เก็บภาพ"การดองหมากเม่า"ไว้่เมื่อก่อนวันเข้าพรรษา มาถึงวันนี้"ดองหมากเม่า"ได้ที่แล้ว และได้ข้อมูลเกี่ยวกับ"หมากเม่า"ที่น่าสนใจจาก Internet อีกหลายอย่างเลยล่ะคร้าบ!!!!

                          -เมื่อหลายวันก่อนผมได้ลงบันทึกเกี่ยวกับ"ต๋ำบะเม่า"ไว้ และมีผู้สนใจเข้ามาติดตามอ่านหลายท่านในบันทึกมีมิตรรัก G2K ได้บอกว่า"บะเม่า"บางแห่งเรียก"หมากเม่า"ครับ ซึ่งเป็นชื่อเรียกตามแต่ละท้องถิ่น วันที่ผมได้ทำ"ต๋ำำบะเม่า"นั้น ได้แบ่งส่วนหนึ่งไว้"ดอง"และได้สัญญาเอาไว้ว่าจะนำวิธีการ"ดองหมากเม่า"มาฝากกัน วันนี้ผลการ"ดองหมากเม่า"เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงนำภาพและวิธีการ"ดองหมากเม่า"มาฝากในบันทึกนี้ครับ....


1.ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณภาพ"ต้นหมากเม่า"จาก Internet ก่อนนะครับ...วันนี้ได้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ"หมากเม่า" ตามข้อมูลที่ได้มาเขาบอกว่า"หมากเม่า" เป็นพืชพื้นเมืองและมีหลายชนิด แต่ในประเทศไทยมีไม่เกิน 10 ชนิด และชนิดที่เป็นพืชเศรษฐกิจก็คือ"หมากเม่าหลวง" ที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นไวน์หมากเม่า,แยมหมากเม่า สำหรับ"หมากเม่า"ที่ผมได้มาเป็น"หมากเม่าลูกเล็กๆ" คาดว่าน่าจะเป็นพันธุ์พื้นบ้านที่มีอยู่โดยทั่วไปในทุกภาคของบ้านเราน่ะครับ.....


2.ข้อมูล"หมากเม่า"ใน G2K ได้มีผู้ได้บันทึกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ"หมากเม่า"ไว้ 2 ท่าน ซึ่ง ผศ.ดร.ภาวดี ภักดี ได้บันทึกไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้วในเรื่อง"หมากเม่า เบอร์รี่ไทยเพื่อสุขภาพ" และอีกท่านหนึ่งก็คือ ท่านวินัย แสงแก้ว บันทึกเรื่อง"หมากเม่าคืออะไร"ซึ่งผมจะขออนุญาตนำบันทึกของทั้งสองท่านมาจัดเก็บไว้ในบันทึกที่เกี่ยวข้องในท้ายบันทีกนี้ก็แล้วกันนะครับ ทั้งนี้จะได้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเรื่อง"หมากเม่า"ต่อไป....


3.เมื่อทราบถึงที่มาและความรู้เกี่ยวกับ"หมากเม่า"แล้ว ต่อไปเรามาดูวิธีการ"ดองหมากเม่า"กันต่อดีกว่าครับ...ที่มาของชื่อบันทึกในวันนี้ได้มาจากคำจำกัดความของคำว่าเบอร์รี่"Berry" ครับ...เบอร์รี่"Berry" โดยทางพฤกษศาสตร์ หมายถึง ผลไม้ที่เนื้่อและเมล็ดเกิดขึ้นจากรังไข่เีดียวกัน แต่โดยทั่วไปคำว่า"เบอร์รี่" มักจะถูกใช้เรียกผลไม้ลูกเล็ก ๆ กลม ๆ หรือเหลี่ยม ๆ สีสันสดใส มีรสเปรี้ยวหรือหวาน เช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แรสเบอร์รี่ ฯลฯ เสียมากกว่า ดังนั้น วันนี้ผมจึงขอใช้คำว่า"เบอร์รี่"กับ"หมากเม่า"ผลไม้ลูกเล็ก ๆ ตามคำจำกัดความในบันทึกนี้ก็แล้วกันนะครับ....ขั้นตอนแรกก็นำ"เบอร์รี่ไทย"มารูดเอาเฉพาะผลเล็ก ๆ เตรียมไว้....


4.ต่อไปก็มาเตรียม"น้ำเกลือ"สำหรับดอง โดยการนำ"เกลือเม็ด"มาต้มให้เดือด ความเค็มก็ต้องลองชิมดูไม่ต้องให้เค็มมากนะครับ ได้น้ำเกลือแล้วก็ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำน้ำเกลือมาเทลงใน"เบอร์รี่ไทย"ที่เตรียมไว้ตามภาพครับ....เสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ จนกระทั่งได้ดองได้ที่เวลาประมาณ 4-5 วัน เท่านี้ก็ได้"เบอร์รี่ดอง"แล้วล่ะครับ...สำหรับขั้นตอนนี้ผมได้ทำก่อนวันเข้าพรรษา จนถึงวันนี้"เบอร์รี่ดอง"ได้ที่แล้วจึงนำมาฝากมิตรัก G2K ทุกท่านครับ..


5.และนี่ก็คือ"เบอร์รี่ไทยดอง"ครับ..สีของน้ำดองจะออกสีแดงซึ่งมาจาก"ลูกเบอร์รี่"ที่สุกแล้วนั่นเองครับ...ได้"เบอร์รี่ดอง"แล้วก็นำมา"จิ้มกับพริกเกลือ" รสชาติไม่ต้องบอกนะครับว่า"เปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ หวานๆ" หรือรสชาติไม่แพ้ "องุ่นนอกดอง"เลยล่ะคร้าบ!!!!!55555

 สำหรับวันนี้... เป็นยังไงกันบ้างครับกับ"ดองเบอร์รี่ไทย Style "phet"ผลไม้ไทย ๆ ไม่แพ้ผลไม้ราคาแพงจากต่างแดน!!!!!!

                                   สวัสดีครับ..

                                                                                                         เพชรน้ำหนึ่ง 

                                                                                                         30/07/2556