่งในโลกเรื่องความพยายามสร้าง "เทคโนโลยีที่พอเพียง" ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน และมีประโยชน์จริง เขามีชื่อเรื่อง "เทคโนโลยีที่พอเพียง" ในด้านต่างๆ มานานแล้ว

OLPC ใช้ระบบเฉพาะ (Linux) แต่เป็นระบบเปิด (open source) เกมส์ต่างๆ ที่เด็กเล่นกันนั้น เล่นบนเครื่องนี้ไม่ได้ เครื่องนี้ต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ

แต่นักพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเครื่องนี้นั้นมีเยอะครับ นักพัฒนาเป็นล้านคนที่หัวใจเปิด (open source) ต่างรอคอยพัฒนาซอฟต์แวร์ดีๆ ให้เครื่องนี้กันทั่วโลก

นึกดูก็แล้วกันว่าเด็กๆ จะมีซอฟต์แวร์ดีๆ ที่จะใช้ในเครื่องนี้มากแค่ไหน

นี่คือจุดแข็งที่สุดของ OLPC

แต่ก็จะมีคนไม่ดีพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ดีให้เครื่องนี้เหมือนกัน เรื่องนี้มันห้ามที่เทคโนโลยีไม่ได้ มันต้องห้ามโดยการบริหารจัดการ ถ้าจะเป็นนักจัดการต้องไม่ขี้เกียจแล้วเอาแต่โทษเทคโนโลยี จะเอาจุดบอดเล็กๆ มาบดบังประโยชน์ใหญ่ๆ มันไม่ใช่เหตุผลที่คนที่เรียกตัวเองว่า "นักบริหาร" จะพึงกระทำ

ระบบเครือข่ายที่ใช้บน OLPC ที่เรียกว่า Mesh Networking นี่ก็น่าสนใจมาก เป็นแนวคิดที่ลดต้นทุนด้าน network infrastructure แพงๆ ลงได้มหาศาลทีเดียว

ประเทศที่นำเข้าเทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เคยส่งออกเลยอย่างประเทศไทยควรจะสนใจเรื่องการลดต้นทุนพวกนี้ไว้บ้าง

ไหนจะโครงการ MIT OpenCourseWare ที่ชูธงต้นแบบให้มหาวิทยาลัยอื่นๆ ทำตาม

ในอนาคตใบปริญญาจะไม่มีความหมาย เพราะเราจะวัดกันที่ portfolio เพราะโลกนี้จะเป็น Small World แล้ว

เด็กบ้านนอกจะเท่าทันเด็กในเมืองก็คราวนี้

ดังนั้น Revolution ด้านการศึกษาขนาดนี้ ราคา 4,000 บาทต่อเครื่องถือว่า "ถูกเหมือนได้เปล่า"

ลองคิดสิครับว่าเด็กนักเรียนคนหนึ่งซื้อหนังสือเรียนปีหนึ่งๆ กี่บาท เกิน 4,000 บาทต่อปีหรือเปล่า

เกินครับเกิน เกินแน่นอน

ไหนจะค่าใช้จ่ายสำหรับสื่ออื่นๆ อีกที่ OLPC จะมาช่วยลดได้

ถ้ารู้จักใช้ OLPC นี่คุ้มสุดคุ้ม

รัฐบาลที่เน้น "ความพอเพียง" จริงต้องสนับสนุน OLPC

การสนับสนุนคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรนั้นเป็นการสนับสนุนนายทุนให้ได้เงินโดยให้เด็กซื้อคอมพิวเตอร์มาเล่นเกมส์มากกว่า ถือว่าเป็นความคิดที่ใช้ไม่ได้!

การเรียนรู้ไม่ได้อยู่แค่มีคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows ได้นะครับ เอื้ออาทรกันจริงนั้นคิดเรื่องอื่นประกอบหลังจากเด็กจ่ายเงินแพงๆ ซื้อคอมพิวเตอร์ตกรุ่นมาใช้บ้างหรือเปล่า

คอมพิวเตอร์เอื้ออาทรที่ตกรุ่นถูกๆ แต่ใช้บริการอินเตอร์เน็ตแพงๆ และใช้ซอฟต์แวร์แพงๆ แถมพังง่ายอีกต่างหาก นี่หรือความพยายามประหยัดเงิน

กลัวนายทุน "จน" ละสิ

OLPC จะทำให้นายทุน "จน" ลงหลายพวกทีเดียว ได้แก่ พวกนายทุนที่จ้องขายคอมฯ แพงๆ เกินความจำเป็นให้เด็ก พวกนายทุนผูกขาดขายหนังสือเรียน พวกนายทุนขายซอฟต์แวร์ให้โรงเรียน พวกนายทุนธุรกิจสื่อสารทั้งหลาย พวกนายทุนที่หากินกับเด็กและโรงเรียนนานับประเภท และพวกนายทุนสื่อมวลชนที่จ้องครอบงำสมองคนไทย

นายทุนพวกนี้ถูกกระทบหมด กระทบหนักด้วย

นี่คือสาเหตุที่คนไทยไม่เคยได้รับรู้ข้อดีของ OLPC เลย

เมื่อไหร่คนไทยจะเลิกเชื่อนายทุน โดยเฉพาะนายทุนสื่อมวลชนเสียทีนะ

หัดหาความจริงในข่าวกันบ้างสิ เชื่อกันงมงายไปได้

บางคนยังนึกว่า OLPC เป็นโครงการของ "ทักษิณ" ด้วยซ้ำ นี่คงเชื่อ "สนธิ" มากเกินไปแล้ว

ที่จริงแล้วคนที่ไม่ชอบ "ทักษิณ" ด้วย "สมอง" เขาสนับสนุนโครงการ OLPC และไม่สนับสนุนโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร

ปรากฎว่ารัฐบาลนี้กลับล้มเลิกโครงการ OLPC แต่ทำโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรต่อ ทั้งๆ ที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าโครงการคอมพิวเตอร์เอื้ออาทรเป็นการเปิดโอกาสให้นายทุนได้ "โล๊ะ" คอมพิวเตอร์ตกรุ่นมาขายให้คนไม่รู้เรื่อง งานนี้เอาใจนายทุนออกนอกหน้ากันเกินไปหน่อยมั้ง

จะว่าไปแล้วโครงการ OLPC ในระดับโลกมีอุปสรรคเยอะ เพราะไปขวางนายทุนหลายพวกอย่างที่ผมให้รายการมาข้างต้น

การล้มเลิก OLPC ทำให้ผมผิดหวังกับรัฐบาลนี้มาก ผมนึกว่ารัฐบาลนี้จะเป็นรัฐบาลที่เพียงพอ แต่กลับเป็นรัฐบาลที่อยู่ข้างนายทุน ผมนึกว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ไกลและยอมทำงานหนัก แต่กลับเป็นรัฐบาลที่เลือกผลประโยชน์ของนายทุนมาก่อน

น่าเสียใจนะครับ ความผิดหวังนี่มันเจ็บหัวใจทีเดียว อกหักกับรัฐบาลนี้!

เริ่มต้นไปได้เดือนแรก รัฐบาลก็หักอกผมแล้ว เฮ้อ!

ไม่เป็นไรครับ รอให้ที่อื่นๆ ในโลกเขาใช้ OLPC กันให้ดีก่อน แล้วประเทศไทยค่อย "ตาม" ก็แล้วกัน

เรา "ตาม" เก่งอยู่แล้ว ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร

--------------------- 

 ขอโทษที่ความเห็นรุนแรง ผมบอกแล้วว่า "ผมเซ็ง"