อาจารย์ สารูป ฤทธิชู นักวิชาอิสระทางด้านประวัติศาสตร์ ผู้หญิงหนึ่งเดียวในวงเสวนา ได้ให้ความ
เห็นไว้ว่าก็น่าฟัง น่าสนใจ อาจารย์ บอกว่า ได้ลงพื้นที่ในพัทลุง กับนักผังเมือง และอาจารย์ ศรีศักดิ์
มีข้อสรุปว่า จุดที่พบทอง อยู่ในเส้นทางที่ใช้ทั้งช้างและเรือ ซึ่งอาจารย์ ศรีศักดิ์ ให้ความเห็นไว้ว่า
"ช่องรูตู หรือประตูทะเล" ระหว่าง ปะเหลี่ยนกับบางแก้ว ภูมิบ้านนามเมืองใน บริเวณนี้ คือวัดช่างทอง
วัดรัตนาวราราม และเคยขุดพบถ้วยจีน เมื่อพุทธศตวรรตที่ 16 - 20 ที่วัดพะเขียน
ตำนาน นางเลือดขาว ซึ่งเกี่ยวกับเจ้ากุมารที่สร้างวัดเขียน ได้เอาแผ่นทอง เขียนชื่อ วัด และเขียน
ตำนาน ทองที่ขุดพบมีอักษรจีน สอดคล้องกับ บ้านช่างทอง ตามตำนาน นางเลือดขาว และนายกอง
ส่วยช้าง ไปพบทอง 5 พะเนียง(อ. ฉวี ทองคำวัง และ อ.ปรีชา ทองคำวัง) หากทองในศตวรรตที่ 16
คือ1000 ปี ก็สอดคล้องกับกลุ่มคนที่มาจาก เปอร์เซีย เจ้ากุมาร คือแขกเปอร์เซีย บรรพบุรุษ ชาว
เขาชัยสน ซึ่งสันนิษฐาณว่าทอง ที่พัทลุง มีทั้งทองจีน และทองอรับ ด้วย
เจ้าเมือง 11 คนของพัทลุง แต่งตั้งมาจากสวนกลาง อีก 6 คนไม่ได้แต่งตั้งจากส่วนกลาง
ทายาทคนหนึ่งได้ไปเป็นออกญานคร สุดท้ายก็เป็นเจ้าพระยาจักรี
ผ่านบางแก้วคือจุดยุทธศาสตร์ สืบทอดเมื่อ สะทิงพระถูกโจมตี เมื่อ1568 โดยกองทัพทมิฬ
การโจมตีสะทิงพระ เปิดโอกาสให้กับพัทลุงได้เติบโต เป็นปลยทางฝั่งนี้ มีเมือง 13 เมือง
ตามตำนาน เกาะทอง หรือเกาะทองล่ม
สรุปว่า ทองมีมาก่อน 1000 ปี อาจถูกนำไปฝังในยุคแรกๆ ที่โจรเข้าโจมตีไปถึง ไชยา วัดเขียน
ซ่อมแซมมาหลายรอบ ทองส่วนยอดที่นางเลือดขาว บูชาหายไปไหน
ส่วนลายแทงที่กล่าวถึง บ้านควนแร่ ว่า " ควนแร่ มีแคร่สี่มุม มีทองสี่ตุ่ม อยู่ทุกมุมแคร่
(หากบันทึก ตกหล่นโปรดอภัย เขียนบันทึกไว้เพื่อคนรุ่นหลังได้ตามรอยทอง)
"ช่องรูตู"ตามความเห็นของอาจารย์พยุง ณ พัทลุง คือ
เส้นทางไปสู่ "ช่องรูตู" และ "บ้านในตระ"ทางผ่านเมืองพัทลุง-เมืองปะเหลียน
ท่ีเป็นเส้นทางค้าขาย ไปมาหาสู่กัน ในสมัยโบราณ ในสมัยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)
เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ไทรบุรี ตรังกานู เปห์ระ (พ.ศ.2354 - 2382)
ด้ส่งบุตรชายมาเป็นเจ้าเมืองพัทลุงเพราะเป็นเมืองชายขอบท่ีทำหน้าท่ีดู
แลหัวเมืองหัวเมืองแขกทั้งหลาย คือพระยาพัทลุง หรือ พระยาอุทัยธรรมราชา
หรือ พระเสน่หามนตรี (น้อยใหญ่) ระหว่าง พ.ศ. 2369-2382
เจ้าพระนครศรีธรรมราช (น้อย) เคยส่งคนมาทำเหมืองทองคำ ท่ีบ้าน "ในทอง"
อยู่ระหว่างเส้นทางไปช่องรูตูและบ้านในตระ เป็นสายแร่ทองทำท่ีมาจากการสึกกร่อน
ของแกนฐานของหินแกรนิตรองรับหินปูนของเทือกเขานครศรีธรรมราช (บรรทัด)
ท่ีถูกพัดพามากับลำน้ำสาขาของแม่น้ำปะเหลียน แต่รายรับไม่คุ้มกับการลงทุน
จึงยกเลิกไปในท่ีสุด ประมาณ 50-60 ยังมีการร่อนหาทองคำในแม่น้ำปะเหลียนกันอยู่
ปัจจุบันบ้านในทองถูกประกาศให้อยู่ในเขตอนุรักษ์ฯ จึงเหลือบ้านอาศัยอยู่เพียง
