การแผ่เมตตาให้ผู้เป็นพระอริยะ ( ตอนที่ ๓ )

ลุงเหมย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

....หลังจากไปร่วมสัมมนากับทางสภาวัฒนธรรมของอำเภอพร้อมด้วยมัคนายกและไวยาวัจกรเกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนกิจของแตละชุมชนในอำเภอเพื่อให้เป็นแนวเดียวกันกับทางจังหวัดแล้วกลับถึงบ้านก็เลยคิดกถึงญาติธรรมและรัตนมิตทุกท่าน อยากจะนำเอาบันทึกที่ได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่จรัญ มาให้ทุกท่านเพราะเดี๋ยวกลังท่านจะลืม เช่นลืมบันทึก (บันทึกไม่ต่อเนื่อง ) ลืมปฏิบัติ (ปฏิบัติไม่ติดต่อกัน ) อาตมาเอ๊ยอีตาลุงเหมยก็ขอน้อมกราบอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย...เรามาว่ากันถึงเรื่องการแผ่เมตตาตอนต่อไป....... เป็นการแผ่เมตตาให้ผู้เป็นพระอริยะในทิศทั้ง ๑๐    (คำว่าพระอริยะ หมายถึง ผู้ประเสริฐ ผู้สามารถละกิเลสได้เด็ดขาด แบ่งเป็น ๔ จำพวก ตามความมากน้อยของกิเลสที่ละได้ คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์..ทั้งที่เป็นบรรพชิต(ผู้ออกบวช) หรือเป็นคฤหัสถ์ (ผู้ไม่ได้บวช)

พระคาถา....

๑. สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ อะริยา อะเวรา อัพพะยาปัชฌาย์ อะนีฆา สุขีอัตตา
    นัง ปะริหะรันตุ ฯ

              รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เพียงแต่เปลี่ยนคำที่เป็นสีน้ำเงินว่าไปตามลำดับข้อ ดังนี้

๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ            ๓. อุตตะรายะ ทิสายะ          ๔. ทักขิณายะ ทิสายะ
๕. ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ      ๖. ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ      
๗. อุตตะรายะ อะนุทิสายะ     ๘. ทักขิณายะ อะนุทิสายะ     ๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ
       (ข้อ ๙ อ่านว่า เห-ตะ-ถิ-มา-ยะ-ทิ-สา-ยะ)   ๑๐. อุปะริมายะ ทิสายะ

ต่อไปก็เป็นการแผ่เมตตาให้กับผู้ที่ไม่ใช่พระอริยะในทิศทั้ง ๑๐ พระคาถาก็เหมือนกัน แต่เปลี่ยนเป็นบางคำเหมือนกับแผ่เมตตาให้กับพระอริยะ

 

พระคาถา....

 

๑. สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ อะนะริยา อะเวรา อัพพะยาปัชฌาย์ อะนีฆา สุขีอัตตา

    นัง ปะริหะรันตุ ฯ 

             รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เพียงแต่เปลี่ยนคำที่เป็นสีน้ำเงินว่าไปตามลำดับข้อ ดังนี้ 

๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ            ๓. อุตตะรายะ ทิสายะ          ๔. ทักขิณายะ ทิสายะ
๕. ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ      ๖. ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ      
๗. อุตตะรายะ อะนุทิสายะ     ๘. ทักขิณายะ อะนุทิสายะ     ๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ
       (ข้อ ๙ อ่านว่า เห-ตะ-ถิ-มา-ยะ-ทิ-สา-ยะ)   ๑๐. อุปะริมายะ ทิสายะ

ต่อไปก็เป็นการแผ่เมตตาให้กับเทวดาในทิศทั้ง ๑๐ ซึ่งมีพระคาถาเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากคำที่เป็นสีน้ำเงินไปตามลำดับข้อ ดังนี้

 

พระคาถา.... 

 

๑. สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ เทวา อะเวรา อัพพะยาปัชฌาย์ อะนีฆา สุขีอัตตา 

    นัง ปะริหะรันตุ ฯ 

             รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เพียงแต่เปลี่ยนคำที่เป็นสีน้ำเงินว่าไปตามลำดับข้อ ดังนี้ 

 ๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ            ๓. อุตตะรายะ ทิสายะ          ๔. ทักขิณายะ ทิสายะ
๕. ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ    ๖. ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ  
๗. อุตตะรายะ อะนุทิสายะ  ๘. ทักขิณายะ อะนุทิสายะ     ๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ
       (ข้อ ๙ อ่านว่า เห-ตะ-ถิ-มา-ยะ-ทิ-สา-ยะ)   ๑๐. อุปะริมายะ ทิสายะ

การแผ่เมตตาให้แก่เทวดานี้ หลวงปู่ได้เมตตาเล่าว่า...เป็นการบอกให้ท่านได้รับรู้ถึงความบริสุทธิ์ ความเป็นมิตรไมตรีที่เรามีต่อท่าน เมื่อท่านได้รับรู้ก็จะเกิดความเมตตาเอ็นดู และช่วยคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่เรา

ต่อไปก็เป็นการแผ่เมตตาให้แก่มนุษย์ในทิศทั้ง  ๑๐ ซึ่งพระคาถาก็เหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนคำเป็นสีน้ำเงินตามลำดับข้อ ดังนี้

พระคาถา..... 

