เก็บดอกแคป่าสีเหลือง ไว้เมื่อคราวไปเก็บดอกงิ้ว....ต้นอยู่ใกล้ ๆ กัน...ได้เห็นแคป่าสีเหลืองทั้งที.จึงเก็บมาด้วย....เก็บไว้ในตู้เย็นซะหลายวัน...วันก่อน..มีโอกาสเหมาะ ๆ จึงนำเอามาลวก...จิ้มกับ"ต๋ำบะม่วง"เมนูนี้..เข้ากับฤดูกาลนี้มากๆ ครับ.....เมื่อทำเมนูอร่อย ๆ ทั้งที...ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพและวิธีการทำมาฝากมิตรรัก G2K ได้ร่วมชิมเป็นอาหารตาผ่านบันทึกนี้ครับ...มากิ๋น.ต๋ำบะม่วง...ผักลวก..ตวยกั๋นเน้อครับ...

                                 -หลังจากพาทุกท่านไปชมกิจกรรม ไม่(อยาก)ปีนต้นงิ้ว-แคป่า และชิมเมนูเด็ดจาก ขนมเส้นน้ำเงี้ยว..ดอกงิ้ว กันไปเมื่อหลายวันก่อนแล้วนั้น....มีมิตรรัก G2K หลายท่านได้ให้ความสนใจและมาร่วมติดตามชมพร้อมกับร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง"ดอกงิ้ว"กันไปแล้ว..มาถึงวันนี้..ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ "ดอกแคป่า"พืชผักพื้นบ้านที่บางท่านอาจจะไม่รู้จัก...เอาเป็นว่าเพื่อเป็นการไม่เสียเวลา....ตามผมมาสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ"ดอกแคป่าสีเหลือง"ไปพร้อม ๆกันได้เลยครับ...

1.แคป่าต้นนี้....อยู่ใกล้ๆ กับ"ต้นดอกงิ้ว"ที่ผมไปเก็บเมื่อวันก่อนครับ....หลังจากเก็บ"ดอกงิ้ว"แล้ว..วันนั้นผมก็ได้เก็บ"ดอกแคป่า"กลับมาด้วย...ปกติหากเอ่ยถึง"แคป่า"หลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับ"ดอกแคป่าสีขาว"ซะมากกว่า...แต่วันนี้"ดอกแคป่า"ที่ผมเก็บมาเป็น"ดอกแคป่าสีเหลือง"ครับ...และดอกแคป่าแบบนี้ก็สามารถนำมากินได้เช่นเดียวกันกับ"ดอกแคป่าสีขาว"ครับ...ตามข้อมูลที่ได้มาเขาบอกเอาไว้ว่า "ต้นแคป่า มีเปลือกลำต้นสีน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงข้าม ๓ - ๕ คู่ และมีใบที่ยอด ๑ ใบ รูปไข่ ปลายแหลม โคนใบเบี้ยว ดอกเป็นช่อแบช่อกระจะ (raceme) บานทีละดอก กลิ่นหอม บานตอนกลางคืน รุ่งเช้าร่วง กลีบเลี้ยงหนาและเหนียว  เมื่อดอกบานจึงมีรอยแตก ทางด้านล่าง มีลักษณะเป็นกาบหุ้ม (spathe) กลีบดอกติดกันเป็นท่อ ปลายขยายออกดเป็นรูประฆัง" สามารถติดตามข้อมูลต่อได้จากที่นี่ครับ ดอกแคป่าสีเหลือง 

2.เก็บดอกแคป่าไว้ในตู้เย็นซะหลายวัน..พอมีโอกาสเหมาะ ๆจึงได้นึกทำเมนูเกี่ยวกับ"แคป่า"กินซะหน่อยครับ...นึกอยู่นานเหมือนกันว่าจะนำเอามาทำ"เมนู"อะไรดี...สุดท้าย..จึงสรุปตรงที่เมนูแบบบ้าน ๆ โดยเมนูนี้จะต้องตามผมไปช่วยกันเก็บ"ใบชะพลูและชะอม"กันก่อนครับ...ผักสด ๆ แบบนี้..เหมาะนักที่จะนำมากินกับเมนูเด็ดในวันนี้คร้าบ!!!!

