แดดช่วงเที่ยงของเดือนพฤศจิกายนที่ก้าวล่วงเข้ามากลางเดือนแล้ว ไม่แรงกล้าพอที่จะแผดเผาให้ร้อนจนไม่กล้าจะเดินฝ่าไปในเส้นทางสายเปลี่ยวนี้ได้  

    บางคนใช้วิธีเดินไปเรื่อยๆ ชมนกที่บินร่อนไปมาระหว่างตึกสองข้างทาง ผ่อนคลายด้วยความเปล่าเปลี่ยวของเส้นทาง ที่ไม่เหงาเกินกว่าจะหาสิ่งให้เมียงมอง ในขณะเดิน

   บางคนปั่นจักรยานดีดกระดิ่ง กิ๊งก๊องๆ พลางชักชวนคนที่เดินไปล่วงหน้านั้น ด้วยความคุ้นเคยกัน ไม่ปล่อยให้เสียงการก้าวเท้าให้ดูโดดเดี่ยวเกินไปกว่านั้น

   การได้เดินในช่วงเวลาสั้นๆ จนกว่าจะสุดโค้งก่อนถึงร้านค้าขายข้าว ได้ให้อะไรมากกว่าการชมนกกระจอกคาบฟางเพื่อสร้างรัง ได้เห็นหญ้าที่แทรกดินปูน รอยร้าวของคอนกรีต ยื่นยอดต่อสู้ชูก้านขึ้นมา

  การได้เหงื่อซึมแผ่นหลัง  และรู้สึกเย็นเยียบเมื่อได้นั่งพักระหว่างรอกับข้าว อาหารตามสั่ง

  ขากลับ เห็นผืนสนามหญ้าตรงโค้งของทางเดิน สีเขียวของหญ้าทำให้ถนนคอนกรีตตรงบริเวณนั้น ไม่แข็งกระด้างเกินไป คล้ายจะช่วยให้จิตใจของคนที่เห็นได้ผ่อนคลายลงบ้างเช่นกัน

  เป็นความรู้สึกที่ดี ที่ได้ออกกำลังกายบ้างแม้จะเพียงเวลาอันน้อยนิด...

  เป็นความรู้สึกดีๆในกลางวันของวันหนึ่ง...

  ที่ไม่เปลี่ยวร้างเกินไปกว่าถนนสายนี้ ที่คุ้นเคย...

....................

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ในวันที่อากาศเย็นโชยชื่นระรื่นใจ

19 พฤศจิกายน 2556

พ.แจ่มจำรัส