ขั้นที่ ๑  การสังเกตข้อเท็จจริง

              (๑) ถ้าเราโยนก้อนเนื้อ ๑ ก้อน ให้สุนัข  ๒ ตัว  มันจะแย่งชิงก้อนเนื้อกัน    (๒) ถ้าชายหนุ่ม  ๓  คน รักสาวคนเดียวกัน  พวกเขาจะแย่งชิงกัน  และเป็นศัตรูกัน    (๓) ถ้าตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลง ๑  ตำแหน่ง  แต่มีคนต้องการ  ๔ คน  คนทั้ง ๔ คนนั้นจะเปลี่ยนจากมิตรเป็นศัตรูกันทันที    (๔) ถ้าลูกต้องการดูหนังการ์ตูน   แม่ต้องการดูนิยายหวานๆ   พ่อต้องการดูมวย  ในเวลาเดียวกัน  แต่ทีวีมีเครื่องเดียว  คนทั้งสามจะรู้สึกไม่พอใจกันและกัน  ฯลฯ   เหตุการณ์มากมายในชีวิตประจำวัน  จะเป็นเช่นนี้

              ข้อสังเกตหนึ่ง :  ในข้อ (๑) ก้อนเนื้อคือสิ่งที่สุนัข ๒ ตัวต้องการ  ถ้าตัวหนึ่งบรรลุเป้าหมาย จะขัดขวางไม่ให้อีกตัวหนึ่งบรรลุเป้าหมาย  ทำให้สุนัขสองตัวนี้นเป็นศัตรูกัน  ก้อนเนื้อนั้นคือ "ผลประโยชน์" ของพวกมัน   ข้อ (๒) หญิงสาวคือ "ผลประโยชน์" ของชายหนุ่มทั้งสามคนนั้น   ข้อ(๓)ผลประโยชน์คือตำแหน่งรัฐมนตรี    ข้อ(๔)ผลประโยชน์  คือเรื่องที่แต่ละคนอยากดู

              ข้อสังเกตสอง : "ผลประโยชน์" คือ ตัวการที่ก่อให้เกิด "ความขัดแย้ง" (Conflict)  เป็น "ความขัดแย้งระหว่างบุคคล อันเนื่องมาจากผลประโยชน์ขัดกัน" (Interpersonal Conflict)  คือ  ความขัดแย้ง ระหว่างสุนัข ๒ ตัว    ระหว่างชายหนุ่ม ๓ คน    ระหว่างคนที่ต้องการตำแหน่ง ๔ คน    และ  ระหว่าง  พ่อ - แม่ - ลูก

              ข้อสังเกตสาม : ความขัดแย้งระหว่างบุคคลนำไปสู่ "ความเป็นศัตรูกัน"  และ ทะเลาะกัน  หรือทำร้ายกันและกัน

              ข้อสังเกตสี่ : "ผลประโยชน์"  มีอำนาจ  "ควบคุม"  พฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์

       ขั้นที่ ๒   สร้างทฤษฎี

              " สิ่งที่บุคคลต้องการจะเป็นผลประโยชน์ของบุคคลนั้น   ถ้าหากการบรรลุเป้าหมายของตนได้รับการขัดขวางจากอีกฝ่ายหนึ่ง  ก็จะเกิดความขัดแย้งระหว่างบุคคล  และนำไปสู่ความเป็นศัตรูกัน  ต่อสู้กันเพื่อเอาชนะในรูปแบบการบังคับขู่เข็ญ   โดยการใช้อำนาจในรูปแบบต่างๆ    หรือการปรองดอง   หรือ การถอยหนี "

        และผมจะตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า "ทฤษฎีความขัดแย้งระหว่างบุคคล" หรือ  Interpersonal  Conflict  Theory