สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน  มหาวิทยาลัยมหิดล

        ผมเตรียมไปเยี่ยมชื่นชมสถาบันเก่าแก่และมีชื่อเสียงในระดับภูมิภาคแห่งนี้     เมื่อไรก็ตามผมไปเยี่ยมสถาบันที่มีพัฒนาการมายาวนาน    ผมจะตั้งใจทำความเข้าใจว่าสถาบันฯ อยู่ในสภาพวิ่งนำการเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ในสภาพวิ่งตามไม่ทัน     หรืออยู่ในสภาพพกลางๆ ระหว่างสองขั้วนั้น     และทำอย่างไรเราจึงจะอยู่ในสภาพวิ่งนำ     อย่างน้อยก็นำอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือในภูมิภาค
        และเนื่องจากสถาบันนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านสาธารณสุขเป็นพิเศษ     ผมจะมีคำถามด้านความร่วมมือ สร้างการสนธิพลัง (synergy) กับหน่วยงานอื่น ทั้งในมหาวิทยาลัยมหิดล    และนอกมหาวิทยาลัย

พัฒนาการและการก่อตั้ง
 สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน แต่เดิมคือ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน ซึ่งก่อตั้งและเริ่มดำเนินการเมื่อปี 2525 เพื่อดำเนินโครงการศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธาณสุขมูลฐานแห่งอาเซียน โดยความร่วมมือกันของมหาวิทยาลัยมหิดล กับกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนการก่อตั้งโดยองค์การ JICA ประเทศญี่ปุ่น เป็นเครือข่ายร่วมดำเนินการกับศูนย์ฝึกอบรมระดับภาคอีก 4 แห่ง ในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข คือ ภาคเหนือที่จังหวัดนครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดขอนแก่น ภาคกลางและภาคตะวันตก ที่จังหวัดชลบุรี และภาคใต้  ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 
ภารกิจที่สำคัญในระยะดำเนินโครงการศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาการสาธาณสุขมูลฐานแห่งอาเซียน คือการร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายดำเนินงานพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิต เพื่อครอบคลุมประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะชุมชนในชนบทโดยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐาน    ผสมผสานการดำเนินงานของกระทรวงพัฒนาสังคมหลายกระทรวง ทบวง กรม และเชื่อมโยงการปฏิบัติของชุมชนกับภาครัฐโดยเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศ
ต่อมาในปี 2529 ได้เริ่มดำเนินการหลักสูตรปริญญาโทนานาชาติ สาขาการบริหารงานพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานเป็นหลักสูตรแรกของโลก ซึ่งมีบทบาทต่อการถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาโดยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐานของประเทศไทยให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้วทั่วโลก และปี  2531 ก็ได้ยกฐานะเป็น สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน ดำเนินงานต่างๆ อย่างต่อเนื่องโดยจะครบรอบ 25 ปีในปี  2551
ส่วนศูนย์ฝึกอบรมระดับภาค 4 แห่ง ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขนั้น ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นเครือข่ายหน่วยงานในนามของ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน  กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
 
จุดแข็ง ภารกิจ และการดำเนินงานที่สำคัญในปัจจุบัน
 ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของประชาชน  กลุ่มปัจเจก  ประชาสังคม ชุมชน  และองค์กรชุมชน เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและการดูแลสุขภาพด้วยตนเองโดยเฉพาะความจำเป็นทางสุขภาพของคนส่วนใหญ่  เช่น  เอดส์  อนามัยแม่  เด็ก และครอบครัว สุขภาพแบบองค์รวมและสุขภาวะทางจิตใจ สุขภาพตามกลุ่มประชากรและกลุ่มเป้าหมายพิเศษ สังคมและสิ่งแวดล้อมทาง       สุขภาพของท้องถิ่น ซึ่งหลายด้าน จัดว่าเป็นแหล่งความเชี่ยวชาญพิเศษ  โดยดำเนินการต่างๆ คือ
1. เป็นองค์กรจัดการและประสานความร่วมมือสหสาขา (Multi-Disciplinary Collaboration)
2. การวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะแบบ PAR/CO-PAR/Grounded Research/CBD Research
3. การอบรม ประชุมสัมมนา รวมทั้งจัดการศึกษาดูงาน ทั้งระดับประเทศและนานาชาติ
4. การจัดการศึกษาระดับปริญญาโทนานาชาติด้านการสุขภาพและการสาธารณสุขมูลฐาน
5. การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและนานาชาติ โดยเฉพาะ ASEAN และกลุ่มประเทศ CLMVT (Cambodia  / Laos / Mynmar / Vietnam / Thai)
6. การพัฒนาความรู้  นวัตกรรม  และการจัดการความรู้ ผสมผสานทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการจัดการชุมชน
7. กิจกรรมและการดำเนินงานบางส่วนในปัจจุบัน


