ฮักนะเชียงยืน 32


ลองขึ้นไปบนยอดเขา เเล้วเราจะรู้ว่า บนเนินเขานั้นมันมีทุ่งหญ้าที่เขียวขจี หรือไม่มีอะไรอยู่เลย ... "ลองทำดู"

เรียนรู้ครึ่งโครงการ ปีสอง

        รอยยิ้มที่ค่อยเป็นค่อยไป รอยยิ้มที่มีเพียงเรา ยิ้มด้วยใจ ในเส้นทางของการพยายามที่จะนำพ่อเเม่ เเลชาวบ้านให้มาลดการใช้สารเคมีที่ใช้ในการเกษตรให้มากที่สุด เเต่เส้นทางมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น ในปีเเรกเป็นรุ่นบุกเบิกเทียบเคียงได้เพียงการทำความรู้จัก ให้รู้ก่อนเพียงเท่านั้น ปีนี้หวังระเบิดออกจากภายในชุมชนด้วยคนในชุมชนเอง ปีสองนี้ของฮักนะเชียงยืนเดินเข้ามาถึงครึ่งทาง เมื่อวันที่ 30มีนาคม - 2 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา เดินทางไปกับน้องเเละครู ณ วีเทรน ดอนเมือง เเห่งเดิม ในครั้งนี้กิจกรรมของการเเรียนรู้ครึ่งโครงการ เป็นไปโดยมีการเรียนรู้จากเเหล่งเรียนรู้เรื่องดิน น้ำ ป่า เเละการจัดการขยะ 

        เรียนรู้สภาพปัญหาจากชุมชนต่างๆที่เขาลุกขึ้นมาจัดการชุมชนของตนเองด้วยตนเอง ชุมชนคลองลัดมะยม ที่มีลุงคนหนึ่งเห็นคลองบ้านในชุมชนของตนเองมีผักตบชวาปกคลุมเยอะมาก มีขยะอยู่ในคลอง น้ำเน่าเสีย จึงเริ่มที่จะลุกขึ้นมาเก็บเพียงคนเดียวที่หน้าบ้านของตนเอง เก็บมาเรื่อยๆ เเล้วมีคนเห็นคนจึงเริ่มเกรงใจ ไม่ค่อยทิ้งขยะลงในคลอง เเล้วก็มาช่วยกันเก็บขยะในคลองน้ำบ้านตนเอง เเล้วคลองก็สะอาดขึ้น พอคลองสะอาด ลุงเเกก็ชวนชาวบ้านมาสร้างตลาดน้ำขึ้น เเล้วจตลาดน้ำบังเกิดได้ในที่สุด

        มาเรียนรู้อีกชุมชน ชุมชนบางปู ที่เป็นระบบนิเวศป่าชายเลน ที่อยู่ปลายน้ำที่ได้รับผลกระทบใหญ่ คือ ขยะที่คนกลางน้ำเเละคนต้นน้ำทิ้งลงมา มาติดอยู่ป่าชายเลนซึ่งเป็นกำเเพงธรรมชาติอยู่เเล้ว ที่เป็นที่ดักจับขยะจากลำน้ำให้อยู่ในรากของต้นเเสมเเลต้นไม้ต่างๆ จนเกิดเป็นปัญหา เเต่ภายใต้ปัญหาก็มีข้อดี คือ ขยะจะได้ไม่ไหลลงทะเล มากจนเกินไป เพราะมีปลาหลายตัวที่กินเข้าไปเเล้วตายในที่สุด นอกจากปัญหาขยะในบางปูเเล้วที่อาจถือเป็นปัญหา หรือไม่เป็นปัญหา เเล้วยังมีการจัดการป่าชายเลนที่เป็นการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ  คือการรักษาพื้นที่เพื่อไม่ให้มีป่าชายเลนมากเกินไป เพราะนกนางนวลอพยพจะได้มีที่ลง จากที่บินมาไกล เเละยังมีนกอื่นๆ สัตว์อื่นๆอีกมาก นอกจากน้ำจะพาขยะมาเเล้วยังพาเเร่ธาตุมาด้วย ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก 

        จากเเหล่งเรียนรู้ ที่ต่างๆสื่อให้เราเห็นถึงว่า ดิน น้ำ เเละป่า นั้นมัความสัมพันธ์กัน เมื่อระบบนิเวศหนึ่งเสื่อมโทรม ย่อมส่งผลให้ระบบนิเวศอื่นเสื่อมโทรมมาไปด้วย ทุกสิ่งมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน กิจกรรมที่เรียกว่าเกมธรรมชาติ เป็นเกมที่สามารถนำไปปรับใช้กับบริบทของเเต่ละพื้นที่ที่เป็นป่าได้ดี 

