วันนี้เน้นอยู่บ้านค่ะ สะสางงานที่คั่งค้างและคิดโครงการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ
วันนี้พวกเราได้ทดลองใช้เสียงตามสายของชุมชนในการให้ความรู้และความเพลิดเพลินกับชาวบ้าน
รายการของเรา "เบาหวานน่ารู้ สู่ชุมชนบ้านคลองน้ำเค็ม"
สโลแกนคือ "สาระความรู้คู่ความสนุก ปลุกความคิด พิชิตใจตนเอง"
เพราะเราเชื่อในความคิดว่าที่ว่า อยากอยู่เพื่อดูแลคนที่เรารัก ต้องรู้จักรักและดูแลตัวเองก่อน
พี่ตุ่น (ผอ.รพ.สต.) บอกว่าเสียงหวานดี ได้ยินชัดเจน ค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่เราได้ทำ
พวกเราก็ดีใจ ถ้าสิ่งที่พวกเราทำ ทำให้ชุมชนพอใจ แต่ก็ยังตัดสินแค่นี้ไม่ได้ ต้องรอดูกันยาวๆ
เที่ยงแล้ว เรายังอยู่ที่บ้าน
อาหารก็กินกันง่ายๆ ทำกันเองที่บ้าน
ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า ถ้าไม่กินข้าวด้วยกันครบ 9 คน ความอร่อยจะน้อยลง จริงๆนะ
กินง่าย อยู่ง่าย
การทำงานล่วงเลยไปเรื่อยๆ จนถึงบ่ายแก่ๆ
ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดหน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงเรียกให้มารับก๋วยเตี๋ยวผัดปูเส้นจันท์
เสียงป้าเรไรนั่นเอง ป้าเรไรค่อนข้างสนิทกับปอม ป้าเป็นอสม.ซึ่งคอยดูแลเราเป็นอย่างดี ขณะอยู่ที่นี่
ป้าบอกว่า พรุ่งนี้จะทำไปเลี้ยงเด็กในงานวันเด็กที่พลิ้ว ก็เลยทำมาฝากพวกเราด้วย
(พวกเราตกลงกันว่า จะไปร่วมกิจกรรมวันเด็กที่พลิ้วในวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ ป้าเรไรชวนมา)
เหมือนเดิม,, พวกเราช่วยกันขอบคุณป้ากันใหญ่
เอาอีกแล้ว รู้สึกอบอุ่นอีกแล้ว วันนี้แทบไม่ได้เสียตังค์เองเลย
อาหารที่ลุงป้าน้าอาให้มา ของเก่าก็ยังไม่หมด ของใหม่ก็มีมาให้เรื่อยๆ
ขอบคุณความมีน้ำใจ ขอบคุณที่เอ็นดูเรา ขอบคุณความน่ารักของคนที่นี่
ขอบคุณที่ให้เราได้มาอยู่ที่นี่ "ชุมชนบ้านคลองน้ำเค็ม"
ไม่ได้เว่อร์แต่อย่างใด คอนเฟิร์ม!
ปล. หลังจากที่ซัดของฝากจากป้ากันจนอิ่มแปล้ ป้าเรไรกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับก๋วยเต๊๋ยวผัดปูอีกถาด
ป้าบอกว่า กลัวพวกเราไม่อิ่ม ไม่พอกิน ก็เลยเอามาให้อีกถาด นี่ก็เพิ่งผัดเสร็จร้อนๆ ซึ้งใจจริงๆค่ะ
ปล. ปกติ เวลาเขียนบล๊อก จะตั้งโฟลเดอร์รูปไว้เป็นหมวดๆ คือ Work Eat Travel เพื่อความสะดวกในการอัพรูป
แต่ตอนนี้ได้มีโฟลเดอร์ Kind เกิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว :)
ช่วงเย็น พวกเราดำเนินการทำโครงการกันต่อ
สรุปแล้วว่า เราจะจัดกิจกรรมพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้กับชาวบ้านในวันที่ 13 ม.ค. นี้ เวลาประมาณ 16.30 น.
ซึ่งเอื้อให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาวสวน และข้าราชการสามารถมาเข้าร่วมกิจกรรมได้
เวลาก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ งานที่เหลือก็ยังมีอีกมาก แต่พวกเราไม่ท้อหรอก ขณะนี้ก็กำลังปั่นงานกันอย่างขะมักเขม้น
เราเก้าคนจะผ่านมันไปด้วยกัน ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี สิ่งที่เราทุ่มเทจะต้องเกิดประโยชน์กับชาวบ้านแน่นอน v^^v
ศิลปะช่วยให้ผ่อนคลาย และเป็นสิ่งที่รวมพวกเรามาอยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างดี
ปล. ฝากประชาสัมพันธ์กิจกรรมวันที่ 13 ม.ค. นี้ด้วยนะคะ :)
สู้ๆกันต่อไปครับ กับโครงการดีมีประโยชน์
จัดกิจกรรมนอกเวลาราชการ ให้กลุ่มข้าราชการและชาวสวนว่างมาร่วมได้
กลุ่มอื่นๆมีอุปสรรคอะไรบ้าง แก้อย่างไร?