               3.ได้ผักสด ๆ มาแล้ว ก็นำมาล้างให้สะอาด...สำหรับ"ดอกแคป่า"ให้แกะเอาเกสรที่อยู่ข้างในออกก่อนเพื่อกำจัดความขมน่ะครับ...แต่โดยทั่วไปแล้วดอกแคป่าก็จะมีรสออกขมนิด ๆ อยู่แล้ว...รสชาติแบบนี้..ผมเชื่อว่าคงจะมีหลายคนที่ชื่นชอบเช่นเดียวกันกับผมเป็นแน่แท้....น้ำน้อย...ไฟแรง...นำผักลงไป....ลวกสักพัก..ก็ได้ผักสีเขียว ๆ น่ากินแล้วล่ะครับ...

 

      4.ขั้นตอนต่อไปก็มาช่วยกันเตรียมส่วนผสมหลักของ"ต๋ำบะม่วง"กันต่อครับ...สำหรับเมนูนี้...เหมาะนักกับฤดูกาลที่มะม่วงกำลังออกผลมาให้เราได้ลิ้มลองกันครับ...มะม่วงเปรี้ยว ๆ นำมาปอกเปลือกและสับเป็นเส้น ๆ เพียงเท่านี้ก็ได้"มะม่วง"ไว้สำหรับ"ต๋ำ"แล้วล่ะครับ...

   5.เครื่องปรุง"ต๋ำบะม่วง"ก็ไม่มีอะไรมากครับ..หลัก ๆ ก็จะมี "ปลาย่าง,กระเทียม,หอมแดง,พริกแห้ง,กะปิ,ปลาร้า"เท่านั้นเองครับ..สำหรับปลาย่าง..หากจะให้กรอบก็นำไปผิงไฟหน่อย..ก็จะกรอบและต๋ำให้ละเอียดได้ง่ายขึ้นครับ...

6.เพื่อเป็นการส่งต่อและเผยแพร่ภาษาถิ่นล้านนาบ้านผม(เถิน,ลำปาง,เหนือ)บันทึกนี้ขอใช้คำว่า"ต๋ำ"ก็แล้วกันนะครับ ฮ่า ๆ ๆ "ต๋า"ก็เป็นลักษณะเดียวกันกับ"การโขลกหรือตำ"นั่นเองครับ...แต่อาจจะออกแรงมากหน่อย ฮ่าๆ ๆ (จะเกี่ยวกันไหมนี่? อิ ๆ)เครื่องปรุงทุกอย่าง"ต๋ำ"ให้ละเอียด...โดยเฉพาะปลาย่างหาก"ต๋ำ"ไม่ละเอียดแล้ว..จะมีก้างปลามาขัดขวางความอร่อยได้ครับ...เมนูนี้นอกจากจะได้"แคลเซี่ยมจากปลาย่าง"แล้ว ก็ยังได้แคลเซี่ยมจาก"ปลาร้า"ด้วยครับ...เมื่อ"ต๋ำ"ทุกอย่างได้ที่แล้ว..ก็นำเอา"บะม่วงสับ"ใส่ลงไป..ปรุงรสด้วยปลาร้า น้ำตาล นิดหน่อย ชิมรสตามชอบ..เพียงเท่านี้ก็ได้"ต๋ำบะม่วง"แล้วล่ะคร้าบ!!!

7.ผักลวกพร้อม.....ต๋ำบะม่วงก็พร้อม....คนก็พร้อม....ก็ได้เวลา"ลิ้มลอง"ความอร่อยกับเมนูที่มีชื่อว่า"ต๋ำบะม่วง"แบบทางเหนือบ้านผม(เถิน,ลำปาง,เหนือ)แล้วล่ะครับ..เมนูนี้อาจจะกินกับ"ชะอมหรือใบชะพลูสด ๆ "ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่งนะครับ...มื้อนี้มี"ดอกแคป่า"ก็เลยต้องทำการ"ลวกชะอมกับใบชะพลู"ไปพร้อมกันเลย...น่ะครับ....น่ากินไหมคร้าบ???

สำหรับวันนี้....ขอจบบันทึกเกี่ยวกับ"ดอกแคป่า"ไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ...สำหรับ"แคป่า"สามารถนำไปทำอาหารได้อีกหลายอย่าง เช่น นำไปคั่ว หรือ นำไปทำห่อหมก ก็ได้...ดอกแคป่า..มีทีเด็ดที่รสชาติขมนิด ๆ เหมาะกับผู้สูงวัย...และผู้ที่ชื่นชอบ"ความขม"เช่นเดียวกันกับผมคร้าบ!!!!!

                                                                           สวัสดีครับ

                                                                           เพชรน้ำหนึ่ง

                                                                           13/03/2557