เก็บภาพกิจกรรมการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ สนับสนุนการปฎิบัติงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรภาคสนาม ความร่วมมือแบบบูรณาการของหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 21-22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ แหล่งเรียนรู้องค์กรเกษตรกร(กลุ่มแม่บ้านเกษตรกบ้านขอนทองคำและกลุ่มยุวเกษตรกรบ้านใหม่เขาดงรื่นพัฒนา อำเภอพรา่นกระต่าย" งานนี้ได้รับควา่มรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมาย....จึงขอบันทึกไว้เพื่อเป็นการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ที่สนใจ ณ ที่แห่งนี้ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ G2K คร้าบ!!!!

                                      -ขอต่อบันทึีกที่ 2 เกี่ยวกับ"โครงการผลิตคู่มือการจัดกระบวนการเรียนรู้ สนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรภาคสนาม และวิทยากรเกษตรกรประจำแหล่งเรียนรู้องค์กรเกษตรกร"ในวันที่ 2 ของกำหนดการเลยก็แล้วกันนะครับ...หลังจากเมื่อวานนี้ ผมได้พาผู้อ่านทุกท่านไปเยี่ยมเกษตรกรตัวอย่างพร้อม  ๆ กับชมกิจกรรมภายในพื้นที่การเกษตรของ"พี่สมเวส"และ"พี่เยาว์"กันแล้ว มาวันนี้ผมจะนำทุกท่านไปยัง"แหล่งเรียนรู้กลุ่มยุวเกษตรกรบ้านใหม่เขาดงรื่นพัฒนา"สถานที่จัดกิจกรรมโครงการนี้ด้วยกันครับ....พร้อมแล้วตามผมไปชมกิจกรรมกันได้เลยคร้าบ!!!

1.ก่อนอื่นขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับหน่วยงานภาคีที่ร่วมกันดำเนินงานโครงการนี้ก่อนนะครับ...โครงการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักส่งเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชมรมผู้่ผ่านการฝึกงานเกษตรจากประเทศญี่ปุ่น(JAEC) สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง(mekong Institute) และ HRD Thailand โดยมี"กรมส่งเสริมการเกษตร"เป็นหน่วยงานประสานงานครับ....สำหรับ"ทีมงาน"จากหน่วยงานภาคีต่าง ๆที่มาร่วมกิจกรรม ผมจะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกันในแต่ละกิจกรรมในบันทึกนี้ครับ....

2.ท่านแรกที่จะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักก็คือ"คุณอุบลวรรณ อารยพงศ์"หรือ"พี่โจ้"จากสำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร ครับ....ในวันนี้ "พี่โจ้"ได้ทำหน้่าที่เป็น "Trainer" พร้อมๆ กับเป็น"Facilitator"ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ในวันนี้ครับ....

3.ก่อนเริ่มกระบวนการเรียนรู้ในวันนี้ ในช่วงเช้าสมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรฯได้นำ"ทีมงาน"ไปชมแปลงเรียนรู้เรื่อง"การดำนา"ณ แปลงนาที่สมาชิกกลุ่มได้ช่วยกันลงมือด้วยตนเอง ซึ่งผมได้บันทึกไว้ให้ได้ติดตามชมกันตามบันทึกนี้ครับ กิจกรรมแปลงเรียนรู้เรื่อง"ข้าว" เมื่อถึงแปลงเรียนรู้แล้วประธานกลุ่ม"น้องเฟิร์น"ได้แนะนำให้ทีมงานได้ทราบถึงการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของกลุ่มยุวเกษตรกรที่ผ่านมา งานนี้สมาชิกตัวน้อย ๆ ของผมได้แสดงบทบาทการเป็นภาวะผู้นำและมีแววในการเป็น"วิทยากรเกษตรกร"ที่ดีในอนาคตด้วยล่ะครับ.....

4.หลังจากชมแปลงเรียนรู้ของกลุ่มยุวเกษตรกรแล้ว ก็ได้เวลาที่"ทีมงาน"จะดำเนินกิจกรรมต่อแล้วล่ะครับ งานนี้ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม เราก็มาชมการเปิดประชุมสภากลุ่มยุวเกษตรกรฯก้นก่อนครับ...ครั้งนี้สมาิชิกตัวน้่อย ๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเปิดประชุมสภากันอย่างเต็มที่ ทำให้ผุ้เข้าร่วมกิจกรรม"ประทับใจ"ไปตาม ๆ กันครับ...เมื่อเปิดประชุมสภาแล้ว"พี่โจ้"ก็เริ่มบทการการเป็น "Trainer"ทันทีครับ...และ"กระบวนการเรียนรู้"ก็เริ่มขึ้น ณ บัดนี้.....

