เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา ได้ไปร่วมเวที เสวนา "ทองคำพัทลุง ประวัติศาสตร์และคุณค่า
ของรัฐชาติ สังคม ท้องถิ่น และชุมชน" โดยที่เข้าร่วมเวที ในฐานะผู้สนใจ เพราะตั้งแต่เดือน พฤษภาคม
ที่ผ่านมา มีการขุดพบทองคำโบราณ ที่อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง แต่ยังไม่มีโอกาสแวะไปดู
การขุดทอง เมื่อมีการจัดเสวนา ที่วัด ตะเขียนบางแก้ว จึงไม่พลาด ไปฟัง นักวิชาการ ถกเรื่อง
ประวัติศาสตร์ทองคำพัทลุง ที่ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เป็นเจ้าภาพ ชวนคนมาคุย
มีวิทยากรที่ร่วมสนทนา หลายท่าน ทั้งนายก อบต เจ้าของท้องที่ นายก อบจ. มีนักวิชาการ
ที่คุ้นชินหลายท่าน
ดำเนินการเสวนาพูดคุย โดย
นาย บัญชร วิเชียรศรี นักจัดรายการสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
นาย บุญเลิศ จันทระ จากสถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ
เริ่มวงเสวนาโดยเจ้าของสถานที่ นายนิพันธ์ เมืองสง นายก อบต.เจ้าของพื้นที่ บอกว่า รู้ข่าว
การขุดพบทองเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม แต่ไม่ได้เชื่อ จึงไม่สนใจ ต่อเมื่อนายอำเภอโทรมาถามข่าว
จึงได้ ไปดูที่ขุดทองพร้อมกับนายอำเภอ วันนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ทอง เอามาให้ดู เป็นทองแผ่นน้ำ
หนัก ประมาณ 9 กรัม มีคน เข้ามาดูเข้ามาขุดทอง เป็นหมื่อนๆคน ครั้งที่ 2 ก็ลงไปดูกับผู้ว่าฯ
ไปอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้ากรมศิลป
พิธีกร ถามคำถามแรกใรวง ว่า ทองมาจากไหน
ท่านคิดอย่างไร
อาจารย์ สมพร สุวรรณเรืองศรี ซึ่งขับเคลื่อน เรื่องลุ่มน้ำทะเลสาบมาอยางยาวนาน ก็ลุกขึ้น
ฟันธง ว่า "ทองคำที่ขุดพบ น่าจะมีอายุ ประมาณ 800 ปี ในสมัยที่ ตันมะลิง หรือตาพรลิง
เรืองอำนาจ มีการปกครองแบบนักษัตร
โดยการสัณนิษฐาน จากประวัติพระบรมธาตุ
ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัด: พระบรมธาตุมีรัศมีล้อมรอบด้วย 12 นักษัตรโดย ในสมัยเจ้าจันทรภาณุทรง
มีพระปรีชาสามารถขยายอาณาเขตได้ครอบคลุมเมืองบริวาร ทั้งหลาย เมืองบริวารทั้งหมดต้องส่งเครื่อง
ราชบรรณาการแก่เจ้าผู้ครองเมืองนครศรี ธรรมราช บรรดาเมืองบริวารทั้ง 12 เมืองได้แก่
1. เมืองสายบุรี ใช้ตราหนู เมืองสายบุรีเป็นเมืองเก่าบนฝั่งแม่น้ำสายบุรี ประกอบด้วยชุมชนเกษตรกรรม
บนพื้นราบริมทะเลหลายแห่ง จัดเป็นหัวเมืองที่ 1 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราหนู (ชวด)
เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดปัตตานี
2. เมืองปัตตานี ใช้ตราวัว เมืองตานีเคยเป็นเมืองท่าสำคัญในภาคใต้ฝั่งตะวันออกซึ่งรู้จักในหมู่พ่อค้า
ต่างชาติช่วงพุทธศตวรรษที่ 10-18 ในชื่อ "ลังกาสุกะ" จัดเป็นหัวเมืองที่ 2 ในทำเนียบเมืองสิบสอง
นักษัตร ถือตราวัว (ฉลู) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดปัตตานี
3. เมืองกลันตัน ใช้ตราเสือ เมืองกลันตันเป็นชุมชนเก่าแก่ทางตะวันออกของคาบสมุทรมลายู แต่เดิม
