ประสบการณ์ตรงของสว.นครศรีฯกับวิธีปฏิรูปการเมืองไทยที่ดีที่สุด

ผมเคยมีประสบการณ์ด้วยตนเอง 


และได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ผู้ลงเลือกตั้งคนแรกได้กระทำ 

ตอนใกล้เที่ยงของวันลงคะแนนเลือกตั้งสว.นครศรีธรรมราช 


วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ มีคนโทรศัพท์ถึงผมบอกว่าเป็นอพปร.ที่.............

จะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ขอค่า น้ำมันรถหน่อย 

ผมตอบไปว่า “ผมไม่ได้เตรียมเงินไว้เพื่อการนี้ 


การไปเลือกตั้งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ไปเลือกเบอร์ไหนก็ได้

 
จะเลือกผมหรือไม่ก็ได้” 

สุดท้ายเขาตอบมาว่า “แล้วจะได้ทราบผลคะแนนครับ” 



ที่ว่าสร้างประวัติศาสตร์คือมีผู้สมัครน้อยรายที่จะใจแข็ง 


ปฏิเสธไม่ให้เงิน แล้วบอกว่าไปลงให้เบอร์ไหนก็ได้ 


เพราะผมมีหลักคิดว่า 


ผมกำลังจะเข้าไปทำงานเหนื่อยเพื่อประเทศไทย 


ประชาชนต้องเป็นฝ่ายให้เงินผม มันจึงจะชอบธรรม 


ไม่ใช่มาขอเงินผม

“ผมจะเข้าไปเหนื่อยเพื่อคุณ คุณยังจะเอาเงินผมอีกหรือ” 


ประโยคนี้คิดอยู่ในใจแต่ไม่พูดออกมา



จะพยายามสอดแทรกแนวคิด”การเมืองของประชาชนที่ตื่นรู้” 



ประชาชนเป็นผู้ให้เงินสนับสนุนนักการเมือง

 
ถ้าประชาชนตื่นรู้เขาจะให้เงินแก่นักการเมือง

ที่จะเข้าไปช่วยทำให้บ้านเมืองดีขึ้น 

ช่วยกันเติมนักการเมืองที่ดีเข้าสู่การเมืองไทย 


สมมติว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช


ซึ่งมีประมาณหนึ่งล้านหนึ่งแสนกว่าคน 


บริจาคให้นักการเมืองดีคนละห้าบาท 

นักการเมืองดีคนนั้น 


จะมีเงินห้าล้านกว่าบาทไว้ทำกิจกรรมที่ดีกับทุกกลุ่มเป้าหมาย


แม้จะมีประชาชนที่ตื่นรู้เพียงครึ่งหนึ่งบริจาค 


ก็จะได้เงินถึง สองล้านห้าแสนกว่าบาท 

ประชาชนผู้ตื่นรู้ ควรเชิดชูวิสัยทัศน์ที่ว่า


เงินห้าบาทในมือคุณ ช่วยบ้านเมืองเถอะครับ” 

และด้วยแนวคิดแบบนี้จึงจะเปลี่ยนการเมืองไทยให้ดีขึ้นได้


ปัจจุบันนักการเมืองต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

 
จึงต้องเข้าไปเพื่อเอาเงินเป็นหลัก 


พัฒนาสังคมไทยจึงเป็นเรื่องรอง


แต่ถ้าประชาชนเป็นฝ่ายบริจาคเงินคนละห้าบาท

ช่ว ยนักการเมืองที่ดี

เขาจะเข้าไปพัฒนาประเทศไทยเป็นหลัก การหาเงินเป็นเรื่องรอง

 

จากเหตุการณ์ข้างบน

ผมอาจจะถูกมองว่า ขี้เหนียว

แน่นอนว่าคนตระหนี่ถี่เหนียวนั้นเป็นผู้นำไม่ได้

โดยปกติผมเป็นคนรักการให้

เช่นผมเคยให้ในสิ่งที่คนมีเงินมากอย่างทักษิณ ชินวัตร

อาจจะยังไม่เคยทำ

คือการบริจาคที่ดินส่วนตัวจำนวน ๙ ไร่

เพื่อสร้างเป็นวัดควนประ อำเภอบางขัน จ.นครศรีธรรมราช

ดังนั้นผมไม่ใช่คนตระหนี่ถี่เหนียวแน่นอน

แต่การฝึกให้เกิดประชาชนนิสัยเสียนั้น

ผมถือว่าเป็นบาปทางการเมืองของประเทศไทยประการหนึ่ง

การเลือกตั้งที่ดีต้องป้องปรามประชาชนนิสัยเสีย

และส่งเสริมยกย่องประชาชนผู้ตื่นรู้

”เงินเพียงห้าบาทในมือประชาชนผู้ตื่นรู้

สามารถเปลี่ยนการเมืองของประเทศไทยได้”

และนี่คือวิธีการปฏิรูปการเมืองไทยที่ดีที่สุด

แค่คุณเชื่อมั่นในนักการเมืองที่ดี แล้วยื่นเงินห้าบาทให้เขา

วันหน้าถ้าผมยื่นเงินห้าบาทให้นักการเมืองคนใด

ก็จะแทนคำพูดที่ว่า

"ผมฝากอนาคตประเทศไทย ไว้กับคุณด้วย"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชาการทางพระพุทธศาสนา



ความเห็น (2)

เรียนท่าน ดร. จุดยืน ในความคิดและการกระทำ สอดคล้อง "คนดีวิถีพุทธ"

สิ่งที่ทำ คำที่พูด สูตรที่คิด สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต ในวิธี

ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันในบ้านโกทูโนว์

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณพี่วอญ่ามากครับผม