บ้านปางไม้...
ชื่อหมู่บ้านที่ดิฉันอาศัยอยู่คะ
ตั้งอยู่ในอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
เป็นเขตชายแดนติดกับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
ตอนปิดเทอมที่ผ่านมาได้มีโอกาสกลับบ้านคะ
วันนี้เลยเอารูปบ้านน้อยกลอยใจมาให้เยี่ยมชมกัน
เป็นบ้านน้อยกลอยใจที่สร้างมาตั้งแต่ปีที่ดิฉันไม่เกิดคะ
หลังไม่ใหญ่มาก อายุก็มากโขอยู่
ไม่ได้สวย ไม่ได้หรูหราอะไร
แต่ความรัก ความห่วงใยก็มากมายเหมือนกันคะ

ฝาบ้านมีรอยน้ำท่วมตอนดิฉันอยู่ปอสองคะ ตอนนี้อยู่ปีสองแล้ว
แต่ร่องรอยอุทกภัยครานั้นยังฝังลึกอยู่ในฝาบ้าน
และจิตใตของชาวบ้านทุกคนคะ

หลังน้อย ๆ นี่ที่บ้านดิฉันเรียก " หลองข้าว " คะ
เป็นที่เก็บเมล็ดข้าวของเราทุก ๆ ปี ไว้เก็บข้าวกินคะ

หลังยิ่งน้อยนี่เป็นศาลเจ้าที่เจ้าเดนคะ
จะไปไหนมาไหนต้องคอยบอกท่านให้ช่วยคุ้มครองคะ

กระบุงหาบผ้าของแม่คะ แม่ใช้งานมันมาตั้งแต่ดิฉันอยู่ปอสี่
แต่ก็ยังไม่พังสักที ความอดทนแข็งแรงของมัน ยกที่หนึ่งให้เลยคะ

สถานีจอดหมวกคะ ไปนามาทีไร ก็แขวนไว้ตรงนี้ทุกที
บ้านดิฉันเรียกหมวกแบบนี้ว่า " กุบ " คะ

โมบายกระดองปูคะ ยามลมพัดมาเสียงของมัน
ก็เพราะไม่แพ้กระดิ่งของฝรั่งเขาเลยคะ

ท้ายรถอีแต๋นพ่อคะ ตัวเครื่องข้างหน้าจอดอยู่กลางทุ่งนู่นแน่ะ
อันนี้เป็นความเชื่อคะ ช่วงนี้ที่หมู่บ้านบอกว่า ให้เอาพริกแห้งห้อยหน้าบ้าน
ผีแม่ม่ายจะได้บ่มาหักคอ จริงไม่จริงไม่รู้เหมือนกันคะ แต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้

รั้วไม้บ้านดิฉันคะ ถึงจะไม่แข็งแรงเท่าบ้านตรงข้าม แต่ก็ล้อมบ้านดิฉันได้ไม่แพ้กันเลย

ทางลงไปทุ่งนาข้างบ้านคะ บ้านดิฉันอยู่ในซอยตัน และก็เป็นหลังสุดท้ายในซอยเลย
เหมือนกับเพลงที่ว่า " สวยในซอย สวยในซอย สวยที่สุด สวยที่สุด สวยที่สุด สวยในซอย "
ส่วนรูปต่อไปก็จะเป็นรูปกลางทุ่งบ้านดิฉันคะ อาจจะมีแต่หญ้า แต่โคลน
แต่ที่แห่งนี้ เป็นที่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของดิฉัน ครอบครัว และเพื่อนบ้านแถวนี้มาอย่างยาวนานคะ