ประชาชนนับถือศาสนาพุทธและฮินดู ในราวพุทธศตวรรษที่ 21 จึงเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัด
เป็นหัวเมืองที่ 3 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราเสือ (ขาล) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะ
เป็นรัฐหนึ่งของประเทศมาเลเซีย
4. เมืองปะหัง ใช้ตรากระต่าย เมืองปะหังเป็นชุมชนทางตอนล่างของแหลมมลายู ติดกับไทรบุรีหรือเก
ดะห์ จัดเป็นหัวเมืองที่ 4 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรากระต่าย (เถาะ) เป็นตราประจำเมือง
ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย
5. เมืองไทรบุรี ใช้ตรางูใหญ่ เมืองไทรบุรีเป็นชุมชนเก่าทางฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและบึงตม เดิมประชาชนนับถือพุทธศาสนา ล่วงถึงพุทธศตวรรษที่ 20 จึง
เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม จัดเป็นหัวเมืองที่ 5 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตรางูใหญ่
(มะโรง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ชื่อว่า "เกดะห์"
6. เมืองพัทลุง ใช้ตรางูเล็ก เมืองพัทลุงเป็นชุมชนเก่าแก่แต่ครั้งพุทธศตวรรษที่ 11-13 ได้รับอิทธพล
ทางพุทธศาสนาจากนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่องทุกยุคสมัย จัดเป็นหัวเมืองที่ 6 ในทำเนียบสิบสอง
นักษัตร ถือตรางูเล็ก (มะเส็ง) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดพัทลุง
7. เมืองตรัง ใช้ตราม้า เมืองตรังเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลตะวันตก ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่ควนธานี ต่อมาได้
ย้ายไปที่กันตังและทับเที่ยงตามลำดับ จัดเป็นหัวเมืองที่ 7 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราม้า
(มะเมีย) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดตรัง
8. เมืองชุมพร ใช้ตราแพะ เมืองชุมพรเป็นชุมชนเกษตรและท่าเรือบนคาบสมุทรขนาดเล็ก มีประชากรไม่
มากนักเนื่องจากดินฟ้าอากาศไม่อำนวยให้ทำมาหากิน จัดเป็นหัวเมืองที่ 8 ในทำเนียบเมืองสิบสอง
นักษัตร ถือตราแพะ (มะแม) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคือจังหวัดชุมพร
9. เมืองบันทายสมอ ใช้ตราลิง เมืองบันทายสมอสันนิษฐานว่าเป็นเมืองไชยา ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่มาแต่
พุทธศตวรรษที่ ๑๐ เป็นอย่างน้อย มีร่องรอยความเจริญทางเศรษฐกิจและศาสนาพุทธนิกายหินยานและ
มหายาน รวมทั้งศาสนาฮินดูนิกายไวษณพและนิกายไศวะจำนวนมาก จัดเป็นหัวเมืองที่ 9 ในทำเนียบ
เมืองสิบสองนักษัตร ถือตราลิง (วอก) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัด
สุราษฎร์ธานี
10. เมืองสะอุเลา ใช้ตรา ไก่ เมืองสะอุเลาสันนิษฐานว่าเป็นเมืองท่าทองอุแทหรือกาญจนดิษฐ์ ซึ่งอยู่
บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าทอง และลุ่มคลองกะแดะ เคยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวงชั้นเอกและเป็นแหล่ง
เพาะปลูกสำคัญของนครศรี ธรรมราช จัดเป็นหัวเมืองที่ 10 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราไก่
(ระกา) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
11. เมืองตะกั่วป่า ใช้ตราสุนัข เมืองตะกั่วป่าเคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางฝั่งทะเลตะวันตก เป็นแหล่งผลิต
ดีบุกและเครื่องเทศมาแต่โบราณ จัดเป็นหัวเมืองที่ 11 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุนัข
(จอ) เป็นตราประจำเมือง ปัจจุบันคืออำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
12. เมืองกระบุรี ใช้ตราหมู เมืองกระบุรีเป็นชุมชนเล็ก ๆ บนฝั่งแม่น้ำกระบุรี ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า
และภูเขาสลับซับซ้อน จัดเป็นหัวเมืองที่ 12 ในทำเนียบเมืองสิบสองนักษัตร ถือตราสุกร (กุน) เป็นตรา
ประจำเมือง ปัจจุบันมีฐานะเป็นอำเภอในจังหวัดระนอง
ซึ่งอาจารย์ สมพร ซึ่งในการสร้างพระธาตุจะมีเมืองนักษัตรา มาเป็นเจ้าภาพในแต่ละปี ทองที่พบนี้
ก็สันนิษฐานตามกล่าวอ้าง ได้ยกเรื่อง เจ้าพระยาไทรบุรี มาตั้งค่าย ที่ ตำบลดอนประดู่ ซึ่งปัจจุบัน
ชาวบ้านเรียก
ขานสถานที่นี้ ว่า"เปลวญาไทร" หมายถึง พระยาไทรบุรี นี้เพียงความเห็นแรก ก็ยก หลักฐาน ภูมิบ้าน
นามเมืองมากล่าวอ้าง ยืนยันข้อสัณนิษฐาน ให้พิจารณากัน อย่างน่าสนใจติดตาม หาข้อมูลเพิ่มมา
ประกอบการพิจารณา
ตอนที่ สองโปรดติดตาม ความเห็น ของอาจารย์ ชัยวุฒิ พิยะกุล นักวิชาการ จากสถาบันทักษิณคดี
ศึกษา มาให้ความเห็น ในตอนต่อไป...
เป็นการชุมนุมเจ้ายุทธจักร ด้านประวัติศาตร์
เป็นทองที่เมือง ๑๒ เมืองส่งเป็นบรรณาการแก่เจ้าจันทรภาณุ เจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช ถูกมั๊ยคะ
...น่าสนใจมากนะคะ ...รอติดตามอ่านตอนที่สองค่ะ
น่าสนใจม่ากค่ะ
ตอนมีข่าวใหม่
ว่าจะถามบังเหมือนกัน
บางกระแสบอกว่ามาสร้างวัดที่พัทลุงเอง
รออ่านต่อครับ ขอบคุณครับ
-สวัสดีครับ
-ได้ติดตามข่าวเรื่องการขุดทองเมืองใต้ตั้งแต่แรก..
-รู้สึกทึ่ง...ในสมบัติของชาติ...
-มีข่าวออกมาอยู่เรื่อย ๆ
-รอติดตามอ่านบันทึกต่อไปครับ..
-ขอบคุณครับ
ยินดีครับอาจารย์ Nui
แต่วันนี้มีงานด่วนมาแทรกแล้ว นั้น คือ การจัดสวัสดิการสังคม หลังเข้าสู่อาเชี่ยน
มีประเด็นที่น่าติดตามหลายเรื่อง
เรียน ดร.พจนา คาดว่าจะลงบันทึกความเห็นของนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ ให้ครบทุกท่าน ตามที่จดบันทึกได้
ขอบคุณครับ ครูตูม มีอีกหลายตอน โปรดติดตามครับ
เรียนท่านอาจารย์ ขจิต
ในวงประวัติศทสตร์ท้องถิ่น ถกกันหลากหลาย ย้อนไปเป็นพันๆปี
เรื่องทองที่พบ หลายคนไม่อาจระบุชัด
ต้องรอพิสูจน์ อายุทอง จึงจะรู้ครับ
ยินดีครับคุณเพชร ฟังนักวิชาการ และชาวบ้านก็ได้ข้อมาเพียบ จะนำมาเล่าต่อ
สวัสดีจ้ะลุงวอ กลับมาอ่านบันทึกของลุงวอแล้วจ้าาา
ขอบคุณน้องมะเดื่อ ที่มาตามดูเรื่องทองพัทลุง