๑. สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ มะนุสสา อะเวรา อัพพะยาปัชฌาย์ อะนีฆา

    สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ 

              รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เพียงแต่เปลี่ยนคำที่เป็นสีน้ำเงินว่าไปตามลำดับข้อ ดังนี้

 ๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ            ๓. อุตตะรายะ ทิสายะ          ๔. ทักขิณายะ ทิสายะ

๕. ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ      ๖. ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ      
๗. อุตตะรายะ อะนุทิสายะ     ๘. ทักขิณายะ อะนุทิสายะ     ๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ
       
(ข้อ ๙ อ่านว่า เห-ตะ-ถิ-มา-ยะ-ทิ-สา-ยะ)   ๑๐. อุปะริมายะ ทิสายะ

การแผ่เมตตาให้กับมนุษย์ในทิศทั้ง ๘ นี้ก็เช่นกัน ซึ่งเราทุกคนต่างก็เข้าใจกันแต่การแผ่เมตตาให้กับมนุษย์ที่อยู่ทิศเบื้องบนกับทิศเบื้องล่างนั้นเป็นอย่างไร...เพราะถ้าจะอธิบายว่าทิศเบื้องบนก็คือ คนที่อยู่บนยานเครื่องบิน ทิศเบื้องล่างคือคนที่อยู่ในอุโมงค์ ก็คงจะไม่สมเหตุสมผล หลวงปู่ได้เมตตาอธิบายว่า...ที่จริงทิศเบื้องบนนี้ท่านหมายถึงบุคคลที่มีฐานะเป็นผู้มีบุญคุณ มีธรรมเหนือกว่าเรา เช่น พระ พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์เป็นต้น ส่วนทิศเบื้องล่างก็มีนัยตรงกันข้ามก้บทิศเบื้องบน คือ ผู้ที่มีฐานะต่ำกว่าเรานั่นเอง


         ต่อไปก็จะเป็นการแผ่เมตตาให้กับสัตว์ินิบาตในทิศทั้ง ๑๐
พระคาถา....

 

๑. สัพเพ ปุรัตถิมายะ ทิสายะ วินิปาาติกา อะเวรา อัพพะยาปัชฌาย์ อะนีฆา

 

    สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ 

 

              รอบต่อไปสวดเหมือนข้อ ๑ เพียงแต่เปลี่ยนคำที่เป็นสีน้ำเงินว่าไปตามลำดับข้อ ดังนี้

 

 ๒. ปัจฉิมายะ ทิสายะ            ๓. อุตตะรายะ ทิสายะ         ๔. ทักขิณายะ ทิสายะ

 

๕. ปุรัตถิมายะ อะนุทิสายะ      ๖. ปัจฉิมายะ อะนุทิสายะ      
๗. อุตตะรายะ อะนุทิสายะ     ๘. ทักขิณายะ อะนุทิสายะ     ๙. เหฏฐิมายะ ทิสายะ
       
(ข้อ ๙ อ่านว่า เห-ตะ-ถิ-มา-ยะ-ทิ-สา-ยะ)    
๑๐. สัพเพ อุปะริมายะ ทิสายะ วินิปาติกา อะเวรา อัพพะยาปัชฌา อะนีฆา สุขีอัตตานัง ปะริหะรันตูติ .... อิเมหิ ทะสะหากาเรหิ ทิสา ผะระณา เมตตา เจโตวิมุตติ

พระคาถาเจโตวิมุตติที่แผ่ไปในทิศทั้ง ๑๐ ดังนี้

.... สัพเพสัง สัตตานัง ปีฬะนัง วัชเชตะวา อะปีฬะนายะ อุปะฆาตัง วัชเชตะ วา อะนุปาฆาเตนะ สันตาปัง วัชเชตะวา อะสันตาเปนะ ปะริยาทานัง วัชเชตะวา อะปะริยาทาเนนะ วิเหสัง วัชเชตะวา อะวิเหสายะ สัพเพ สัตตา อะเวริโน สุขีอัตตา โหนตุมา ทุกขิตัตตาติ อิเมหิ อัฏฐะหากาเรหิ สัพเพ สัตเต เมตตายะตีติ เมตตา ฯ
     ตัง ธัมมัง เจตะยะตีติ เจโต สัพพะพยาปาทะ ปะริยุฏฐาเนหิ มุจจะตีติ วิมุตติ เมตตา จะ เจโตวิมุตติ จาติ เมตตาเจโตวิมุตติ ..... ฯ

            ผู้เจริญเมตตาแผ่ความรักไปสู่สัตว์ทั้งปวงด้วยอาการ ๘ นี้ คือ
ด้วยการเว้นการบีบคั้น ไม่บีบคั้นสัตว์ทั้งปวง ๑ ,
โดยเว้นการฆ่า ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งปวง ๑ ,
ด้วยเว้นการทำให้เดือดร้อน ไม่ทำสัตว์ทั้งปวงให้เดือดร้อน ๑ ,
ด้วยการเว้นความย่ำยี ไม่ย่ำยีสัตว์ทั้งปวง ๑ ,
ด้วยการเว้นการเบียดเบียน ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง ๑, ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็สนผู้ไม่มีเวร อย่าได้มีเวร ๑,
จงเป็นผู้มีสุข อย่ามีทุกข์๑, จงมีตนเป็นสุข อย่ามีตนเป็นทุกข์ ๑, เพนสะเหตุนั้น จึงชื่อว่า เมตตา จิตคิดถึงธรรมนั้น จึงชื่อว่า เจโต จิตหลุดพ้นจากพยาบาทและกิเลสที่กลุ้มรุมจิตทั้งปวง เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า วิมุตติ จิตมีเมตตาด้วย เป็นเจโตวิมุตติด้วย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เมตตาเจโตวิมุตติ

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมพล บุญเหมย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สาธุๆครับ

ชอบภาพวาดคนไทยเหนือโบราณครับ

มีดาบด้วยครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