ครองตัวเป็นโสด ก็ทำแบบนี้ แต่งงานมีครอบครัว ก็สอนภรรยาและลูกให้ทำ แต่ไม่ต้องเข้มงวดมากนัก จะกลายเป็นเรื่องเครียด ขอเพียงคนในครอบครัว ระมัดระวังด้วย ชีวิตคนเราไม่แน่นอน จึงไม่ควรประมาทในการใช้จ่ายเงิน...ทีนับวันจะหายาก

ผมตัดสินใจว่าต้องบันทึกไว้ ในพื้นที่แห่งนี้ จะได้เป็นประวัติศาสตร์ชีวิต หรือตำนานแห่งความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่ง ประสบพบเจอ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องทุกข์โศกเสียทีเดียว ดูจะเป็นความสุขเเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงิน จึงต้องขอใช้คำว่า..สาหัส

ผมจัดทำบัญชีครัวเรือนทุกเดือน..ใช้จ่ายอะไรไปบ้าง รายรับเท่าไหร่ ต้องจ่ายอย่างไร จึงจะไม่ติดลบ ทำเช่นนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ จนถึงทุกวันนี้..พูดได้เลยว่า ไม่เห็นจะรวยกับเขาสักที แต่ไม่เป็นหนี้ใดๆ เงินที่เหลือน้อยนิดในแต่ละเดือน สะสมไว้ในบัญชีมากบ้างน้อยอย่างต่อเนื่อง

เงินเดือนจะถูกหักประกันชีวิตมากหน่อย โชคดีที่ไม่สนใจ กบข.มาแต่แรก เลยไม่ได้เป็นสมาชิก และไม่เคยสมัครสหกรณ์ เก็บและบริหารเงินเอง จึงไม่ต้องกังวลกับการกู้หรือค้ำประกันใคร และต้องระวังในการใช้จ่ายเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่มีสถาบันการเงินใดที่จะมาช่วยเรา ต้องทำตัวเป็นมนุษย์เงินเดือน ให้เงินชนเดือนให้จงได้

ครองตัวเป็นโสด ก็ทำแบบนี้ แต่งงานมีครอบครัว ก็สอนภรรยาและลูกให้ทำ แต่ไม่ต้องเข้มงวดมากนัก จะกลายเป็นเรื่องเครียด ขอเพียงคนในครอบครัว ระมัดระวังด้วย ชีวิตคนเราไม่แน่นอน จึงไม่ควรประมาทในการใช้จ่ายเงิน...ทีนับวันจะหายาก

ลูกอยู่ในวัยเรียนสองคน ที่ผ่านมาก็เบิกจ่ายกับผมตามปกติ ทั้งเงินสดและโอนเข้าบัญชีตามความต้องการจำเป็นในแต่ละเดือน คนเล็กก็เกือบห้าพันบาทต่อเดือน คนโตเป็นหมื่นเนื่องจากต้องจ่ายค่าหอพักด้วย ซึ่งผมก็รับได้ และเตือนลูกเสมอว่าอย่าฟุ่มเฟือย

ทุกเดือนที่ผ่านมาดูปกติ..ไม่มีเหตุการณ์ที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อให้ตื่นเต้น แต่เดือนพฤษภา...มาแปลก ผมต้องจ่ายเงินออกจากกระเป๋าเพื่อลูก ณ ขณะนี้เกือบสองแสนบาทแล้ว...แม่เจ้า

ผมจึงต้องบันทึกความทรงจำเอาไว้กันลืม ใช่ว่าจะเสียดาย แต่จ่ายไปได้อย่างไร เอาที่ไหนมาจ่ายก็พอรู้ คือเบิกจากบัญชีที่เก็บไว้อย่างทะนุถนอม ยอมเพื่อลูกเดือนนี้เดือนเดียว ดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน

เพราะลูกคนโตไม่สะดวกที่จะใช้รถยนต์ฮุนได อายุ ๒๐ ปีเสียแล้ว ไปเป็นครู ที่ต้องขึ้นเขาลงห้วย หนทางไกลจำเป็นต้องใช้รถใหม่ ผมดาวน์ให้ แสนสอง พร้อมบ้านเช่าจ่ายก่อนสี่พันบาท อีกทั้งเดินทางเข้ากรุงเทพหลายครั้งเพื่อสอบและรายงานตัวเรียน ป.โท ที่กรุงเทพฯ...ซึ่งก็ต้องมีการ.....จ่ายกับจ่าย

คนเล็ก...ที่เรียน ม.๖ เคยอยู่กับพี่ พอพีจบแล้ว ก็ขอย้ายหอมาอยู่ที่ราคาถูกกว่า แต่ไกลกว่าเดิมก็ยอมทน แต่ต้องจ่ายค่าหอล่วงหน้า เจ็ดพันบาท  การไปเรียนต้องนั่งรถเมล์สองต่อ แม่เกรงว่าจะลำบาก ก็เลยให้ไปทำใบขับขี่และซื้อมอร์เตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดให้ ในราคากว่า ห้าหมื่นห้านิดๆ ...แต่ผมจะเป็นลม

ครับ..ยังไม่รวมโน่น นี่่ นั่น จิปาถะของลูกคนโต ที่จะไปบรรจุเข้ารับราชการครู ซึ่งต้องมีชุดใหม่ เครื่องหมายประดับตำแหน่งและอุปกรณ์สำหรับที่อยู่อาศัย อะไรๆ ก็มารวมกันอยู่ในเดือนนี้

เดือนพฤษภา...จึงแสนสาหัส...เฝ้าภาวนา ขอให้เริ่มต้นสวยงาม และผ่านไปได้ด้วยดีด้วยเถิด

 

                                                                                                             ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                                                                ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