ผู้เขียนคิดว่าเมืองไทยของเรามีความหลากหลายในด้านชีวะภาพ(Biodiversity) เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น

ผู้เขียนคิดว่าเมืองไทยของเรามีความหลากหลายในด้านชีวภาพ(Biodiversity) เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ผู้เขียนเคยไปที่ New Zealand พบว่าในป่าของเขามีสัตว์เพียงไม่กี่ชนิด ผักและพืชก็มีเพียงชนิดทีซ้ำๆกัน แต่บ้านเรามีความหลากหลายมาก ผู้เขียนได้แนวคิดมาจากพี่เกษตรกรเรียนรู้บันทึกนี้ครับ ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยจะใช้ยาฆ่าแมลงอยู่แล้ว ใช้เพียงน้ำสะเดา ตอนนี้ได้ปลูกผักแบบปนๆกัน  ไม่ได้ใช้น้ำสะเดาแล้ว ให้แมลงกินบ้าง คนกินบ้างแบ่งปันกันไป แต่แมลงกินน้อย สงสัยแมลง งง งง...555

 

 

เข้าใจว่าแมลงมากินคง งง งง ว่าต้นอะไร ในภาพมีต้นใบยอ ต้นมะระขี้นก ต้นผักปรัง และตำลึง ปลูกปนๆกัน ผักงามดีมาก ไม่ต้องใส่สารพิษ นอกจากนี้ผักยังเกื้อกูลกันดี

 

 

ผู้เขียนเอาผักในป่ามาปลูกปนกับผักบ้าน เช่นเอาต้นบอนมาปลูกปนกับต้นโสมกินใบ หรือเอาต้นใบเปราะมาปลูกคลุมพื้นดินใต้ต้นพริก พบว่าผักชนิดต่างๆงอกงามได้ดี ไม่แพ้ผักที่ปลูกแยกๆกัน สมัยก่อนตอนเด็กๆ เคยเห็นพ่อปลูกผัก ปลูกมะม่วงกอกล้วยเก่า ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า กอกล้วยเจาะดินแข็งไปก่อน นอกจากนี้ยังมีน้ำให้แก่ต้นไม้ที่มาปลูกทีหลังด้วย

 

ผู้อ่านลองทำดูนะครับ ลองให้ผักชนิดที่กินได้ ไปพันผักชนิดอื่น ให้มันปนกันไป ไม่ต้องใช้สารพิษ ถ้ามีแมลงมากินผักก็มากินเป็นส่วนน้อย ถือว่า แบ่งกันกิน มีความเมตตาต่อแมลงนะครับ

 

ต้นยอถือว่าเป็นผักที่มีแคลเซียมค่อนข้างสูง กินป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ครับ ส่วนยอดตำลึงมีทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัสและธาตุเหล็ก ที่น่าสนใจคือมีงานวิจัยของสถาบันโภชนาการของมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าไว้ว่า หากกินตำลึงบ่อยๆเส้นใยในตำลึงช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ส่วนมะระขี้นกนั้น หวานเป็นลม ขมเป็นยา เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ แก้กระหายน้ำได้ครับ ลองปลูกผักกินได้ ปนๆกันไป เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนนะครับ รับรองแมลง งง งงขอบคุณมากครับที่เข้ามาอ่าน…

ลองไปอ่านต่อบันทึกนี้ของพี่เกษตรกรเรียนรู้นะครับ…

สมาชิกท่านใด เคยปลูกผักแบบนี้บ้างครับ ใครลองเอาไปทำดู ได้ผลอย่างไร มาแจ้งบ้างนะครับ...