• ยุทธศาสตร์การวิจัยบูรณาการและเชื่อมโยงกับสภาวการณ์ของสังคม  กว่า 10  โครงการ/ปี  เช่น
(1) การวิจัยทางด้านต่างๆ เพื่อดำเนินงานเอดส์ในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ
(2) เครือข่ายการวิจัยฯ  17  ชุมชนเทศบาล ใน  8 จังหวัด  ลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง  เป็นการระดมเครือข่ายการวิจัยสหสาขาเพื่อสร้างศักยภาพกลุ่มประชาคมวิจัยของประชาชนในท้องถิ่น
ในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันแบบจิตอาสาของเทศบาลกับชุมชน ทีมวิจัยสหสาขาประกอบด้วย นักวิจัยจากคณะพยาบาลศาสตร์ศิริราช  คณะเทคนิคการแพทย์ สถาบัน      แห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน 
(3) เครือข่ายการวิจัยสร้างสุขภาพชุมชนลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง  ตำบลคลองใหม่  อ.สามพราน  จ. นครปฐม  ทีมวิจัยสหสาขาประกอบด้วย  นักวิจัยจากคณะพยาบาลศาสตร์ศิริราช  คณะเทคนิคการแพทย์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์  คณะเวชศาสตร์เขตร้อน  และสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
(4) เครือข่ายการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่การปรับแนวคิดร่วมชีวิตสังคมผู้สูงวัย โคยเครือข่ายนักวิจัย MERIT (Mahidol Elderly Research Institute Taskforce) เป็นการระดมเครือข่ายการวิจัยสหสาขา 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและ     ครอบครัวสถาบันวิจัยโภชนาการ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท คณะเทคนิคการแพทย์ และสถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน
(5) การวิเคราะห์ความจำเป็นเพื่อการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรค  ร่วมกับกรมอนามัย

• การพัฒนาองค์กรต้นแบบและการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนการทำงานพัฒนาสุขภาพ
(1) กระบวนการแผนแม่บทเพื่อพัฒนาสถาบันสู่การเป็นองค์กรจัดการความรู้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ร่วมกับเครือข่ายฯสถาบันสาธารณสุขสร้างเสริมสุขภาพ (สอส)
(2) แผนงานส่งเสริมเครือข่ายครอบครัวสถาบันสร้างสุขภาพ
(3) พัฒนาเครื่องมือและวิธีวิทยาที่ไม่เน้นกลวิธีแบบ Clinical-Based และ Hospital-Based และแต่เน้นส่งเสริมการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมแบบ Area-Based Function Participation / Community-Based Development  Approach และ Participatory Management เช่น การวิจัยแบบ PAR/ CO-PAR / การวางแผนและบริหาร โดย PHC MAP / Early Warning 

