ติดต่อ

  ติดต่อ

อยู่ที่ไหน คนไทยไม่ทิ้งกัน

     วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีนัดกับสาวไทยคนหนึ่ง ที่ผมรู้จักเพียงว่าเธอชื่อว่า สิริพรรณ แสงอรุณ  เธอเป็นเพื่อนของเพื่อนผมอีกคนที่อยู่ที่เชียงใหม่ แต่เธอทำงานและมีครอบครัวอยู่ในกรุงเทพฯ เธอได้รับทุน ronpaku มาที่โตเกียวเหมือนผม และปีนี้เป็นปีที่ 2 เหมือนกันด้วย เรานัดเจอกันที่ Ikebukuro เพื่อไปเที่ยว Aquarium เล็กๆ ที่อยู่ในห้าง ก็คงคล้ายๆ กับ ห้างพาต้าบ้านเรา โดยเธอจะมาพร้อมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นด้วยอีกหนึ่งคน
     ความที่เราไม่รู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน ผมติดต่อเธอทาง email และโทรศัพท์ นัดเจอกันที่สถานีรถไฟใต้ดิน Ikebukuro ตรงบริเวณเครื่องเก็บตั๋วอัตโนมัติตรงทางออกของรถไฟใต้ดินสาย Marunouchi Line แต่เพี่อนของเธอ ที่เป็นสาวญี่ปุ่น mail มาคุยกับผมว่า ควรเปลี่ยนที่นัดไปเป็นบริเวณ East exit ของสถานีดีกว่า พร้อมทั้งส่งแผนที่มาให้ผม แต่ตอนที่ผมได้รับ mail นั้น ผมอยู่บ้านแล้ว จึงพิมพ์แผนที่ออกมาไม่ได้ และเมื่อเห็นแผนที่สถานีแล้ว ผมถึงได้รู้ว่า มันใหญ่โตและซับซ้อนกว่าที่ผมคิดจริงๆ ประกอบกับคนพุกพล่าน การหาคนที่เราไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน น่าจะเป็นปัญหาพอสมควร ผมทำได้ก็เพียงการจดแผนที่คร่าวๆออกมาเท่านั้น
     ก่อนเวลานัด ผมเดินทางไปให้ถึงสถานี Ikebukuro เพื่อที่จะได้สำรวจดูว่า สถานที่นัดหมายอยู่ตรงไหน แต่ป้ายบอกทางในสถานีกับแฝนที่เป็นคนละระบบกัน ดังนั้นผมจึงคาดเดาว่า เราน่าจะพบกันตรงทางออกที่ 34 หรือ 35 ที่อยู่ทางตะวันออก เมื่อถึงเวลานัด ผมโทรศัพท์ไปหาเธอ และบอกว่าผมรออยู่ที่หน้าธนาคาร Mizuho  เธอก็บอกว่าเธอก็อยู่ที่หน้าธนาคารแห่งเดียวกัน เราเดินไปเดินมากันหลายรอบก็ยังหากันไม่เจอ จนผมเริ่มคิดในใจว่า สงสัยว่าธนาคารจะมีหลายสาขา ผมติดต่อเธออีกหลายครั้ง แต่ความที่โทรศัพท์หยอดเหรียญตัดเร็วมาก ก็เลยเหมือนกับติดต่อได้เป็นระยะๆ  สุดท้ายก็เลยทราบว่าเธอรออยู่ที่เดียวกัน ที่คนละฝั่งถนน เราเจอกัน แล้วทักทายกัน พร้อมกันหัวเราะกันเสียงดัง ในความเปิ่นของเรา
     จากนั้นไปทานข้าวเที่ยงกันที่ร้านอาหารจีน เสียดายที่ผมไม่ได้บันทึกภาพอาหารมาด้วย จากนั้นก็ไปเที่ยวสวนสัตว์และ aquarium เล็กๆ ที่อยู่ในห้าง แล้วก็ไปชมทิวทัศน์จากมุมสูง ชั้นที่ 60 ของตึก Sunshine city วันนี้มีหมอกค่อนข้างมาก และฟ้าไม่เปิด การมองจึงไปได้ไม่ไกลนัก แล้วค่อยนำภาพมาให้ชมครับ
     เธอมาอยู่ที่เมือง Tachikawa ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปไกลพอสมควร จริงๆแล้วเมืองนี้ ก็ยังขึ้นกับกรุงโตเกียวอยู่ เธอต้องขึ้นรถไฟมาต่อรถไฟใต้ดินที่สถานี Shijuku แล้วขึ้นรถไฟใต้ดินมาที่ Ikebukuro ความที่จากเมืองไทยมานานเกือบเดือน และต้องทานแต่อาหารญี่ปุ่น ผมจึงแนะนำว่า แถว Ueno ในย่าน Ameyayokocho มีตลาดเอเซียอยุ่ ซึ่งเธอสามารถจะซื้อหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารไทยได้เกือบทุกอย่าง หลังจากการเที่ยวชมทิวทัศน์ แล้วก็เลยพาเธอมารู้จักสถานที่ ที่จะหาข้าวของของไทย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร อาหารซอง อาหารกระป๋อง น้ำจิ้มไก่ หรือแม้แต่ โหระพา ตะไคร้ หัวหอม ขิง ข่า ขมิ้น สารพัดครับ เธอเองก็อดประหลาดใจไม่ได้ ที่มีของเพียบพร้อมขนาดนี้
     จากนั้น เราไปทานอาหารไทย ที่ร้าน Coca Restaurant ในสถานีรถไฟใต้ดิน Ueno โดยตั้งใจที่จะเลี้ยงเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่น ที่ช่วยเป็นไกด์พาเราเที่ยวในวันนี้ ก็เลยสั่งส้มตำ ต้มยำกุ้ง ลาบหมู แล้วก็ปูผัดผงกระหรี่ มาทานกัน ครับ ชื่นใจครับ ได้กินอาหารไทยรสชาดจัดบ้าง เธอเองก็ดูทานข้าวได้มาก อาจจะเพราะรสชาดถูกปากกว่าอาหารญี่ปุ่น แต่เพื่อนเธอทานเผ็ดได้ไม่มากนัก ปากก็บอกว่าเผ็ด แต่รสชาดดี ก็ทานไปได้มากโขเหมือนกันครับ
     ก่อนจะแยกย้ายกลับกันไปตอนสองทุ่ม
    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 55451, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 20, อ่าน: คลิก