ในกลุ่มเป้าหมายของเรา คือ หมู่ 2, 3, 4 ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนค่ะ มีอาชีพข้าราชการ ค้าขาย รับจ้าง บ้างเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ว่างช่วงเย็นเหมือนกัน ก็เลยไม่มีปัญหาค่ะ อาจารย์
ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่เหมือนกัน เกี่ยวกับเวลาที่กลุ่มเป้าหมายจะมาร่วมกิจกรรมได้
ปรึกษากันว่าน่าทำประชาพิจารณ์ ก็เลยเกิดเป็นคำถามข้อสุดท้ายในชุดแบบสอบถาม
ซึ่งสรุปแล้ว เวลานี้ คนมาได้มากสุดค่ะ
งานก้าวหน้าไปมาก
เสียงตามสาย ถูกปลุกขึ้นมา
พี่ตุ่นพอใจ ชุมชนว่ายังไง
ถ้าเป็นที่ชื่นชอบ จะทำอย่างไรต่อ
ป้าเรไร ไม่ใช่คนที่ถือถาดก๋วยเตี๋ยวคู่กับปอมนะ
แบบนั้นต้องเรียกพี่จ้ะ
เรื่องเสียงตามสาย ชุมชนบางส่วนไม่ได้ยินค่ะ ติดปัญหาที่เครื่องกระจายเสียงพัง
(อยากเสนอให้ซ่อม แต่ค่าซ่อมแพงมาก ก็เลยดูจะเกินตัวไปหน่อย)
ส่วนคนที่ได้ยิน บอกว่าเสียงดี ชัดเจนดีค่ะ แต่ตอนนี้ยังสอบถามคนฟังได้น้อยคนอยู่
ถ้าเป็นที่ชื่นชอบจริง ก็อยากให้มีต่อไปค่ะ (หลังจากที่เรากลับไปแล้ว)
สิ่งที่วางแผนไว้ คือ มองหาผู้มีแววในชุมชนมาสานต่อค่ะ อาจจะเตรียมบทความเกี่ยวกับการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ (ต่อยอดจากที่ทำอยู่ คือเบาหวานเท่านั้น), หาแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและใช้การง่าย เพื่อให้ผู้มาสานต่อสามารถเข้าถึงและหาข้อมูลได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งเตรียมรูปแบบการดำเนินรายการให้พร้อมค่ะ
อุ่ย,, ขอโทษค่ะ พี่เรไร ค่ะ พี่เรไร (หนูนี่หยาบคายจังเลยย) ^ ^'
สู้ๆค่าเด็ก ๆ ^^
เรื่องเสียงตามสาย ปัญหามีอยู่เล็กน้อยค่ะ เนื่องจากบางพื้นที่ลำโพงเสียทำให้ไม่สามารถรับฟังรายการของพวกเราได้ การซ่อมลำโพงตามจุดดังกล่าวปรึกษากับทางพี่ตุ่นแล้วคิดว่าทำได้ยาก จากการสอบถามชาวบ้านหลังจากที่เสียงตามสายของเราออกเป็นครั้งแรก ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ได้รับทั้งคำชมและคำแนะนำ ปกติเราวางแผนไว้ว่า จะจัดรายการช่วง10.30 ตอนนี้ต้องเพิ่มรอบบ่ายสามโมงเย็นอีกหนึ่งรอบ^^ เผื่อชาวบ้านที่เพิ่งกลับจากสวนในช่วงบ่ายจะได้รับฟังสาระความรู้ แม้จะมีอุปสรรคเล็กน้อยแต่ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พวกเราตัดสินใจที่จะเดินหน้าจัดรายการต่อไป จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อให้ความรู้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเราคิดว่าเสียงตามสายน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยสร้างความตระหนัก สร้างแรงจูงใจเชิงบวก ให้ชาวบ้านหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการเท่านั้น ยังรวมไปถึงทุกคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ค่ะ
ค้างหน้าแสดงความเห็นนานไปหน่อย ไม่ทราบว่ามีเพื่อเข้ามาตอบอาจารย์แล้ว แหะๆ
เข้ามาอ่านติดตามโครงการดี ๆ ครับ ;)...
ขอบคุณค่ะ :))