จากการระดมสมองในการ AAR ของพี่เลี้ยงที่มีเทคคนิค ในการชงต่างๆกัน 

จากการ AAR ของ AAR ของพี่เลี้ยงเเต่ละโครงการ ทำให้เห็นถึงการชงของพี่เลี้ยงเเต่ละคนในอีกมุมหนึ่ง 

        การให้ลงทำจริงเเละการเรียนรู้จากความพลาด เป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นมาตรฐานสำคัญที่พี่เลี้ยงทุกๆคนได้ทำ โดยให้เด็กได้เรียนรู้เอง เเล้วเขาจะมองภาพออกว่ามันเป็นอย่างไร ให้เด็กๆได้ลงทำทำเองเเล้วเขาจะรู้ว่าความพลาดเป็นอย่างไร เเล้วต่อยอดต่อไปในศักยภาพของตนเอง โดยพี่เลี้ยงคอย AAR เพื่อต่อยอดเเล้วทบทวนตนเอง หรือเขาอาจทบทวนตนเอง

        การดูงานให้ให้ชมของจริง ว่าเป็นอย่างไร หรือศึกษาดูงานเพิ่มเติมเพื่อเรียนรู้อีกมุมหนึ่งของการจัดการปัญปัญหา หรือได้เเรงบันดาลใจ ถือว่าเป็นการเรียนรู้เเละเป็นการสร้างเเรงบันดาลใจไปได้ในอีกมุมหนึ่ง

        การใชิปิยจาวาพูดกับเขาดีดี ทำให้เขามีเเรงบันดาลใจมากยิ่งขึ้น ค่อยๆพูด พูดอย่างเย็นๆ ในขณะที่กำลังร้อนๆ พูดเชิงให้กำลังใจ ให้ความเชื่อมั่นในตนเองว่า "เธอทำได้" เป็นต้น

        การสร้างความเชื่อมั่น อันนี้ถือว่าสร้างยากพอสมควร คนที่เป็นพี่เลี้ยงต้องทำให้เห็น ต้องทำการบ้านตนเองอย่างยิ่ง พร้อมทั้งต้องเป็นคนที่สร้างให้ผู้คนนับถือตนเองได้ หรือมีลำดับขั้นทางอายุหรือทางประสบการณ์ความสามารถ หรือทางภูมิรู้ ของตนเอง ซึ่งข้อนี้ทำให้เด็กมีความมั่นใจยิ่งขึ้นในพลังของกลุ่ม

        การมีคำถามกระตุ้นความคิด อันนี้ถือเป็นหัวใจของ "โคช" ที่มีคำถามชวนให้เขาคิดในเรื่องของงานตนเองหรืองานอื่นๆในเรื่องส่วนตัวของตนเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งคำถามนั้นเเล้วเเต่บริบท การที่เราจะถามว่า รู้สึกอย่างไร ประทับใจอะไร ได้เรียนรู้อะไร จะต่อยอดอย่างไร บางครั้งมันก็อาจใช้ไม่ได้กับหลายๆคน หลายๆบริบท พี่เลี้ยงต้องประดิษฐิ์คำถามเองในหลายๆครั้ง 

        การได้รับรางวัลหรือได้ผลงานในเชิงประจักษ์ หมายถึง การที่เขาได้เป็นเจ้าของโปรเจคของตนเอง ที่เป็นผลงานที่เขาจะภูมิใจออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน เเล้วการให้เเรงบันดาลใจเขาในด้านของรางวัล เช่น เกียรติบัตร  ทุนการศึกษา ตุ๊กตา หรือรางวัลเล็กๆน้อยๆ จะทำให้รู้สึกถึงความภูมิใจจากความสำเร็จเล็กๆที่ได้รับรางวัล ส่งผลไปถึงครอบครัวให้เข้าใจลูกมากยิ่งขึ้นด้วย 

        ความใจเย็นๆเเละคอยอยู่กับเขา อันนี้อยู่ในลักษณะของความเป็นเพื่อนร่วมงานกับเขาด้วย ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตนเองอยู่โดดเดี่ยว เเต่ตนเองมีเพื่อนอยู่ซึ่ง คือ พี่เลี้ยง อยู่กับเขาในยามที่เขาไม่สบายใจ คอยปลอบเขาในยามที่เขาเสียใจ คอยให้กำลังใจเขาในยามที่เขารู้สึกว่าท้อเเท้ 

