โชคคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการเตรียมตัวที่ดีเดินทางมาพบกับคำว่าโอกาส

                                   


                                     รักษาโรค อย่ารักษาแค่อาการ

                   เวลาเป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการให้ชัดเจน ไม่ต่างกับเงิน

                          ถามตัวเองว่า คุณใช้เวลาอยู่กับเรื่องที่ควรทำหรือไม่

                                         อย่าหมกมุ่นกับสิ่งที่คนอื่นคิด

                                         หาส่วนที่ดีที่สุดในตัวทุกคน

                                 จงมองสิ่งที่เขาทำ อย่าฟังสิ่งที่เขาพูด

                โชคคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการเตรียมตัวที่ดีเดินทางมาพบกับคำว่าโอกาส

                                                                                                          (เซเนคา นักปราชญ์ชาวโรมัน กล่าวไว้)



"The

Last Lecture"


     ชื่อหนังสือว่า"The Last Lecture"เป็นหนังสือที่ได้ยินชื่อมานานพอดูคิดไว้ว่าจะไปหาซื้อมาอ่านดู หรือไม่ก็ขอยืมเพื่อนที่ทำงานมาอ่านเป็นเรื่องของศาสตราจารย์หนุ่มคนหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อน และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน

เค้ามีลูกเล็กๆ 3 คน และภรรยาที่น่ารักจึงอยากจะฝากบทเรียนคำสอนสุดท้ายที่คิดว่ามีคุณค่าไว้แก่ลูกๆเรื่องราวจึงถูกถ่ายทอดออกมาในการปาถกฐาครั้งสุดท้ายของเค้าแรนดี เพาซ์ในหัวข้อ "ทำความฝันในวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างไร"เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตที่มีความฝัน และทำความฝันนั้นให้เป็นความจริง 

     การบรรยาย The Last Lecture คือ ประเพณีของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ที่จะเชิญ นักวิชาการมาพูด ในสมมติฐานที่ว่า “ถ้าคุณรู้ว่าคุณกำลังจะตาย คุณมีข้อคิดใดที่อยากมอบไว้ให้แก่โลก”การบรรยายของ Randy Pausch ใน The Last Lecture ซึ่งเขาพูดในหัวข้อ

     “Really Achieving your Childhood Dreams” ได้รับความนิยมอย่างมาก มีผู้คนนับล้านที่ D/L ไปดู เพราะมันเป็นการบรรยายที่เพิ่มพลังชีวิตแก่ ผู้ดูได้อย่างดีทีเดียว….ลองเข้าไปดูนะครับ ธรรมดาๆ แต่มีคุณค่า สนุก และมีพลัง ที่สำคัญที่ subtitle ให้ด้วย 




แรนดี เพาช์ ผู้แทนเสียงผู้ป่วยที่ source of hope 

—     ห้องตรวจมีคอมพิวเตอร์อยู่

และผมรู้ว่าพยาบาลลืมปิดหน้าจอ ข้อมูลทางการแพทย์ค้างที่หน้าจอ และผมไม่รู้สึกผิดเพราะเป็นข้อมูลของผมเองผมค้นข้อมูลไปเรื่อยๆ และพบว่าค่าผลการตรวจเลือดที่บ่งชี้เนื้องอกชัดเจนมาก เซล์มะเร็งได้ลามไปที่ตับอ่อนผมแล้วเจ ภรรยาผมเห็นทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตาตนเองเธอทรุดฮวบในอ้อมแขนผม เราร้องไห้ด้วยกัน สังเกตว่าในห้องไม่มีกระดาษทิชชู

     


ผมเพิ่งรู้ว่าผมต้องตายในเวลาอันใกล้นี้แต่ความคิดอันเป็นตรรกะ บอกว่า” ทำไมห้องนี้ไม่มีทิสชู  “โอ้โฮ นี่เป็นความบกพร่องร้ายแรงจริงเมื่อหมอเข้ามาผมตัดสินใจบอกทื่อๆ ว่า “ ผมรู้แล้วครับ”“สิ่งที่ผมจะพยายามทำหลังจากนี้ คือยืดเวลาที่แรนดี มีอยู่ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด” ดร.วูลฟ์ บอกบทสนทนาอันโหดร้ายนี้ให้ความรู้สึกเหนือจริงสำหรับผมผมรู้สึกชาและรู้สึกถึงความสูญเสีย 

—     แต่ผมกำลังถูกสะกดให้ดูชีวิตละครที่อยู่ตรงหน้าระหว่างหมอกับเจ ภรรยาผมผมรู้สึกประทับใจและถึงกับอึ้งกับวิธีที่ดร.วูลฟ์ แจ้งข่าวนี้กับเจ  เขาเตรียมคำพุดอย่างรอบคอบจากใจ และเป็นธรรมชาติผมเห็นแม้กระทั่งหมอนั่งเก้าอี้โยกไปข้างหลัง หลับตาคิดก่อนตอบคำถามเห็นภาษากายที่แสดงความเข้าใจและอบอุ่นผมกลายเป็นผู้สังเกตการณ์ไปแล้วเขาเป็นมืออาชีพจริงๆ


     แพทย์ใช้ภาษาถ่ายทอดทุกอย่างในเชิงบวกเช่น  ผมถามว่า” อีกนานแค่ไหนกว่าผมจะตาย?”เขาตอบว่า “ คุณมีเวลา สามถึงหกเดือนที่จะมีสุขภาพที่ดี”ทำให้ผมคิดถึงตอนที่ทำงานที่ดิสนีย์ หากคุณถามว่าสวนสนุกปิดเมื่อไหร่?คำตอบคือ” สวนสนุกเปิดถึงสองทุ่ม “ทำให้ผมรู้ว่าผมจะต้องทำให้เวลาที่ผมมีเหลือทั้งหมดของผมอย่างมีความสุขและวิเศษที่สุด คิดเชิงบวก  ถ่ายทอดเชิงบวก ที่เหลือคือข้อสรุปของคนไข้ 



<hr><p>สิ่งที่ผมกำลังบอก (ตัวเอง) </p><p>     ผมมองดูวิธีคิดของเขาการยอมรับ และการอยู่กับมันด้วยอารมณ์ที่ปกติ แม้ระยะเวลา 6 เดือนของการมีชีวิตแต่เขาก็พร้อมที่จะอยู่กับมันพร้อมทั้งความสุขและใช้ความสุขของชีวิตในแต่ละวันอย่างเต็มที่  เชื่อไหมครับผมอ่านแล้วหรือฟังใครหลายคนผมมีพลังและมีสติขึ้นมารทันที …ผมอยากเชิญมาเรียนเรียนร่วมกันครับ.</p><p><iframe src="https://www.youtube.com/embed/ntky868l4Ak?feature=player_detailpage" allowfullscreen="" frameborder="0" height="360" width="640"></iframe>
</p><p>
</p><p>
</p>