5."พี่เยาว์"เป็นคนแรกที่จะนำเสนอเกี่ยวกับประสบการณ์ในการทำงานและการปรับเปลี่ยนอาชีพของตนเองจากรับจ้างก่อสร้างมาเป็น"เกษตรกรตัวจริง" Storytelling ของ"พี่เยาว์"ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการปลูก"มันอ้อน"ประเด็นเรื่อง"มันอ้อน"จึงถูกนำมาเป็นประเด็นหลักในการถ่ายทอดตามกระบวนการในวันนี้ครับ.....โดยสรุปว่า"ความเป็นมาของ"มันอ้อน"นี้"พี่เยาว์"เล่าว่า ได้รู้จักกับมันอ้อนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กครับ สมัยก่อนจะกิน"มันอ้อน"แทนข้า่ว เพราะว่าข้าวหายาก และมันอ้อนจะอยู่ในป่า จึงหาง่าย แต่ทำไมถึงเรียกมันชนิดนี้ว่า"มันอ้อน"นั้น ผู้ใหญ่ชุบ เสริมว่า"เนื่องจากสมัยก่อน จะกินมันเป็นอาหารหลัก ดังนั้น เวลาไปทำไร่ทำนาก็จะนำมันอ้อนติดตัวไปด้วย และเวลาเด็ก ๆ หิวข้าวและร้องอ้อนกินข้าว พ่อแม่ก็จะนำมันมาป้อนให้เด็ก ๆกินเพื่อประทังความหิว ดังนั้น ชื่อว่า"มันอ้อน"อาจจะมีที่มาเกี่ยวกับเรื่อง"การอ้อน"นี้ก็ได้นะครับ 5555.....และวันนี้"พี่เยาว์"ก็ได้นำเอา"มันอ้อน"มานึ่งแบบโบราณให้พวกเราได้ชิมกันด้วยล่ะครับ....

6.อีกคนหนึ่งที่จะมาเล่าเรื่องให้เราได้ฟังในวันนี้ก็คือ"พี่สมเวส"ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขอนทองคำ ที่จะนำเอาประสบการณ์ต่าง ๆ ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่การปลูกมันสำปะหลังมาเป็นการ"ปลูกตะไคร้"เพื่อจำหน่าย และปลูกพืชผักสวนครัว ไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือน รวมทั้งการใช้เวลาว่างจากการทำเกษตรไปแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม เช่น การทำไข่เค็ม การทำกระยาสารท การถักกระเป๋า ฯลฯ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกถ่ายทอดมาตาม"หลักการ""หลักคิด""หลักปฎิบัติ"ที่ได้สั่งสมมาเป็นเวลานาน..ทำใ้ห้ผุ้เข้าร่วมกิจกรรได้แนวคิดและปรับวิธีคิดให้รับกับสิ่งใหม่ๆ ได้มากทีเดียวครับ.....

7.หลังจากที่ได้รับฟังแนวความคิดและทราบถึงการดำเนินกิจกรรมของ"วิทยากรเกษตรกร"ทั้งสองท่านแล้ว ต่อไปก็เป็นการแนะนำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รู้จักกับ "อาจารย์ลัดดา ลีลาศวัฒนกิจ(เสื้อสีเขียว)"ตัวแทนจาก"สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นแหล่งสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมในวันนี้ครับ "อาจารย์ลัดดา"ได้เล่าให้ฟังว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่ให้บริการวิชาการให้แก่ประชาชนทั่วไป หากมีความสนใจเรื่องใดก็จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายในเรื่องนั้น ๆ ให้กับผู้ที่สนใจได้รับทราบข้อมูลและการให้บริการของสำนักฯนี้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ด้วยล่ะครับ....ท่านได้ทิ้งท้ายไว้ว่า หากสนใจที่จะทราบถึงรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ก็สามารถติดตามข่าวได้จากที่นี่ครับ สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

