ตะวันลับฟ้า...ได้เวลากลับรังรวง....อากาศหนาวเย็นลงอีก แต่ก็รู้สึก สบายใจ เพราะได้อยู่กับบรรยากาศที่สดสวยแบบนี้

 

     เย็นวันนี้่ (19 ธ.ค.56) ท่านกลางสายลมหนาวที่เพิ่งมาเยือน

เมืองสามอ่าว เมื่อเช้าวาน  คุณมะเดื่อได้ไปรับอากาศหนาวแถว ๆ 

บ่อเลี้ยงปลาที่หมู่บ้านเขาแดง

 

 

 

แม้จะมีสายลมหนาวพัดโชยตลอดเวลา  แต่คงเป็นเพราะแถว ๆ นี้อยู่

ริมทะเล  จึงทำให้อากาศหนาวแบบสดชื่น ไม่ใช่หนาวเย็นเสียทีเดียว

 

 

 

 

บริเวณนี้ เป็นบ่อเลี้ยงปลากระพง  ปลาเก๋าทอง  และกุ้งกุลา ของ

ชาวบ้าน ในหมู่บ้านเขาแดง  ซึ่งแต่ละบ่อก็มีพื้นที่หลายไร่ทีเดียว

 

 

 

เจ้าของบ่อ จะปลูกขนำเฝ้าบ่อไว้สำหรับนอนเฝ้าบ่อของตน  ขนำบาง

หลังก็น่าจะเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว

 

 

มาถึงบ่อเลี้ยงปลากระพงบ่อนี้  พี่ชายเจ้าของบ่อกำลังตกปลากระพง

อยู่พอดี

 

 

 

 

 

ได้แล้ว ตัวนี้ประมาณ  5  กก.  ตอนนี้ปลากระพง ราคาขายกิโลกรัมละ

120 - 130  บาท  คิดดูนะว่า  ตัวนี้จะขายได้กี่บาท

 

 

 

เดินผ่านบ่อกุ้งกุลา  เห็นปลาตายลอยเป็นแพอยู่ริมบ่อ จึงถามพี่ชาย

เจ้่าของบ่อปลาว่า ทำไมปลาตายอย่างนี้  ได้รับคำตอบว่า ปลาถูกยาเบื่อ

เพราะบ่อนี้เลี้ยงกุ้ง  ปลาเหล่านี้เป็นปลาทะเลที่มากับน้ำ และกินกุ้งเป็น

อาหาร  หากไม่ฆ่า มันก็จะกินกุ้งหมด

 

 

 

บ่อนี้ เป็นบ่อปลาเก๋าทอง (หน้าตาเป็นไงคุณมะเดื่อก็ไม่เคยเห็นนะ)

พี่เจ้าของบ่อบอกว่า  ถ้าจะเลี้ยงปลาเก๋าตั้งแต่เป็นลูกปลาเล็ก ๆ ก็ต้อง

เลี้ยงกันถึง  3  ปี  จึงจะจับปลาเก๋าทองขายได้  ด้วยเหตุนี้ ชาวประมง

จึงซื้อปลาเก๋าตัวเขื่อง ๆ มาเลี้ยง ซึ่งต้นทุนซื้อปลามาเลี้ยงอยู่ที่กิโลกรัม

ละ  500  บาท  เลี้ยงได้ประมาณ 5 - 6 เดือน จะได้ปลาที่มีน้ำหนัก

ประมาณ ตัวละ 10 กิโลกรัม  ราคากิโลกรัมละ  500  บาท เช่นกัน...

คิดเองนะว่า...หากจะซื้อปลาเก๋าทองขนาดตัวละ  10 กก. สักตัวเอา

ไปต้มยำสักมื้อ...จะเป็นเงิน  เท่าไร...( กินปลาทูดีกว่ามั้่ยเนี่ยะ ... ? )

 

 

 

ตะวันลับฟ้า...ได้เวลากลับรังรวง....อากาศหนาวเย็นลงอีก แต่ก็รู้สึก

สบายใจ  เพราะได้อยู่กับบรรยากาศที่สดสวยแบบนี้จ้ะ

 

........................................