หายไป 2 วันที่ไม่ได้เขียนบันทึก หลังจากเขียนบันทึก บทกวี : ความสุขอยู่แค่หน้าบ้านดูเหมือนจะเป็นบันทึกที่บ่งบอกถึงการได้เก็บเกี่ยวความสุขง่ายๆ ที่อยู่ใกล้ๆรายรอบตัวเรา แต่ขณะเดียวกันความทุกข์ก็อาจจะอยู่ข้างๆเราและอาจจะอยู่ใกล้กว่าความสุขที่เราได้เก็บเกี่ยวกอบโกยเอาด้วยความหลงลืมตัวนั้นก็เป็นได้

คืนอาทิตย์นั้นหลังเข้านอนจิตใจได้คิดถึงวันพรุ่งที่จะทำงาน คิดไปต่างๆนานา ทั้งเรื่องที่ผู้ช่วยฯได้ตำหนิทีมงานในวันก่อน ทั้งเรื่องแผนงานที่จะปรับเปลี่ยน

จนเวลาล่วงเลยจากห้าทุ่มเป็นเที่ยงคืน ใจก็ยังวกวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ พยายามทำสมาธิแต่ทำได้สักพักจิตก็หลุดกับมาคิดเรื่องเดิมๆอีกจนในที่สุดก็เผลอหลับไป

หลับได้สักพักก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีก ดูนาฬิกาตีสามกว่า ถึงตอนนี้เลยเดินลงมาข้างล่าง ดื่มน้ำ ทักทายเจ้าทอฟฟี่ ด้านนอกฝนตกปรอยๆ นั่งดูสายฝนรินหลั่งเป็นเส้นสายผ่านแสงไฟลงมาอย่างอ้อยอิ่ง

ขึ้นไปล้มตัวนอนอีกครั้งจนหลับไปในที่สุด จนถึงเช้า

จากการที่นอนไม่เต็มตื่น ทำให้การมาทำงานในวันรุ่งขึ้นรู้สึกอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด จนต้องบอกผู้ช่วยฯเพื่อขอลาครึ่งวันเพื่อไปพักผ่อน

ถึงบ้านยายามจะนอนให้หลับ นึกขึ้นได้ว่าเคยมียาที่หมอให้มากินแล้วทำให้ง่วง นึกตำหนิตัวเองว่าทำไมเมื่อคืนถึงไม่นึกถึงยาตัวนี้ ค้นหาจนเจอและกินไปเม็ดหนึ่ง

ผลของยาทำให้หลับจนมืดค่ำ จนถึงเช้าวันนี้ก้ยังงัวเงียอยู่...

เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นมาเพราะจิตวิตก ความคิดมากถึงงานที่ยังมาไม่ถึง คิดมากถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาแล้ว และเราไม่สามารถไปเปลี่ยนมันได้

ซึ่งก็รับรู้กับมันดี พอถึงความสุข ความทุกข์ มาผจญก็หลงลืมตัวไปกับมันจนได้

นี่ล่ะนะ พระท่านถึงว่า สุข-ทุกข์ คือสิ่งเดียวกัน

.................

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

ในค่ำคืนที่ฝนห่างหาย

1 สิงหาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส