ผู้เขียนตั้งใจเขียนบันทึกนี้นานมากแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาส เนื่องด้วยไปถึงที่ประชุมช้ามาก แต่พี่ใหญ่นงนาทด้ฝากสมาชิกทำการบ้าน เป็นเด็กดี เลยทำการบ้านส่งพี่ใหญ่นงนาทและทีมงานเสียหน่อย ขอเขียนแนวทางของพี่ใหญ่นงนาทนะครับ (ผู้เขียนไปถึงช้า งานเลิกแล้วเลยไม่รู้ว่ามีการบ้านอะไรบ้าง 555)

 

ประเด็นแรกพี่ ดร.ยุวนุช และพี่ Sila เป็นผู้ชวนคุย ชวนวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจของการขับเคลื่อน "วาจาสุภาษิต" คือ วาจาถูกกาละเทศะ วาจาสัจจะ วาจาไพเราะ วาจาเป็นประโยชน์ และวาจามีเมตตา(ลอกพี่ใหญ่มา 555 ขอบคุณพี่ใหญ่ล่วงหน้าครับ...)

1. วาจาถูกกาลเทศะ น่าจะเป็นการพูดที่สอดคล้องกับสถานการณ์ สอดคล้องกับคนและสังคมที่เป็นอยู่

2.วาจาสัจจะ คือการพูดจริง พุดหมดกระบวนความ ไม่ปิดบังข้อมูล

3.วาจาไพเราะ คือการพูดด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ ไม่ใช้คำด่า คำสบถแบบที่นักการเมืองบงคนทำ(เกี่ยวกันไหมเนี่ย 555)

4.วาจามีประโยชน์ คือพูดแต่เรื่องที่มีประโยชน์ ไม่พูดเพ้อเจ้อ หาสาระไม่ได้

5.วาจามีเมตตา คือ พูดด้วยความเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้ฟัง

 

 

ประเด็นต่อมาคือ Gotoknow ใน ๕ ปี ข้างหน้าว่าควรจะพัฒนาอย่างไร ?

1.อยากเห็น gotoknow มีระบบที่ยั่งยืนเลี้ยงตัวเองได้จากการไม่แสวงหาผลกำไร เช่น การอบรม การโฆษณาในสาระที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ข่าวสีขาว

 

2.มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเฉพาะกลุ่มชัดเจน เช่นเรื่องการปลูกผักแก่เกษตรกร   แผนการสอนสำหรับครู อาจารย์ที่สนใจเป็นต้น

 

3.มีผู้ดูแลเฉพาะกลุ่ม เช่น มีผู้รู้ดูแลกลุ่มครูในเรื่องแผนการเรียนการสอน การจัดกิจกรรม กลุ่มแพทย์ในเรื่องเนื้อหา เช่นเบาหวาน เป็นต้น

 

4.มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ง่ายต่อการใช้ ไม่ซับซ้อนเกินไป ใช้ง่ายและสะดวกต่อการเขียนและอ่าน

5. มีคนคอยดูแลสมาชิกใหม่อย่างเป็นระบบในเรื่องการบันทึก มีการกระตุ้นผู้เขียนบันทึก การบันทึกต่อยอดความรู้

 

ชอบข้อความภาษาอังกฤษที่เสื้อครับ...

 

   ผู้เขียนได้รับเสื้อยืดจากโครงการฯด้วย  ขอบคุณน้องมุ้ย ขอบคุณดร.จันทวรรณและทีมงานมากครับ ขอบคุณพี่ใหญ่นงนาทที่ให้ลอกการบ้าน...555