8.อีกท่านหนึ่งที่มาร่วมกิจกรรมของเราในวันนี้ก็คือ"คุณรวรัตน์ นราภิรมย์สุข"วิทยากรจิตอาสา ได้มาแนะนำให้พวกเราได้รู้จัก สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง(Mekong Institure) ว่ามีความเป็นมาและมีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้อย่างไร และมาชวนน้อง ๆ ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ภาษาเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ด้วยการฝึกกล่าวคำทักทาย แบบง่าย  ๆ ของประเทศต่าง ๆ เช่น ภาษาลาว ภาษาพม่า ภาษากัมพูชา และภาษาเวียดนาม งานนี้น้อง ๆ และผู้ร่วมกิจกรรม สนุกสนานพร้อมกับได้เรียนรู้ภาษาของประเทศใกล้เคียงด้วยล่ะครับ.....

9.หลังจากนั้นก็ถึงการเรียนรู้ในเรื่องของการทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการสู่ความเป็นมืออาชีพ โดยการระดมความคิดในสิ่งที่ได้เรียนรู้่ในวันนี้ พร้อมทั้งให้ส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมูลที่ได้ช่วยกันระดมความคิดมา โดยใช้หลักการฝึกเป็นผู้นำ

ก ข ค ง ครับ.....หลักของ ก ข ค ง สรุปได้ดังนี้ครับ

ก "กระตุ้น"คือการกระตุ้น โน้มน้าวผู้เรียน เวลาที่ใช้ประมาณ 10 % ของเวลาทั้งหมด

ข "ข้อมูล" คือการให้ข้อมูลแก่ผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ใช้เวลา 40 % ของเวลาทั้งหมด

ค "คึกคัก" คือการทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลา 40 % ของเวลาทั้งหมด

ง "เงียบ ๆ ง่าย ๆ"  คือการประมวลสรุปสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ อย่างสั้น กะทัดรัด ชัดเจน เน้นเฉพาะสาระสำคัญที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ใช้เวลา 10 % ของเวลาทั้งหมด

มาถึงตรงนี้.....ก็สรุปได้แบบสั้น ๆ ว่า งานส่งเสริมการเกษตรของผม ในฐานะนักส่งเสริมการเกษตรในระดับพื้นที่ จะต้องนำเอาหลักการที่ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ในวันนี้ไปใช้ประกอบการส่งเสริมและการทำงานในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้กับองค์กรเกษตรกร เพื่อสร้างให้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้และการสาธิตในเรื่องต่าง ๆ ให้กับผู้ที่สนใจได้มาศึกษาดูงาน ทั้งนี้ก็สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ"การพัฒนาวิทยากรเกษตรกรให้มีมีขีดความสามารถในการทำหน้าที่เป็นวิทยากรจัดกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้"ได้อย่างมั่นใจ นั่นเองครับ....

สำหรับวันนี้....ขอจบบันทึกไว้เพียงเท่านี้ก็แล้วกันนะครับ....สองบันทึกนี้อาจจะมีเนื้อหาสาระมากไปซักหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจจะนำมาแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจได้ร่วมเรียนรู้การเป็น"วิทยากรกระบวนการ"ไปพร้อมๆ กับผม บางอย่างจะตกหล่นไปบ้า่ง แต่ก็ยินดีที่ได้นำมาเล่าและเก็บไว้ในบันทึกนี้ครับ....

ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติตามมาอ่าน Storytelling by "ฅนพอเพียง" นี้ครับ.....

               สวัสดีครับ....

                                                                                                         เพชรน้ำหนึ่ง

                                                                                                         25/10/2556

ปล.-ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมนี้นะครับ....

      -ขอบคุณ สำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

      -ขอบคุณ สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร

      -ขอบคุณ ชมรมผู้ผ่านการฝึกงานเกษตรจากประเทศญี่ปุ่น(JAEC)

      -ขอบคุณ สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง(Mekong Institute)

      -ขอบคุณ HRD Thailand

      -ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ พี่น้องชาวบ้านหมู่ที่ 12 ตำบลพรานกระต่าย น้อง ๆ กลุ่มยุวเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและเครือข่ายองค์กรต่าง ๆในพื้นที่ ขอบคุณมาก ๆ ครับ....