2 หลังคาเรือน อีกนัยหนึ่ง คำว่าปะเหลียนนอกจากสันนิษฐานว่าตรงกับ "ปะแลนด้า
"ในหนังสือภูมิศาสตร์ของ คราวดิอัส ปะโตเลมี นักภูมิศาสตราวกรีกท่ีเขียนขึ้น
ในราวพุทธศตวรรษท่ี 7 แล้ว ยังเป็นภาษามลายูท่ีแปลว่า "ทองคำอีกด้วย"
ทองคำท่ีเหมืองบ้านในทองจึงน่าจะมีปฏิสัมพันธ์กับทองคำท่ีอำเภอเขาชัยสน
จังหวัดพัทลุง เพราะว่าจากช่องรูตู บ้านในตระ เป็นเส้นทางมาออกท่ีบ้านโหล๊ะจังหาร
อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เชื่อมต่อไปตามลำน้ำและทางบกไปยังทุ่งอ้อแหล่งพบทองคำ
และในบริเวณใกล้กันมีภูมินามชุมชนท่ีบ่งบอกว่ามีการแปรรูปทองคำ คือบ้านช่างทอง
วัดช่างทอง ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นท่ีนำเสนอเพื่อการศึกษาวิจัยในรายละเอีอดต่อไป
อยากฟังต่อท่านวอญ่า
It seems that "gold" has ruled over the world since ancient times.
I wonder why "tin" was not made prominent (or used in more art and craft works) after all 'tin' was (and still is) a produce of this part of our land.
And I also wonder why 'gold from China or Arabia' - when ancient Siam is also known as the land of gold from ancient times too. Surely, Thai (Siamese) artisans (even ones trained by Hindi Brahmins or Mon (มอญ รามัญ) or Chinese migrants (yes it seems there had been migration from China many times in ancient history).
Interesting!
ขอบคุณน้อง อรที่ติดตาม คิดว่าจะสรุปให้จบในตอนที่ สี่ครับ
สันนิษฐานว่าเจ้าเมือเอาไปฝังซ่อนโจร ???
นักประวัติศาสตร์เอาเรื่องราวมาปะติดปะต่อ น่าสนุกนะคะ เหมือนนักสืบ
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
รออ่านอีกครับ
ชำระประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผ่านคนในท้องถิ่นอีกครั้ง ...
สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากคนในท้องถิ่นไปพร้อมๆ กับนักวิชาการภายนอก
ผมว่านี่คือจังหวะอันน่าสนใจ ครับ
ขอบคุณท่าน sr....แม้ไม่เข้าใจภาษาก็เดาเอาว่าการแลกเปลี่ยนของท่านคงก่อเกิดปัญญาแก่ผู้มาพบอ่าน
ขอบคุณที่แบ่งปันความรู้จ้ะลุงวอ
สวัสดี อาจารย์ Nui ฟังนักวิชาการ คุยประวัติศาสตร์ สนุกได้สาระ ได้ตามรอยทอง
.... เป็นทองคำโบราณ นะคะ ...แสดงว่า เมืองพัทลุง .... เป็นเมืองเก่าแก่ แหล่งวัฒนธรรมโบราณ จริงๆๆ ค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
เรียนท่านอาจารย์ขจิต เครือิข่าย สภาองค์กรชุมชน ลงมติกันแล้วว่า ตอ้งให้เกิดการเรียนรู้ในชุมชน
จะได้นัดถกกันทุกเครือข่ายในวันที่24 มิย.นี้
เรียนอาจารย์ แผ่นดิน
ประวัติศาสตร์ชุมชน เรื่องราวชาวบ้านที่นักประวัติศาสตร์ไม่ได้บันทึก
ยังมีเรื่องเล่าที่ตกหล่นอยู่มากมาย
เยาวชนคนพื้นที่น่าจะมีโอกาสเรียนรู้ชุมชนคนสร้างบ้านแปลงเมืองของชุมชน
ปรากฎการทองจึงชวนคุยกันในสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้เรื่องทองนำสู่การศึกษาเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ชุมชน