วันนี้ตั้งใจจะมาแนะนำหนังสือ 1 เล่ม ของอาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ชื่อหนังสือว่า ห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้ ผู้เขียนซื้อหนังสือเล่มนี้ ปี พ.ศ. 2542 ตอนเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เป็นหนังสือที่ผู้เขียนพกไปภาคใต้ลงไปเยี่ยมสหายที่พัทลุง
หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกที่สำนักพิมพ์สามัญชน มีหัวเรื่องเด่นคือ
1. ห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้
2. ผู้ชาย สายน้ำ และความหมายของเพศพันธุ์
3. ปลาบางตัว
4. เด็กหนุ่มกับชายชรา
5. ทางป่า ทางคน
ุ6. รูปปั้นและงานแกะสลัก
ึ7. ท่ามกลางโบราณสถาน
8. มนต์รักลูกเป้ง
ตัวอย่างเช่นเรื่อง ห้วงยามแห่งความพ่ายแพ้ เสกสรรค์ อยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงในคืนแรกที่กระดูกของ นายผีหรือ อัศนี พลจันทร มาถึงกรุงเทพฯ เสกสรรค์เรียกอัศนี พลจันทรว่า ลุงไฟ เสกสรรค์กล่าวว่า ....
ทุกครั้งที่สมรภูมิภายนอกจบ ...ด้วยการพ่ายแพ้ สนามรบ "ภายใน" จะต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง กระทั่งไม่มีวันสิ้นสุด ผู้ชายที่พ่ายแพ้ ก็เหมือนนครที่ถูกยึดครอง ไม่มีใครสามารถปลดปล่อยเขาได้ นอกจากเสียจากเขา จะต้องปลดปล่อยตัวเอง...
อีกตอนที่ผู้เขียนประทับใจข้อความของเสกสรรค์คือ วันที่เขาร้องไห้ ต่อหน้ากระดูกลุงไฟ แต่เพื่อนบอกว่า ควรเก็บความในใจไว้
เสกสรรค์เขียนว่า ...บุรุษคนไหนก็ตามที่มีเรื่องทุกข์โศกถึงขั้นร้องไห้ เขาย่อมไม่มีพันธะอันใดหลงเหลือที่จะต้องอธิบายน้ำตาของตนเอง ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้เข้าใจย่อมไม่ถาม ส่วนผู้ถามคงไม่มีวันเข้าใจ...
แค่อ่านเรื่องแรกก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ ภาษาของเสกสรรค์เลือกภาษาได้งดงาม อยากให้ผู้อ่านไปอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน...
ขอบคุณพี่เปิ้น ที่มามอบดอกไม้
มาไวมากๆๆ
พี่เปิ้นสบายดีไหมครับ
แต่ละตอน น่าอ่านนะคะ..... ความพ่ายแพ้ .... เป็นเรื่องที่ควรรับรู้และศึกษานะคะ เพราะ เชื่อว่า ทุกๆ คน .... น่าจะผ่านเรื่องนี้มาบ้างนะคะ ขอบคุณ ดร.ขจิต มากๆค่ะ ขอบคุณ บันทึกดีดีนี้ค่ะ
ขอบคุณพี่เปิ้นมากครับ
ผมมีคติประจำใจว่า รอยร้าวในใจของนักสู้ ไม่ได้อยู่ที่การพ่ายแพ้ แต่อยู่ที่ไม่ยอมเริ่มต้นใหม่ครับ
พี่เปิ้นสบายดีนะครับ
ขอบคุณคุณตะวันดินที่มามอบดอกไม้ให้ด้วยครับ
-สวัสดีครับ..
-หนังสือน่าอ่านมาก ๆครับอาจารย์..
-ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
ไปเทียวลำปางมาหรือครับ
ยังไปอ่านเพาะถั่วงอกอยู่เลย
อ่านหนังสือที่มีสาระ ดีกว่าฟังพวกนักการเมืองที่ไร้สาระไม่ยอมฟังความของศาล
ขอบคุณพี่ครู pap2498 มากครับ
ข่าวการเมืองดูแล้ววุ่นวายใจ
อ่านหนังสือดีๆดีกว่าครับ
ชอบแนวคิดในหนังสือเล่มนี้มากๆ..สะท้อนความในใจที่น่าคิดมากๆ...ขอบคุณที่นำมาเผยแพร่ค่ะ...
ขอบคุณพี่ใหญ่มากครับ
หนังสือนี้อ่านนานมากแล้ว
เอามาแนะนำเนื่องจากน้องอาจารย์พี่ร์ ที่ดูแลเรื่องหนังสือ 100 เล่มเกวียนให้ช่วยกันเขียน
ได้เรื่องสอนใจดีๆครับ
พี่ใหญ่สบายดีไหม ดูแลสุขภาพบ้างนะครับ...
ตอนนี้มีปกใหม่แล้วคร้าบ เล่มนี้ ;)...
ขอบคุณอาจารย์ wasawat มากครับ
หน้าปกสีอะไรครับ
เล่มนี้เก่ามากแล้ว
เอาเล่มหน้าปกใหม่มาให้ดูบ้างนะครับ
ขอบคุณคุณคริสมากครับ
ดีใจที่พบคนอ่านงานเขียนของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อีกคน
ส่วนมากผมอ่านเรื่องมหาวิทยาลัยชีวิต เร่ร่อนหาปลา เดินป่าหาชีวิตจริง
เป็นงานเขียนที่นานมากแล้ว ผมเข้าใจว่าเสกสรรค์ มีจุดยืนของตนเอง ผมเองก็เคารพความเป็นส่วนตัวของคุณเสกสรรค์
ขอบคุณที่แนะนำหนังสือชื่อ
The Sorrow of War ( Nỗi buồn chiến tranh)งานเขีนยของ Bảo Ninh นักประพันธ์ชาวเวียดนาม
จะตามหาอ่านนะครับ
ด้วยจิตคารวะครับ
เห็นด้วยเรื่อง
บุรุษคนไหนก็ตามที่มีเรื่องทุกข์โศกถึงขั้นร้องไห้ เขาย่อมไม่มีพันธะอันใดหลงเหลือที่จะต้องอธิบายน้ำตาของตนเอง
ผมเป็นหมอ เห็นผู้ชายร้องไห้มามากเหมือนกัน มันอธิบายด้วยตัวของมันเองแล้วครับ
ขอบคุณคุณหมอเต็มศักดิ์มากครับ
ผมก็เห็นบ่อยๆ
ปล่อยให้ร้องไป ไม่ถาม...
ผู้เข้าใจย่อมไม่ถามครับ...
โอ !!!! ตกใจ นึกว่าอาจารย์จะพ่ายแพ้หัวใจใคร ลาออกจากชมรมเมืองคานส์ ไม่เป็นเพื่อน อ.Was แล้ว ๕ ๕ ๕ ๕ ๕
-สวัสดีครับอาจารย์..
-ตามมาอีกรอบ..555
-วันก่อนไปร่วมงานแต่งที่เชียงใหม่ขากลับแวะเที่ยวข้างทางน่ะครับ..
-เดี๋ยวนี้ทางผ่านไปทางเหนือมีสถานที่สวย ๆ หลายแห่งให้ได้แวะเก็บภาพน่ะครับ...
-อาจารย์ผ่านมาทางนี้บ้างไหมครับ?.
-วันนี้มีเมนูจาก"มะสัง"มาฝากครับ.
ขอบคุณมากครับอาจารย์ที่แนะนำหนังสือดีๆอีกเล่ม :D
คงต้องลองไปซื้อมาอ่านแล้วคะ
ขอบคุณมากคะ
สวัสดี ดร.ขจิต
ความพ่ายแพ้คงเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว...ตอนนี้ก็เกือบจะได้ร้องไห้แล้ว......
สวัสดีค่ะอาจารย์