ครูของแผ่นดิน

๑. ความรอบรู้

ทรงเป็นอัจฉริยะกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถหลายสถาน ครอบคลุมทุกสาขาวิทยาการ รวมทั้งหลักวิชาการสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ นำสู่การปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้อย่างสัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรมชัดเจน

๒. ความใฝ่รู้

ทรงวิทยาการอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งด้วยการศึกษาค้นคว้าด้วยพระองค์เอง การสังเกต การทดลอง การวิจัย ทรงแสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ เพื่อประกอบพระราชกรณียกิจ

๓. ความใจกว้าง

ทรงมีพระราชหฤทัยกว้างขวาง ทรงเปิดกว้างในการรับฟัง ความคิดเห็น ทรงเน้นอยู่เสมอว่า พระราชดำริเป็นเพียงข้อเสนอแนะ ขอให้ช่วยกันทักท้วงแก้ไข เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ

๔. การใช้ภาษาและการสื่อสาร

ทรงมีพระอัจฉริยะด้านการใช้ภาษา แม้จะทรงศึกษาในต่างประเทศ ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แต่ทรงพระปรีชาในการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องชัดเจนลุ่มลึก มีอรรถรส ความประณีต และความงดงามแห่งภาษา

๕. การสอน

ทรงมีเทคนิควิธีสอน การถ่ายทอดความรู้ ได้พระราชทานความรู้ในศาสตร์และศิลป์ เพื่อประโยชน์อันยั่งยืนแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างเหมาะสมชัดเจน เช่นเดียวกับครูสั่งสอนศิษย์

๖. การค้นคว้าวิจัย

ทรงศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างมีระบบ ด้วยวิธีที่เป็นวิทยาศาสตร์ ผลงานชิ้นสำคัญ คือ "กังหันน้ำชัยพัฒนา" เพื่อการบำบัดน้ำเสีย และทรงตั้งห้องปฏิบัติการด้านการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและการวิจัยด้านอื่นๆ

๗. การสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการ

ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านการเขียน ผลงานแปลล้ำค่าประดุจเพชรเม็ดงามของบรรณพิภพ และยังทรงผลิตสารสนเทศรูปแบบอื่นๆ อาทิ โน้ตเพลง ภาพวาด ภาพถ่าย อันทรงคุณค่า เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของชาติ

๘. คุณธรรมและจริยธรรม

ทรงมีพระราชหฤทัยเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา และทรงยึดมั่นในทศพิธราชธรรม ดังพระบรมราโชวาทที่ว่า "การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล"

๙. การพัฒนา

ทรงเป็น "นักพัฒนา" อันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญอย่างยิ่งของความเป็นครู ซึ่งพึงมี "ความฉลาดรู้" กล่าวคือรู้แล้วสามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สร้างสรรค์ ดังจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

.............................................