โลกนี้มีแต่คน(ชอบ)พูด แต่ไม่ค่อยมีคน(ชอบ)ฟัง

เมื่อเช้าเปิด Line มา ก็ได้อ่านเรื่องราวของนักเรียนแพทย์ลูกสาว ที่เล่าให้ฟังถึงเรื่อง “หมอสูติคุยกับคุณแม่ที่แท้งบุตร”

ลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกแผนกสูติกรรม มีเคสคุณแม่แท้งลูกเคสหนึ่ง ระหว่างการสนทนาหมอและคนไข้ มีประโยคหนึ่งที่หมอพูดแล้วลูกสาวรู้สึกว่าเป็นประโยคที่แปลกมาก และไม่น่าจะเป็นประโยคที่หมอควรพูดออกไป

หมอพูดกับคุณแม่ที่อายุ 28 ปี ซึ่งเพิ่งแท้งลูกไปว่า “ไม่เป็นไรนะ คุณยังเด็กอยู่ ยังพยายามมีลูกได้อีกนะ”

ความรู้สึกของลูกสาวออกมาในทันที “เฮ้ย! เค้าเพิ่งเสียลูกไปคนนึงนะ” ลูกสาวเล่าเปรียบเปรยต่อไปว่า ถ้าในงานศพมีคนมาพูดกับภรรยาว่า “ไม่เป็นไรนะ คุณยังเด็กอยู่ ยังหาสามีได้ใหม่ ยังแต่งงานได้ใหม่นะ...” (แล้วมันจะเป็นยังไง)

ผมตอบลูกไปว่า สิ่งที่ลูกคิดที่รู้สึกนั้นถูกต้องแล้ว เรา(หมอ)มักจะเผลอคิดเอาเองตามความรู้สึกของเรา โดยไม่สัมผัสถึงความรู้สึกภายในที่แท้จริงของเขา(คนไข้)

เราอยู่ในโลกที่มีแต่การพูด แล้วก็หลงว่าคิดว่าดี เรายังขาดการตั้งใจฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep listening) คือฟังราวกับว่าเราได้เข้าไปนั่งอยู่กลางใจของเขา เพียงแค่สัมผัสและมองตา ก็เป็นภาษาพูดที่ทรงพลังแล้วจ้ะลูกรัก

เพื่อนๆครับ การละเอียดอ่อนกับคนที่อยู่ตรงหน้า รับฟังเรื่องราวสังเกตุทุกอย่างที่ปรากฎขึ้น แล้วส่งพลังใจที่แท้จริงจากใจของเราออกไปณขณะนั้น เขาจะสัมผัสได้โดยเราแทบไม่ต้องพูดออกมาเลย และนี่คือพลังแห่งการเยียวยาที่ดีที่สุดเลยครับ