บรรยากาศในภาพเป็นตอนต้นเดือนมีนาคมคะ ช่วงนี้แถวบ้านกำลังปลูกถั่วเหลืองรวมถึงครอบครัวของดิฉันด้วยคะ ว่าจะนำภาพเหล่านี้มาเก็บไว้ในพื้นที่ความสุขแห่งนี้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสกลับไปเอากล้องที่บ้านซักที พึ่งได้มีโอกาสกลับบ้านเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตอนนี้กลับมาเชียงใหม่แล้ว เลยถือกล้องนี้ติดมือมาด้วย ยังไงก็ขออภัยด้วยคะ ทั้งเรื่องที่นำมาเขียนช้า และเรื่องบ้านที่ไม่ค่อยน่าเอามาอวดสักเท่าไหร่ 555 ^^ แต่บางที คำว่าบ้านก็ไม่ได้วัดที่ หรูหรา สวยงาม แต่อยู่ที่บ้านคือบ้านจริง ๆ ไหม
" สถานที่ที่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นทั้งดีและร้าย ก็ยังทำให้เรามีความสุขได้เสมอ "
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับบ้านของตนเองคะ
...... บรรยากาส ..... สวยจังเลยนะคะ รั้วบ้านสวยมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ชอบครับ...มีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังอีกนะครับ
สวัสดีคะ คุณ
รั้วบ้านนี่พ่อทำเองคะ ขอบคุณมาก ๆ คะ
สวัสดีคะ คุณ พ.แจ่มจำรัส เดี๋ยวจะเอารูปถนนไปสวนสักทองของที่บ้านมาให้ดูอีกคะ ขอบคุณมากคะ
อุ่นนะ ... บ้านนี้ ;)...
ป.ล. แหม เห็นหน้าครู เขียนบันทึกทันทีนะ 555
คล้ายกับบ้านครูดาหลาในอดีต เป็นบ้านที่แสนอบอุ่นนะคะ มีทุ่งนาหลังบ้านด้วย เป็นชีวิตที่สุข สงบที่ครูดาหลาถวิลหานะคะ
ชอบจังค่ะ ได้กลิ่นอายของชนบทแท้ๆ เลยค่ะ
บรรยากาศเป็นธรรมชาติมากๆนะคะ...
พี่ว่าคนในเมืองปัจจุบันนี้ไขว่คว้าหาธรรมชาติและบ้านชนบทสบายๆ อย่างนี้กันอยู่มากนะคะ เพราะความวุ่นวายสับสนในชีวิตแต่ละวันของเขา เป็นบุญค่ะที่ได้อยู่กับธรรมชาติ รักษาไว้นะคะ
สวัสดีคะคุณครู
Wasawat Deemarn
ไม่ได้แก้ตัวนะคะ ก็วันที่ครูมาหนูก็เพิ่งมาจากบ้านเองคะ พอดีที่บ้านไม่มีเน็ต ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่มาแวะเวียนเสมอ
สวัสดีคะ
ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าบ้านในปัจจุบันของครูดาหลาจะเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ใจ ก็คงจะมีความรักความอบอุ่นในครอบครัวมากๆ ขอให้มีแต่ความสุขความมเจริญคะ
สวัสดีคะคุณ Bright Lily หมู่บ้านหนูถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ห่างไกลจากความเจริญทางด้านวัตถุพอสมควรคะ แต่ความเจริญทางด้านจิตใจ ชาวบ้านมีให้กันมากมายคะ ชนบทที่ไม่เงียบเหงา ต้องที่ปางไม้เลยคะ
สวัสดีคะคุณ ดร. พจนา แย้มนัยนา บรรยากาศแบบนี้มีในชนบทเป็นส่วนมาก เลยหอบเอาธรรมชาติมาฝากจากบ้านนาคะ
สวัสดีคะคุณ จันทวรรณ ดิฉันดีใจคะที่ได้มีสิ่งนี้ จะรักษาไว้ให้ดีคะ ขอบพระคุณมากมายคะ
ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ รักษา พัฒนาให้ดีขึ้น...อย่างรู้คุณค่านะคะน้องตอกมัดกล้า
กระบุงของคุณแม่ หาบผ้าอะไรหรือคะน้อง
ชอบจังครับ....แม้ผมจะสัมผัสชีวิต และบ้านในชนบทในทุกๆ วัน....แต่ผมก็ชอบมากครับ...เป็นบันทึกที่สวยมากครับ
สวัสดีคะ คุณ ทพญ.ธิรัมภา
กระบุงของแม่หาบผ้าเมืองที่สวยงามของเมืองเหนือเรา ไปขายที่เมืองใต้คะ
สวัสดีคะ คุณ ทิมดาบ ขบคุณกำลังใจงาม ๆ นะคะ