ปีนี้แม่ของครูนกมีอายุย่างเข้าเจ็ดสิบสองปี สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของแม่คือ ผู้หญิงตัวเล็ก และกระดูกเล็ก สิ่งที่โชคดีคือน้ำหนักแม่เป็นไปตามเกณฑ์  แต่แม่ก็ยังคงบ่นบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับการปวดข้อเข่าแต่เมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกันถือว่า พวกเราโชคดีที่มีแม่แข็งแรง
         สิ่งที่พวกเราดูแลเพิ่มเติมคือ  การรับประทานแคลเซียมเม็ดซึ่งแม่ได้รับประทานต่อเนื่องมาเป็นเวลา 5 ปี
         นอกจากนั่นสิ่งที่เราใส่ใจพิเศษคือ อาหารการกินที่เน้นการบำรุงกระดูก โชคดีชั้นสองของพวกเราคือ อาหารพื้นถิ่นปักษ์ใต้หลายชนิดที่บำรุงกระดูก
         การรับประทานข้าวยำ ซึ่งมีกุ้งแห้ง  มีใบชะพลูเป็นผักที่ทานพร้อมข้าวยำ(ใชชะพลูซึ่งทานมากไม่ได้เพราะมีสารออกซาเลททำให้เกิดโรคนิ่วได้)  
         ต่อมาเมนูแกงส้มซึ่งมักจะแกงด้วส้มจากมะขาม หรือแกงส้มกุ้งยอดมะขาม รวมไปถึงน้ำพริกมะขามก็บำรุงกระดูได้เช่นกัน


         ส่วนด้านผลไม้ที่รับประทานประจำคือ น้ำมะพร้าว ซึ่งมีสรรพคุณหลากหลายรวมทั้งการบำรุงกระดูก  และครูนกเคยอ่านข้อมูลเจอว่าช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์
         หากถามเรื่องบริบทอื่นๆในการดูแลผู้สูงวัยที่ต้องเน้นเรื่องราวของกระดูก การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงก็มีประเด็นให้เล่าสู่กันฟังได้เช่นกัน ครูนกเคยเลี้ยงสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ ซึ่งมีนิสัยขี้เล่น ซุกชน ชอบกระโดดใส่ ตอนหลังต้องตัดใจยกให้คนอื่นไปเลี้ยงต่อเพราะแม่เริ่มจะรับมือไม่ได้กับอาการชอบกระโจนหาเจ้าของของเจ้าจอมซน 
         สรุปสุขภาพจะดีได้ต้องเกิดจากการใส่ใจเรื่องอาหารเป็นลำดับต้นๆ ค่ะโดยเฉพาะวัยสูงอายุที่มีเรื่องราวต้องดูแลมากมายรวมถึงกระดูก