การสร้างทีมความเชี่ยวชาญและพัฒนาเครือข่ายนานาชาติ
(1) ศูนย์ประสานงานด้านเอดส์นานาชาติระดับภูมิภาค (HIV / AIDS Regional Co-ordination Center) 
(2) ศูนย์ประสานความร่วมมือการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐานขององค์การอนามัยโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO/SEARO Collaborating Center for PHC Development) 
(3) การพัฒนาความร่วมมือแบบข้ามสาขา เช่นกับสมาคมนักวิชาการสังคมศาสตร์แห่งเอเชีย แปซิฟิก  APSA  : Asia-Pacific Social Science Association  
การบริการทางวิชาการ  อบรม ประชุมสัมมนา ในประเทศและนานาชาติ  ปีละกว่า  30 โครงการ
การจัดการศึกษาปริญญาโทนานาชาติ  รวมทั้งการพัฒนาหลักสูตรปริญญาโท และปริญญาเอก การผลิตสื่อ หนังสือ คู่มือ และองค์ความรู้  เพื่อส่งเสริมการขยายผลการวิจัยสู่สาธารณะความสำเร็จและความภูมิใจ
• เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตโดยกลวิธีสาธารณสุขมูลฐาน ซึ่งทำให้ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสุขภาพเพื่อปวงชนเป็นอย่างมาก
• เป็นองค์กรต้นแบบในการเป็นหน่วยจัดการความรู้เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาของประเทศโดยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐานให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาแล้วทั่วโลก รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลวิธีการพัฒนากับนานาชาติ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการพึ่งตนเองของประชาชน
• พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือเพื่อการสาธารณสุขมูลฐานและการร่วมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพของประชาชนทุกระดับอย่างกว้างขวาง ทั้งองค์กรภาครัฐและองค์กรเอกชนที่ไม่หวังผลกำไร ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศกว่า 25 องค์กร ดำเนินโครงการวิจัยร่วมกันในระยะ 2 ทศวรรษที่ผ่านมามากกว่า  200 โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นโครงการวิจัยแบบมีส่วนร่วมและโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพของประชาชน   กลุ่มปัจเจก  ชุมชน  และองค์กรชุมชน  เพื่อการสร้างสุขภาพและการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง
• องค์การสหประชาชาติ จัดให้เป็นองค์กรความเป็นเลิศด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Center of Excellence in Human Resources Development)
• องค์การอนามัยโลก ประกาศเกียรติคุณ เป็นตัวแทนของประเทศไทยที่บรรลุผลสำเร็จ      ในการพัฒนาโดยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐาน เนื่องในวาระ 50 ปี ขององค์การอนามัยโลก
• องค์การ JICA ประเทศญี่ปุ่น เลือกสรรให้เป็นองค์กรที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน องค์กรแรกและองค์กรเดียวขององค์กรจากทั่วโลกที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การ JICA ทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในรอบ  20 ปีที่ผ่านมา
• ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบัน และเครือข่ายของผู้ผ่านการอบรมประชุมสัมมนา จากสถาบัน มีบทบาทในการเป็นผู้นำการพัฒนาทุกระดับ ทั้งผู้นำระดับนโยบาย ผู้บริหารระดับสูง ผู้นำหน่วยงานและผู้นำในท้องถิ่น ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและนานาชาติ สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างคนเพื่อนำการเปลี่ยนแปลงและนำการพัฒนาให้กับสังคม

ปัจจัยและองค์ประกอบทางศักยภาพภายใต้ความสำเร็จ
• การสร้างสรรค์และวางแผนตามศักยภาพของบุคลากรทุกกลุ่ม ทั้งแผนยุทธศาสตร์รวมและข้อตกลงรายบุคคล ไม่จำกัดตายตัวอยู่กับตำแหน่งและงานประจำ 
• การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม จัดการความรู้เพื่อการพัฒนาเชิงคุณภาพทั้งองค์กร เช่นการใช้กระบวนการ BSC : Balance Score Card  การจัดเวทีทบทวน เรียนรู้ และวิจัยเชิงปฏิบัติการในงานประจำโดยมีเครื่องมือต่างๆสนับสนุน เช่น ผลการประเมินตนเอง (SAR)
• ทรัพยากรทางวิชาการ ที่เอื้อต่อการดำเนินงานทั้งในประเทศและนานาชาติ
• การสนับสนุนของมหาวิทยาลัย พันธมิตร ความเป็นเพื่อน และเครือข่ายความร่วมมือ      ต่างๆ  ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
• เครือข่ายศิษย์เก่า ผู้ทรงคุณวุฒิ องค์กรความร่วมมือ และเครือข่ายในและต่างประเทศ

        ผมมองว่าเรื่องวิชาการด้านสาธารณสุขมันมีการเปลี่ยนแปลงมากและรุนแรงในระดับกระบวนทัศน์     เราคงต้องตรวจสอบให้ดีว่าเรากำลังอยู่ในกระบวนทัศน์ไหน     ทำอย่างไรเราจึงจะเป็นผู้นำกระบวนทัศน์ได้    

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ตค. ๔๙