  คำสำคัญ (keywords): เพื่อน

ความเห็น (20)

หิวข้าวจัง...ที่เมืองไทยอร่อยกว่าแน่นอน...มาตามอ่านและทำหน้าที่ที่ทำได้ "พลุกพล่าน" ค่ะ  ด้วยความเคารพ จาก....ป้าจิ๊บ...

มิตรภาพที่น่ารักนะครับ

ภาพตอนที่หัวเราะเมื่อรู้ว่าอยู่คนละฟากถนน ผมนึกแล้วคงน่ารักดี

เมืองไทย คนไทย อยู่ไหนก็รักกัน

...

ยังดีนะครับ ที่พี่พา คุณนิกร ไปเป็นเพื่อนด้้วย งั้นอดชมภาพสวยๆ  

ขอนอกเรื่องหน่อยนะค่ะคุณไมโต อยากทราบว่าความเร็วของ GotoKnow access จากญี่ปุ่นเร็วขึ้นไหมค่ะ ขอบคุณค่ะ :)

ปล. อยากกินชูครีมค่ะ :)

ป้าจิ๊บ ครับ ตกลงให้เรียกว่าป้าจิ๊บ หรือ คุณจิ๊บ หรือจะเป็นกะจิ๊บดีครับ...อิ อิ
  • อาหารไทย กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าเมืองไทย หรอกครับ
  • ที่นี่อาหารไทยคงขึ้นชื่อพอสมควรครับ เพราะต้องคอยคิวนาน งานนี้กว่าจะได้กินไปคอยคิวอยู่ชั่วโมงกว่าๆ
  • รสชาดกินแล้ว เดาได้ครับว่าเป็นอะไร แต่ไม่จัดจ้านเหมือนที่กินในบ้านเรา
  • ว่าไปแล้ว....จะมีโอกาสได้ชิมรสมือ ป้า คุณ กะ ...จิ๊บ มั้ยครับเนี่ย!
  • อาหารไทยในต่างแดนนี่กินได้ครับ แต่ถ้ากินบ่อยๆ เห็นจะไม่ไหว เพราะค่อนข้างแพงทีเดียว
คุณเอกครับ
  • มิตรภาพที่บริสุทธิ์ใจ น่ารักเสมอครับ
  • ยังไงคนไทยด้วยกัน อบอุ่นเสมอครับ เหมือนมีความรู้สึกว่าเจอเพื่อน เวลาเจอคนไทยในต่างแดน มีความรู้สึกว่าอยากเข้าไปทัก อยากเข้าไปคุย Sensei บอกว่าความรู้สึกนี้แตกต่างจากคนญี่ปุ่น ที่เวลาเจอคนญี่ปุ่นด้วยกันในต่างแดนแล้ว อยากจะหนีไปให้ไกลๆ
  • งานนี้คุณนิกรทำงานหนักพอสมควรครับ ได้ภาพสัตว์น่ารักๆในสวนสัตว์มาด้วย แต่ภาพใน aquarium ค่อนข้างมืด ถ่ายแล้วไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ครับ แล้วจะค่อยๆ ทะยอยนำมาให้ดูครับ
อาจารย์จันทวรรณครับ
  • speed เร็วขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างมาก อย่างผมเปิดบล็อก smartpath ใช้มือเคาะไปด้วยนับได้ไม่เกิน 3 ครับ หรือถ้าเข้า plannet นักศึกษาปริญญาเอก ที่ช้าๆบางครั้งก็นับได้ไม่เกิน 5 ครับ
  • เรียกว่า speed ทันใจวัยรุ่น (อย่างผม) มากครับ
  • เร็วกว่าเมื่อก่อน อย่างเห็นได้ชัดครับ
  • สุดยอด....สุดยอด
  • ขอขอบคุณอีกครั้งครับ ที่อาจารย์ทั้งสองเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้พวกเราได้ใช้งาน g2k ได้รวดเร็วขึ้น
  • งานนี้ กินเผื่ออาจารย์ด้วยครับ คราวนี้เป็นอาหารไทย เอาไว้คราวหน้าจะกินอาหารญี่ปุ่นเผื่อครับ

ขอบคุณ feedback ของคุณไมโตค่ะ

คราวนี้ถ้าไปทานอาหารญี่ปุ่นอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดนะค่ะ

ดิฉันชอบประเทศญึ่ปุ่นมากๆ ค่ะ อยากไปเที่ยวแบบไม่ต้องง้อทัวร์สักอาทิตย์ค่ะ อยากไปดู ฟูจิซัง และ ดอกซากุระพันธุ์ห้อยระย้าค่ะ :)

ให้เรียก "น้องค่ะ"  อยากกินฝีมือน้องลองอ่านดูก่อนที่นี่ มั๊ยคะ แล้วค่อยตัดสิน 
ไปอ่านมาแล้ว ขอเปลี่ยนใจแล้วนะ น้องป้าคุณกะจิ๊บ ผมไม่อยากลงพุงเหมือนเจ้าทองกะเจ้าขาว....อิ อิ
  • อบอุ่น อบอุ่นค่ะ
  • ขอบคุณมากครับ คุณอร
  • ยังติดตามการเล่าด้วยภาพของคุณอรเสมอครับ
เห็นแล้วน้ำลายสอ เลยนะเนี่ย
คุณรัตติยาครับ
  • อร่อยครับ แต่รสชาดไม่จัดจ้านเหมือนกินในบ้านเรา
  • นี่ถ้ายกร้านอาหารไทยในต่างแดนร้านนี้ มาเปิดสาขาที่หาดใหญ่ แล้วปรุงได้รสชาดอย่างนี้นะ คงต้องกระซิบบอกคนข้างๆเวลากินให้พกพริกกะมะนาวมาเพิ่ม ไม่งั้น ไม่สะใจ

สวัสดียามเช้าตรู่ค่ะคุณไมโต

  • สถานีนี้แน่นขนัดเข้าไม่ได้
  • จ่ออยู่ทั้งวันนะคะ
  • มาแอบเข้าตอนนี้ไม่ว่ากัน 
  • อยู่ที่ไหน คนไทยไม่ทิ้งกัน 
  • ไว้ทิ้งที่ขยะดีกว่า  ตาวิเศษเห็นนะ
สวัสดีครับ ครูอ้อย
  • ขอบคุณครับที่แวะมาทักทาย
IS
IP: xxx.130.113.229
เขียนเมื่อ 