        ความอดทนเเละความเชื่อใจ เป็นสิ่งสำคัญ อันนี้พี่เลี้ยงทุกๆคนมีอยู่เเล้ว  ความอดทนนั้นเมื่อเราอยู่กับเด้กเราต้องยิ่งอดทนรอเพื่อการเติบโตของเขา ไม่บอกคำตอบเเต่จะคอยเฝ้าดูเขา รวมทั้งสิ่งที่เขาทำนั้นที่เป็นงาน การเชื่อมั่นในตัวเขาเป็นสิ่งที่สำคัญ บางครั้งก็ต้องยอมเสียหน้าเพื่อพัฒนาคน  เพราะเราเชื่อใจเขาว่าเราทุกๆคนย่อมมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอยู่เเล้วจากการสั่งสม

        การทำเป็นตัวอย่าง เป็นอีกมุมหนึ่งที่เหมาะสมกับ เด็กที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเลย การทำเป็นตัวอย่างให้ดูก่อนจะทำให้เขามองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนว่าทำอย่างไร  เพราะในบางครั้งบางที เด็กทำไม่เป็น เราก็ต้องให้เขาเห็นด้วยตัวอย่างจากเราทำให้เขาดู

        ครบทุกรสชาติ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องคอยรักษาระดับของความคิดของเด็ก ที่มีการให้กำลังใจบ้าง พูดคุยกันบ้าง  เปิดใจปรับความเข้าใจกันบ้าง สิ่งที่ไม่ดีอาจบอกเขาให้เขารู้ตัวบ้าง  อาจเป็นกระจกส่องกับความพลาดของเขาบ้าง มีทั้งเเง่บวกเเละลบ เพราะถ้ายอเขาเกินไปเขาจะเห็นเพียงด้านเดียวในตัวตนของเขา ต้องรักษาระดับของรสชาติในความรู้สึกต่างๆ

        การเปิดโอกาสให้เสมอ ข้อนี้สำคัญ ที่จะทำให้เขาได้มีความส่วนร่วมมากที่สุด เปิดโอกาสโดยให้ทุกๆคนได้พูดคุยกัน เปิดโอกาสให้เขาลงมือทำเองโดยที่เราไม่ได้ไปตีกรอบให้เขามากเกินไป เปิดโอกาสให้เเต่ละคนได้มีบทบาทขึ้นมาเป็นผู้นำได้เหมือนกัน ฯ 

        เทคนิคนี้ก่อมาจากประสบการณ์ของพี่เลี้ยงเเต่ละคน บางอย่างใช้ได้เเละใช้ไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับบริบท เเละจังหวะของความรู้สึกของเด็กๆ

        ในครั้งนี้ได้ทบทวนเป้าหมายของตนเองอีกครั้ง เพราะที่ได้เดินมา ในรุ่นที่2ของฮักนะเชียงยืนนี้ ตั้งเป้าไหมายไว้ คือ ผู้ปกครองกลุ่มเป้าหมายลดใช้สารเคมีลง เรายังไม่ได้ดำเนินงานในเป้าหมายหลักเลย เราวุ่นอยู่กับดำเนินงานในเป้าหมายรอง ทำงานตาม "ฉันทะ" ทำให้ความหย่อนคล้อยดึงงาน ให้ช้า มาในคราวนี้มาทบทวนเป้าหมาย ทีเเรกเกิดความท้อขึ้น ว่าจะเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เเต่ก็ได้กำลังใจจากพี่อ้อ ที่บอกว่า "เป้าหมายของตนเองนั้นเรายังทำไม่สุดเลย เเล้วเราจะเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ไปทำไม" สะท้อนมายังหัวใจของเราอีกครั้งในเป้าหมายเดิม ก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าเป้าหมายของเรานั้นเราทำไม่สำเร็จ ก็อย่าเปลี่ยนเป้าหมาย เเต่ให้เปลี่ยนวิธีการที่จะไปสู่เป้าหมาย ลองทำให้สุด ลองขึ้นไปบนยอดเขา เเล้วเราจะรู้ว่า บนเนินเขานั้นมันมีทุ่งหญ้าที่เขียวขจี หรือไม่มีอะไรอยู่เลย ... "ลองทำดู"

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 565843เขียนเมื่อ 10 เมษายน 2014 13:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 เมษายน 2014 16:20 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

เป็นแนวคิดที่ดีมากๆ....เป็นกำลังใจให้ค่ะ...

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี