เก็บตกวิทยากร (5) : ค้นหาความสุขในองค์กร

การผนึกพลังที่ว่านี้ ผมเชื่อว่าเป็นระบบและกลไกของการ “อยู่ร่วมกัน พัฒนางานร่วมกัน” ผ่านการพูดคุยหารือ (โสเหล่) กันและกันด้วยหัวใจ เพื่อเสริมสร้างการร่วมคิดร่วมสังเคราะห์ตัวเองร่วมกัน

๒๔ มีนาคม ๒๕๕๗  เป็นอีกวันที่ผมมีภารกิจการปฏิบัติหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “การบริการที่ดี”มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

      อันที่จริง ผมไม่ได้จัดเจนเรื่องของ “ศาสตร์และศิลป์” ของการเป็น นักบริการที่ดี”  เสียเท่าไหร่หรอกนะครับ  ถนัดแนวการถอดบทเรียน  การเขียนงาน  หรือจัดกระบวนการเรียนรู้อื่นๆ เสียมากกว่า 
      แต่ด้วยความที่ว่ารู้จักมักคุ้นและให้ความเคารพต่อผู้บริหารที่รับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรง  เลยต้องไป “ช่วยงาน” และร่วม “เรียนรู้” ไปในตัว

 

 

 

ภาคเช้าเวลาคลาดเคลื่อนไปพอสมควร
      แทนที่ผมจะได้บรรยายกรอบแนวคิด หรือทฤษฎีนำร่องสักเล็กน้อย เพื่อปูทาง ปูพรมเข้าสู่กระบวนการในภาคบ่าย 
      แต่กลับกลายต้องปรับกระบวนกลยุทธใหม่  ด้วยการโยกไปภาคบ่ายทั้งหมด  โดยบูรณาการเรื่องทฤษฎีให้เนียนอยู่ในกระบวนการแทน  แล้วค่อยสรุปขมวดประเด็นอีกที

ภาคบ่าย – โยกจากห้องบรรยายมาเป็นห้องโล่ง 
       ผมทำการบ้านล่วงหน้ามาบ้าง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกลุ่มผู้เข้าร่วมที่มาจาก กองกลาง  ว่าประกอบด้วยใครบ้าง อาทิ  หัวหน้างาน  นักวิชาการ  คนสวน รปภ. พนักงานขับรถ ฯลฯ  
       และนั่นยังรวมถึงการประเมินว่าผู้เข้าร่วมเคยคุ้นชินกับกิจกรรมปฏิบัติการ หรือกระบวนการมากน้อยแค่ไหน  ซึ่งข้อมูลที่ได้กลับมาคือ “ยังไม่คุ้นเคย ส่วนใหญ่เคยชินกับการนั่งฟังบรรยายเสียมากกว่า”

       ครับ – กรณีเช่นนี้ก็ถือเป็นโจทย์ของวิทยากรอย่างผมที่ต้องสร้างความเข้าใจ สร้างการร่วมมือในการเปิดพื้นที่แห่งใจเรียนรู้ไปด้วยกัน  ทั้งในมิติการเรียนรู้ร่วมกับผม การเรียนรู้ตัวเอง และการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมงาน




ในเวทีที่ว่านั้น  ผมเปิดเวทีผ่านกิจกรรม “สำรวจความสุขภายในองค์กร”  
       เพราะเชื่อ (เอง) ว่า การจะเป็นนักบริการที่ดี  ควรต้องหยั่งรู้ถึง “บทบาทและสถานะ” ของตนเองเสียก่อน  รวมถึงการสำรวจ “ทุนอันเข้มแข็งในองค์กร”  ว่ามีอะไรบ้าง 
       ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีความนัยสำคัญคือ “ปัจจัย” ที่ผมเชื่อว่าเป็นตัวเคลื่อนหนุนให้เกิดสภาวะการบริการที่ดี หรือการเป็นนักบริการที่ดี

 

ผมใช้เวลาไม่นานนักกับกิจกรรมเปิดตัว (ประมาณ ๑๕ นาที)  ให้แต่ละคนได้เขียนถึง “ความสุขในองค์กร”  ออกมาตามความเป็นจริง  
        จากนั้นจึงเปิดพื้นที่ให้คุยกันเล็กๆ น้อยๆ  พอหอมปากหอมคอ 
        เป็นการพูดคุยเพื่อกระชับพื้นที่ให้แต่ละคนขยับเข้าใกล้กันไปพรางๆ 
        จากนั้นจึงเก็บเอกสารคืนจากทุกคน  เพื่อมาประมวลในภาพรวมอีกครั้ง  แล้วสะท้อนคืนกลับให้ทุกคนได้รับรู้ร่วมกันถึงมิติ “ความสุขภายในองค์กร”  (กองกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม)


สำหรับการประมวลผลข้อมูลอันเป็น “ความสุข” นั้น  ผมจัดหมวดหมู่เป็นกลุ่มๆ เช่น  คนสวน,กลุ่มผู้รักษาความปลอดภัย,กลุ่มพนักงานขับรถ,กลุ่มแม่บ้าน,กลุ่มนักวิชาการ,กลุ่มงานสารบรรณ ฯลฯ ซึ่งคำสำคัญที่ทุกกลุ่มสื่อสารตรงกัน คือ “ความสุขคือการได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก”


ครับ, นี่คือความสุขที่มีความถี่ซ้ำและหนักแน่นจากทุกๆ กลุ่ม 
        นอกจากนั้นยังปรากฏในลักษณะอื่นๆ เช่น 
ความสุขคือการมีหัวหน้างานที่ดี,มีหัวหน้างานที่ยุติธรรม,ได้ทำงานเป็นทีม,ได้คุยกับเพื่อนร่วมงาน,ได้ทานข้าวกับเพื่อนร่วมงาน,ทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ตามเป้า, ฯลฯ

 

        แน่นอนครับ  ผมเชื่อว่าหลายคนมองว่ากระบวนการที่ว่านี้ “เบาบาง” อยู่มาก 
        หรือแม้แต่ครุ่นคิดย้อนแย้งในใจว่า "ทำไปทำไม"
        แต่อย่าลืมนะครับว่า  คนจำนวนไม่น่้อย  รู้ว่าอะไรคือความสุข  แต่กลับไม่เคยได้บอกเล่าความสุขให้เพื่อนร่วมงานและร่วมองค์กรฟัง ไม่เคยได้เอา “ความสุขของแต่ละคน”  มาแบ่งปันและมาผนึกรวมเป็น “พลังเดียวกัน”  ซักที   
        เพราะการผนึกพลังที่ว่านี้  ผมเชื่อว่าเป็นระบบและกลไกของการ “อยู่ร่วมกัน พัฒนางานร่วมกัน”  ผ่านการพูดคุยหารือ (โสเหล่)  กันและกันด้วยหัวใจ  เพื่อเสริมสร้างการร่วมคิดร่วมสังเคราะห์ตัวเองร่วมกัน 
        รวมถึงการกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน 
        ไม่ใช่การทำงานแบบตั้งหน้าตั้งตาทำงานราวกับเครื่องจักรที่ไร้ชีวิต  
        หรือทำงานราวกับคนบ้างาน (workaholic) วันๆ เอาแต่ทำและทำ  แต่ไม่ค่อยเงยหน้ามาทักทายหยอกล้อกับใคร  
        ประหนึ่งสร้างอาณาจักรเฉพาะตัวที่คนอื่นยากยิ่งต่อการเข้าไปเยี่ยมเยียน ก็ไม่ปาน --

 

 

 

ครับ, นี่คือกระบวนการเปิดตัวง่ายๆ สั้นๆ  ที่ผมเลือกที่จะนำมาใช้ในเวทีการบรรยายเรื่อง “นักบริการที่ดี”  
         ขลุกขลักบ้างก็เป็นธรรมดา 
         แต่ก็ถือว่าผ่านไปด้วยดี  และเชื่อว่าผู้เข้าร่วมกระบวนการจะเห็นความสำคัญของการค้นหาต้นทุนความสุขที่มีอยู่ในตัวเองและองค์กรตัวเองให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา 
         เพราะสิ่งเหล่านี้แหละคือปัจจัยของการเป็นนักบริการที่ดี...(ที่มีอยู่แล้ว) 
         รอแค่เอามาผนึกเข้าด้วยกัน เท่านั้นเอง
         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (7)

เขียนเมื่อ 

“ความสุข คือ การได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก” ..... และทำในองค์กรแล้วเป็นสุขด้วยนะคะ .... ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอให้มีความสุขครับ

เขียนเมื่อ 

สบายดีนะครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ครับ พี่Dr. Ple

การได้ทำในสิ่งที่รัก และชอบ ย่อมทำให้เราทำงานได้อย่างมีพลัง -พลังที่เกิดประโยชน์ต่อตนเอง องค์กร และสังคมไปเสร็จสรรพ ครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ อ.ทองหยอด

ขอบให้มีความสุข เช่นกันครับ
และเต็มไปด้วยพลังชีวิตในการสร้างชีวิต สร้างสังคม นะครับ

สู้ๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ, ผมสบายดีครับ อ.Wasawat Deemarn

และหวังว่า อ.วัส จะสบายดีไม่ต่างกัน 555

เขียนเมื่อ 

มาร่วมเรียนรู้ค่ะ ชอบมากกับข้อความ ...คนจำนวนไม่น้อย รู้ว่าอะไรคือความสุข แต่กลับไม่เคยได้บอกเล่าความสุขให้เพื่อนร่วมงานและร่วมองค์กรฟัง ไม่เคยได้เอา “ความสุขของแต่ละคน” มาแบ่งปันและมาผนึกรวมเป็น “พลังเดียวกัน” ซักที...ส่วนตัวเชื่อว่าหากคนเราเปิดใจที่จะเรียนรู้และรับฟัง ประโยชน์จะเกิดขึ้นไม่มากก็น้อยค่ะ

หมายเลขบันทึก

565234

เขียน

02 Apr 2014 @ 12:42
()

แก้ไข

19 Jun 2017 @ 09:31
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 7, ความเห็น: 7, อ่าน: คลิก