เนื่องจากมีผู้อ่านที่สนใจภาษาสันสกฤต ได้เข้ามาอ่านบันทึกใน ภาษาสันสกฤตง่ายนิดเดียว แล้วรู้สึกว่ายังยาก แม้บทที่ 1 ก็ไม่ได้เตรียมพื้นฐานให้ ผมจึงคิดว่าควรมีบทนำก่อนอ่านบทเรียนที่ 1 ในบทเรียนภาษาสันสกฤตของเรา

อันที่จริง บทเรียนนี้ผมไม่ได้เขียนขึ้นเอง แต่ปรับปรุงจากหนังสือ A Sanskrit Primer ซึ่งศาสตราจารย์ E. D. Perry ได้แต่งไว้เมื่อ ค.ศ. 1883 โน่น (ซึ่งท่านได้ปรับปรุงมาจากตำรา Leitfaden für den Elementarcursus des Sanskrit ของศาสตราจารย์ Georg Bühlr อีกทอดหนึ่ง

หนังสือของเพอร์รีรับความนิยมสำหรับใช้เรียนและสอนภาษาสันสกฤตมาจนปัจจุบัน เพราะครอบคลุมเนื้อหาค่อนข้างครบถ้วน (ดังจะได้ทราบต่อไป)

       

ขอว่าถึงอักษรก่อนนะครับ

การเขียนภาษาสันสกฤตนั้น ใช้อักษรใดก็ได้ แต่ตำราส่วนใหญ่นิยมใช้อักษรเทวนาครี देवनागरी devanāgarī แบ่งเป็นสระ พยัญชนะ และเครื่องหมายต่างๆ ดังนี้

 

1.สระ

สระเดี่ยว

เสียงสั้น

เสียงยาว

ฐานเสียง

.

อะ

a

อา

ā

คอหอย (กณฺฐฺย)

.

อิ

i

อี

ī

เพดาน (ตาลวฺย )

.

อุ

u

อู

ū

ริมฝีปาก (โอษฺฐฺย)

.

ฤๅ

ศีรษะ (มูรฺธนฺย)

.

ฦๅ

ฟัน (ทนฺตฺย)

สระประสม

.

เอ e

ไอ ऐ āi

ฟัน (ทนฺตฺย)

.

.

โอ ओ o

เอา औ āu

ริมฝีปาก (โอษฺฐฺย)

 

สระในภาษาสันสกฤต มีสระเดี่ยว สั้นยาว 5 คู่ และสระประสมอีก 4 ตัว (จะนับเป็น 2 คู่ก็ได้)

สระ อะ อา อิ อี อุ อู นั้นเป็นสระปกติ พบได้มากๆๆๆๆ

 

สระ ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เป็นสระพิเศษ นั่นคือ โดยธรรมชาติแล้วถือว่ามีเพียง ฤ กับ ฦ แต่อาจมีการยืดเสียง หรือเติมเสียงให้ครบคู่ จึงมี ฤๅ และ ฦๅ เข้าด้วย สระเสียงยาวสองตัวนี้พบน้อย

 

เสียงสระถือว่าเป็นเสียงก้องทั้งหมด มีแหล่งกำเนิดเสียงระบุตามตำแหน่งลิ้น เป็นการอธิบายแบบโบราณ

หลักภาษาศาสตร์สมัยใหม่ระบุสระว่า สระหน้า กลาง หลัง บน กลาง ล่าง ฯลฯ

 

 ตัวอย่าง

ตัวอย่างการเขียนอักษรเทวนาครี

 

2. พยัญชนะ

เสียงไม่ก้อง

ลมน้อย

เสียงไม่ก้อง

ลมมาก

เสียงก้อง

ลมน้อย

เสียงก้อง

ลมมาก

นาสิก

(จมูก)

ฐานเสียง

ก क k

ข ख kh

ค ग g

ฆ घ gha

ง ङ ṅ

คอ (กณฺฐฺย)

จ च c

ฉ छ ch

ช ज j

ฌ झ jh

ญ ञ ñ

เพดาน (ตาลวฺย)

ฏ ट ṭ

ฐ ठ ṭh

ฑ ड ḍ

ฒ ढ ḍh

ณ ण ṇ

ศีรษะ (มูรฺธนฺย)

ต त t

ถ थ th

ท द d

ธ ध dh

น न n

ฟัน (ทนฺตฺย)

ป प p

ผ फ ph

พ ब b

ภभ bh

ม म m

 

ริมฝีปาก(โอษฺฐฺย)

 

เศษวรรค

เสียงก้อง

เสียงไม่ก้อง.

.

ย य y

ศ श ś

เพดาน (ตาลวฺย )

ร र r

ษ ष ṣ

ศีรษะ (มูรฺธนฺย)

ล ल l  ฬ ळ ḷ

ส स s

ฟัน (ทนฺตฺย)

ว व v

 .

ริมฝีปาก (โอษฺฐฺย)

ห ह h

 .

.

 

เสียงพยัญชนะอาจแบ่งเป็น 2 พวกหลักๆ คือ เสียงก้อง และเสียงไม่ก้อง

นอกจากนี้ยังแบ่งตามฐานเสียง หรือวรรค (ก จ ฏ ต ป) แบบนี้ก็ได้

 

พยัญชนะตัวสุดท้ายของแต่ละวรรค คือนาสิก เป็นเสียงก้อง

พยัญชนะนอกวรรค (ย... ห) เป็นเสียงก้องทั้งหมด ยกเว้น ศ ษ ส

 

นอกจากนี้ยังมีเครื่องหมายเพิ่มเสียงได้แก่

1. วิสรฺค (วิสรรคะ विसर्गหรือ วิสรรชนีย์ विसर्जनीय)   : ะ ḥ เสียงหลังเสียงสระอื่น เพื่อเพิ่มเสียงลมหายใจ

2. อนุสฺวาร (อนุสวาระ अनुस्वारหรือพินฺทุ बिन्दु) เป็นจุดเขียนไว้เหนืออักษร เช่น สํ (อ่านว่า สัม) นำ (น สระอา แล้วมีอนุสวาร อ่านว่า นาม)

 

ก มาก่อน ข

ท่านเห็นการเรียงลำดับ ก ข แล้ว คงจะตอบได้ในใจ ว่าทำไม ก จึงมาก่อน ขเพราะท่านเรียงลำดับเสียงลมน้อย มาก่อนเสียงลมมาก ลำดับอักษรเช่นนี้ กลายเป็นต้นแบบในการเรียงลำดับอักษรของอินเดีย และอักษรอื่นๆ ที่รับแบบเช่นนี้ไป (เรื่องนี้คงว่าได้ยืดยาว เราคงไม่พูด)

ท่านที่สนใจศึกษาภาษาสันสกฤต คงไม่อ่านเนื้อหาแค่นี้ แต่คงจะต้องค้นคว้าเพิ่มเติมอีกมาก ผู้เขียนแนะนำให้อ่านบทความที่เคยเขียนมาแล้ว ดังนี้

 

 

นอกจากนี้ยังมีบทความ หรือเนื้อหาอื่นๆ อีกมาก ในเว็บไซต์ ตำรา ฯลฯ ถ้าสนใจจริง ต้องค้นต่อครับ...

คราวหน้าจะมาทำความเข้าใจเรื่อง คำ พยางค์ และการประสมสระกับพยัญชนะ