แงๆ คุณ Mitochondria ใส่ wist band ไว้ข้างขวา เลยเข้าระบบไม่ได้ (ขี้เกียจเข้าระบบจากหน้าอื่น)

คนไทยไม่เคยทิ้งกัน... ฮืม... ส่วนใหญ่จริงนะคะ แต่พอบางทีถ้าคนไทยอยู่รวมกันเยอะๆ เริ่มจะแตกแยก ไม่ค่อยกลมเกลียวกันเท่าไหร่ เพราะตอนเป็นคนส่วนน้อย พอได้เจอคนไทยสักแค่คนเดียว ดีใจ๊ดีใจ แต่ที่ออสเตรเลีย บางเมืองคนไทยเยอะมาก เช่นที่ซิดนีย์ เจอกันก็ไม่เห็นยิ้มแย้ม เยอะมาก ก็ห่างเหินมาก (พอควร)

แอบเห็นอาจารย์จันทวรรณถามเรื่องความเร็วที่ญี่ปุ่น ที่ออสเตรเลียก็เร็วขึ้นนะคะอาจารย์

^____^ ค่อยทันใจวัยรุ่นหน่อย เฮ้อ...หนึดมานาน

วัยรุ่น รุ่นไหนครับคุณแนน???

แรกแย้ม...หรือเปล่า ??

สวัสดีตอนเช้าครับ คุณแนน
  • ต้องขอโทษด้วย ตอนนี้เอาออกแล้วครับ
  • หากเราไปอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยเจอคนไทย เราจะคิดถึงคนไทยด้วยกันครับ แต่ถ้าไปอยู่ในที่ที่มีคนไทยเยอะอยู่แล้ว ก็อาจจะลืมนึกเรื่องนี้ไปครับ เพราะอาจเป็นสิ่งที่เจออยู่ในชีวิตประจำวัน เมื่อไรที่ขาดหายไป เราถึงจะรู้ว่าสิ่งที่เราคุ้นเคยอยู่ทุกวันและอาจมองไม่เห็นคุณค่าในบางคร้งนั้น มีค่าต่อเรามากขนาดไหน
ถือโอกาสสวัสดีตอนเช้ากับคุณเอกด้วยเลยครับ เมื่อวานที่นี่ฝนตกทั้งวัน แต่เช้าวันนี้สดใสครับ
IS
เขียนเมื่อ 

คุณ Mitochondria เปลี่ยนเป็นใส่ wist band ข้างซ้ายก็ได้นะคะ แก้แค่ชื่อไฟล์เค้าจาก right เป็น left เพราะเค้าใช้ชื่อบอกตำแหน่งไว้ที่ไฟล์ด้วย

เห็นด้วยค่ะ คนไทย...ไม่สิ ใครๆ ก็มักจะเป็น ถ้าอะไรหายากๆ น้อยๆ ดูจะเป็นที่ต้องการ อะไรที่มากเกิน จำเจมักจะไม่ค่อยใส่ใจ เหมือนความรักของบางคู่ ที่ลืมเติมแต้มสีสัน ทำให้รักจืดจาก แต่พอห่างหายกันไป กลับคิดถึง (เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย)

น้าน...คุณเอก... มาแซวในบันทึกคนอื่นเลยนะ ฮืม...ฝากไว้ก่อนๆ อย่าเผลอนะ 555

^___^

  • ไม่เป็นไรครับ คุณแนน
  • คงใกล้เคียงกับที่คุณแนนเปรียบเปรยนั่นแหละครับ
  • ถ้าเรายอมรับในคุณค่าของที่เรามีอยู่ เราก็จะปฏิบัติอย่างที่เขามีค่าครับ อาจเป็นเพราะในอดีตผมเคยจากเมืองไทยไปนานพอสมควร ถึงรู้สึกรักเมืองไทย รักคนไทย เมื่อมีโอกาสจึงพยายามทำให้ดีที่สุดครับ ในฐานะที่เป็นคนไทยเหมือนกันครับ