ชีวิตลูกชาวนาคนพัทลุงอย่างผม ถูกสอน ถูกฝึกฝนให้รักผืนนา รู้คุณค่าของนาที่ทำกินที่มอบต่อจากรุ่นปู่  รุ่นย่า  สู่รุ่นพ่อแม่ ผ่านมารุ่นผมได้ทั้งนาได้ทั้งชีวิตที่เป็นชาวนาแต่เผอิญได้เรียนหนังสือนิดหน่อยและได้เป็นข้าราชการรับใช้ชาติในบทบาทที่กำหนดโดยสายวิชาชีพ  แต่ลึกๆของหัวใจ ยังรักนา รักการทำนา ในนามีทุกอย่างตั้งแต่ข้าว กุ้ง หอย ปู ปลา ผักริ้น  ต้นเอื้อง บัวบกบนคันนา ฯลฯ

                      วันนี้เวลานี้ทุ่งเจ้าพระยา ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจมอยู่ใต้ผืนน้ำ นาและข้าวเสียหายอย่างหนัก ความทุกข์ยากเข้ามาเยือนชาวนาอย่างแน่นอนที่สุด  นั่นเป็นผลกระทบโดยตรงแต่ผลกระทบที่น่าจะตามมาคือปีนี้ข้าวจะน้อยลงราคาข้าวในตลาดอาจจะสูงมากกว่าที่คิด คาดว่าจะมีคนเดือดร้อนจำนวนมากจากคำโบราณที่ว่าข้าวยากหมากแพง

                    และวันนี้ความเป็นจริงของผืนนาพัทลุงเราเองก็สูญเสียที่นาไปเป็นสวนยางพาราก็มาก เพราะยางพาราปีนี้ราคาดีมาก มียางแผ่นหนึ่งแผ่นเหมือนมีธนบัตร  100 บาท  มีเศษยางก้อนหนึ่งเหมือนมีธนบัตร  50  บาท ซื้อง่ายขายคล่องเงินสะพัดปลิวไปเป็นรถยนต์ป้ายแดง รถมอเตอไซด์ โทรศัพท์มือถือ และจิปาถะ ฯลฯ นาที่ไม่ปลูกยางพาราก็ปล่อยให้รกร้าง ข้าวที่กินกันอยู่ทุกวันก็ซื้อกันลูกเดียวเพราะเงินมันเยอะ   น้ำยางไหลหยดเต็มจอกเหมือนเหรียญบาทกลิ้งออกมาจากเนื้อไม้ พอตะวันรุ่งก็ไปเก็บแล้วก็จ่ายจนหมด วันไหนฝนตกก็จนเหมือนเดิม ไม่มีการออม ไม่มีการเก็บไว้เลย เรียกได้ว่าตำข้าสารกรอกหม้อกันจริงๆ

                      ผมยังยึดถือคำโบราณบ้าน  ต้องมีข้าว  ผักปลาย่อมหาได้เพราะทุกมื้อมีข้าวเป็นอาหารสำคัญ  อาหารหลัก จากแนวคิดอันนี้ผมได้เรียนรู้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มที่การทำนาเพื่อเรียนรู้เรื่องอื่นๆต่อยอดในความพอเพียง  ครอบครัว พ่อแม่ ลูก สี่ชีวิตทำนาในเนื้อที่แปดไร่โดยไม่กระทำ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ทราบครับ