Nowhere Like Norway - ไม่มีที่ไหนเหมือนนอร์เวย์ ตอนที่ 9

beyondKM
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

          บินจาก Tromso มา Bergen ด้วยสายการบิน Wideroe ซึ่งฟังชื่อแล้วไม่คุ้นหูเลย แต่ได้ทราบภายหลังว่าเป็นบริษัทลูกของ SAS เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่องใบพัด (ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่ผมบินไปตราดและหลวงพระบาง เพราะบางกอกแอร์เวย์สานนั้นก็เป็นเครื่องใบพัดเหมือนกัน) ใช้เวลาบินตั้งสองชั่วโมงครึ่ง นานพอดู เครื่อง Landing เวลา 16.25 น. อุณหภูมิที่ Bergen 15 องศาซี แต่ที่เริ่มเป็นกังวลก็ตรงที่ฝนตกพรำๆ ตลอดเวลา หลายท่านอาจจะไม่รู้ว่าฉายาของเมือง Bergen นอกจากจะได้ชื่อว่า The Gateway to the Fjord of Norway หรือประตูสู่ฟยอร์ดของนอร์เวย์แล้ว อีกชื่อหนึ่งของเมืองนี้ก็คือ City of Rain in Norway ตามที่ฟังมาเห็นบอกว่าในปีหนึ่งๆ จำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ยแล้ว 248 วันต่อปี

          นั่ง Shuttle Bus จากสนามบินเข้าเมืองตกคนละ 90 NOK ลืมบอกไปว่าถ้าใครมีบัตรนักศึกษาหรือว่าเป็นผู้สูงอายุจะได้ลดราคาเหลือ 70 NOK จะพักอยู่ที่เมืองนี้สองคืน จองที่พักไว้ที่ Basic Hotel Marken เลือกเพราะเห็นว่าอยู่ในทำเลที่ดี ใกล้สถานีรถไฟ Central Station เป็นโรงแรมสไตล์ง่ายๆ ห้องพักที่จองไว้เป็นห้องสำหรับนอน 4 คนไว้ มีเตียงควีนไซด์และ Bunk Bed อย่างละหนึ่งเตียง ห้องไม่ใหญ่เหมือนที่ผ่านมา แต่ว่าวิวที่มองออกไปก็สวยดี เพราะอยู่ชั้นสี่ อาคารที่อยู่นี้มีสองส่วนคือส่วนที่เป็นโรงแรมกับเป็น Guest House แต่ใช้ทางเข้าและเคาน์เตอร์ Reception ร่วมกัน ห้องในส่วนของ Guest House เข้าใจว่าไม่มีห้องน้ำในห้อง จะต้องออกมาใช้ห้องน้ำรวม แต่ห้องของโรงแรมมีห้องน้ำให้ในห้อง แต่ถ้าต้องการจะใช้ครัวทำอาหารก็มาใช้ในส่วนของ Guest House ได้ ค่าห้องพัก (ห้อง 4 คน) ตกคืนละ 1,600 NOK หรือประมาณ 9,000 บาท (นี่ขนาด Basic นะ) 

          หลังจากเก็บข้าวของเข้าห้องพักเป็นที่เรียบร้อยก็เข้าไปเดินเล่นในเมืองกัน ตอนแรกฝนก็ตกปรอยๆ แต่พอยิ่งตกเย็นท้องฟ้าก็สว่างขึ้น จนในที่สุดก็ได้เห็นแสงอาทิตย์ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดแต่อย่างใด เปิดโอกาสให้ได้ถ่ายรูปถ่ายมาแชร์กัน

        ตอนเย็นแวะทานอาหารร้านที่ทางโรงแรมแนะนำ ชื่อร้าน Zupperia อยู่ตรงข้ามตลาดปลา (Fish Market) หรือที่คนที่นี่เรียกว่า Torget สั่งอาหารสี่คนสี่อย่าง (ตั้งใจจะมาแชร์กัน) จำไม่ได้เหมือนกันว่าชื่ออาหารอะไร แต่ของผมออกมาคล้ายๆ ผัดไทย ส่วนของภรรยาก็ออกมาคล้ายๆ กัน มีเส้นหมี่กรอบโรยหน้า ของลูกชายคนหนึ่งสั่งสเต็กอีกคนหนึ่งสั่งปลาแซลมอน แต่ที่อร่อยที่สุดกลับกลายเป็นซุปกวางเรนเดียร์ (ไม่รู้ว่าเป็นญาติกับรูดอร์ฟกวางเรนเดียร์ของซานตาคลอสหรือเปล่า)

รูปป้ายหน้าร้านแนะนำเมนูผัดไทย (โปรดสังเกตราคา)   รูปทางขวาเมนูซุปเป็นรายการต้มข่าไก่ (158 krone ประมาณ 900 บาท)

                                                                                                                รูปซุปทางขวานี่แหละซุปกวางเรนเดียร์

        วันต่อมา (22 พค.) ปรากฎว่าฝนตกแต่เช้าและรู้สึกว่าจะตกหนักกว่าเมื่อวานซะอีก วันนี้ต้องแต่งตัวรับฝนกันเต็มที่ จุดแรกที่ไปเดินเที่ยวเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับทหารและการสู้รบ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ Bergenhus Fortress ซึ่งก็คือปราสาทและกำแพงเมืองโบราณบริเวณปากอ่าว ตัวกำแพงเป็นหินที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี คศ. 1240 

        หลังจากนั้นก็เดินไปจุดที่เป็นไฮไลท์สำคัญ นั่นก็คือ Bryggen ท่าเรือเก่าของเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าในยุโปเหนือมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 จนถึงกลางศตวรรษที่ 16 ในอดีตเคยเกิดเพลิงไหม้เผาทำลายบ้านไม้มาแล้วหลายครั้ง แต่โครงสร้างหลักยังคงสภาพดีอยู่ บ้านไม้เหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Beyond "KM"



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

สวยงามน่ามาเที่ยวค่ะ

โอ้ อาหารไทยแพงสุดๆ ไปเลยค่ะ

เขียนเมื่อ 

...บ้านไม้คล้ายๆกับหมู่บ้านชาวประมง "เป๊กกี้ โคฟ" (Peggy's Cove) ที่เมืองแฮลิแฟกซ์ (Halifax) Nova Scotia, CA นะคะ...ชอบมากค่ะบ้านไม้มรดกโลกยูเนสโก...บรรยากาศฝนตกน่าสนุกนะคะ...